แพทย์หญิงจากชนเผ่าด้อยโอกาสในอินเดียต้องจบชีวิตตัวเอง หลังทนรับสภาพการถูกรุ่นพี่ในที่ทำงานกลั่นแกล้งไม่ไหว

  • 1 มิถุนายน 2019
ปายัล ทัดวี Image copyright Facebook/Payal Tadvi
คำบรรยายภาพ แม่ของเธอกล่าวว่า ปายัล ทัดวี ถูกล่วงละเมิดและกลั่นแกล้ง

แพทย์ 3 คน ถูกจับกุมตัวแล้วในนครมุมไบของอินเดีย ท่ามกลางข้อกล่าวหาที่ว่า พวกเธอรุมกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง จนทำให้เธอต้องฆ่าตัวตาย จันฮาวี มูเล และปราวิน ตาเคร จากบีบีซี ภาคภาษามาราที รายงาน

"ฉันเคยบอกว่า ฉันเป็นแม่ของหมอปายัล แล้วตอนนี้ล่ะ ฉันจะบอกว่า ยังไง?" อาเบดา ทัดวี บอกทั้งน้ำตา

ปายัล ลูกสาววัย 26 ปีของเธอ ฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากถูกก่อกวนจากเรื่องชนชั้นของเธอมานานหลายเดือน เธอมาจากชนเผ่าด้อยโอกาส (Scheduled Tribe) ซึ่งเป็นสถานะที่มอบให้แก่ชนเผ่าด้อยโอกาสทางประวัติศาสตร์

ครอบครัวของปายัล กล่าวหาว่า รุ่นพี่ที่วิทยาลัยแพทย์ 3 คนของปายัล ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด กลั่นแกล้งเธอเป็นเวลานานหลายเดือน จนนำไปสู่การเสียชีวิตของเธอ

อภินาช คุมาร รองผู้บัญชาการตำรวจ บอกกับ บีบีซี ว่า ตำรวจได้จับกุมหญิงที่ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (28 พ.ค.) และกำลังสอบสวนเรื่องดังกล่าว ขณะที่สำนักข่าวเอเอ็นไอ รายงานแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของพวกเธอ โดยระบุว่า พวกเธอถูกกล่าวหา "อย่างไม่เป็นธรรม" และเรียกร้องขอ "การไต่สวนอย่างเป็นธรรม" และ "ความยุติธรรม"

Image copyright Twitter

ก่อนที่จะมีการจับกุม ทางโรงพยาบาลไนเออร์ (Nair hospital) ซึ่งพวกเธอทำงานอยู่ ได้พักงานพวกเธอ ทางวิทยาลัยแพทย์ก็ได้สั่งให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าวเช่นกัน

การเสียชีวิตของปายัล ทำให้เพื่อน ๆ และเพื่อนร่วมงานของเธอตกตะลึงอย่างมาก พวกเขาได้มาประท้วงที่หน้าโรงพยาบาล และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเธอ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ยังคงมีการเลือกปฏิบัติทางชนชั้นเกิดขึ้นในสถานที่ที่ไม่ควรเกิด อย่าง วิทยาลัยในนครมุมไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงิน และดูเหมือนจะเป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุดของอินเดีย

ปายัลมาจากเมืองจูลกาวน์ (Jalgaon) ทางตอนเหนือของรัฐมหาราษฏระ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครมุมไบ เธอแต่งงานกับ ซัลมาน ทัดวี ซึ่งเป็นแพทย์ในนครมุมไบ และย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้เพื่อศึกษาปริญญาโทด้านการแพทย์

เธอกำลังเรียนเพื่อที่จะเป็น นรีแพทย์ (gynaecologist) ที่วิทยาลัยแพทย์โทปิวาลา (Topiwala Medical College) สถานที่เสียชีวิตของเธอ อาเบดา แม่ของเธอบอกว่า เธออยากเป็นหมอมาโดยตลอด ความฝันของเธอคือการพัฒนาการดูแลสุขภาพให้แก่ผู้คนในชนเผ่าที่ยากจนต่าง ๆ

เธอมาจากชนเผ่าทัดวีบิล (Tadvi Bhil) หนึ่งในชนเผ่าด้อยโอกาสมากกว่า 700 เผ่าในอินเดีย จากการทำสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดในปี 2011 สมาชิกของชนเผ่าเหล่านี้ ซึ่งมีอยู่ราว 8 ล้านคน ได้รับ "การสงวนสิทธิ์" หรือ โควตา เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในการแบ่งลำดับชนชั้นที่คงอยู่ตลอดไปของอินเดีย

ปายัล ได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยแห่งนี้ภายใต้โควตาของชนเผ่าด้อยโอกาส อาเบดา กล่าวว่า เธอภูมิใจในตัวลูกสาวมาก ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งที่พวกเธอมีสถานะทางชนชั้นดังกล่าวและยากจนอย่างมาก

"พวกเขาเหน็บแนมเธอในเรื่องไม่เป็นเรื่อง"

อาเบดา กล่าวว่า ปายัล เล่าให้เธอฟังเกี่ยวกับการล่วงละเมิดที่เธอเผชิญจากรุ่นพี่ทั้ง 3 คน

"เธอกล่าวว่า พวกนั้น เหน็บแนมเธอต่อหน้าคนไข้ในเรื่องไม่เห็นเรื่อง พวกเขาดูถูกเธอด้วยการทำเสียงล้อเลียน โยนแฟ้มเอกสารใส่หน้าเธอ เธอบอกว่า คนเหล่านั้นไม่ยอมแม้กระทั่งให้เธอได้กินข้าวอย่างเป็นสุข"

มีรายงานว่า พวกเขายังข่มขู่ว่าจะไม่ให้เธอฝึกหัดทางการแพทย์ด้วย

Image copyright Tadvi family
คำบรรยายภาพ ปายัล (ซ้าย) กับอาเบดา แม่ของเธอ

อาเบดา ซึ่งกำลังรักษาโรคมะเร็ง จะต้องไปโรงพยาบาลไนเออร์อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นที่ที่ปายัลเรียนและฝึกหัดอยู่ เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้ร่วมมือกับวิทยาลัยของเธอ

อาเบดา กล่าวว่า เธอแทบไม่ได้พบลูกสาวเลย เพราะลูกยุ่งอยู่ตลอดเวลา อาเบดาก็เลยคอยมองดูลูกสาวอยู่ห่าง ๆ

"ฉันได้เห็นว่า ลูกได้รับการปฏิบัติอย่างไร เลยตัดสินใจจะร้องเรียน แต่ปายัลห้ามฉันไว้" เธอเล่า

ปายัล กลัวว่า การร้องเรียนแบบนั้น จะทำส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของรุ่นพี่ผู้หญิงทั้ง 3 คนดังกล่าว และนั่นจะยิ่งทำให้คนเหล่านั้นมาตามราวีเธอมากขึ้น

แต่ในเดือน ธ.ค. 2018 ในที่สุด อาเบดา และซัลมาน ก็พูดคุยเรื่องที่ปายัลถูกก่อกวนกับรุ่นพี่คนอื่น ๆ และบรรดาอาจารย์

พวกเขาเรียกร้องขอให้ย้ายปายัลไปทำงานกับทีมอื่น อาเบดาบอกว่า ลูกสาวได้รับการย้ายไปทำงานกับอีกทีมหนึ่ง และดูเหมือนเธอจะผ่อนคลายลงหลังจากนั้น

แต่อาเบดาบอกว่า การก่อกวนก็กลับมาเกิดขึ้นอีกหลังจากนั้นไม่นาน โดยช่วง 10-12 พ.ค. อาเบดาเองได้ยื่นข้อร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร "แต่ครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้รับมันไว้อย่างจริงจัง" เธอ กล่าว

10 วันต่อมา ปายัลก็ฆ่าตัวตาย

'มันน่าเศร้าและน่าสลดใจ'

การเสียชีวิตของเธอ ทำให้ผู้คนหันมาสนใจการกลั่นแกล้งที่มีอยู่อย่างดาษดื่นในโรงเรียนและวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศอินเดีย "การล้อเลียน" ซึ่งเป็นคำที่เพราะขึ้นมาหน่อยของการกลั่นแกล้ง ถูกห้าม แต่มันก็ยังเกิดขึ้น นักเรียนจากชนชั้นที่ต่ำกว่ามักจะเผชิญกับการกลั่นแกล้งที่รุนแรง

นายแพทย์ราเมช เบอร์มาล คณบดีวิทยาลัยโทปิวาลา (Topiwala college) บอกกับบีบีซีว่า โรงพยาบาลไนเออร์ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีกไม่นานนี้

"มันน่าเศร้าและน่าสลดใจ เราตกใจมาก เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เราทำอะไรไปบ้าง เราควรทำอะไรตอนนี้ เรื่องนี้ควรจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้" เขากล่าว

ซัลมาน กล่าวว่า เขาได้พบกับนายแพทย์เบอร์มาล ซึ่งถามเขาว่า ทำไมไม่มีใครมาพบเขา ซัลมานบอกกับเขาว่า พวกเขาได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่แผนกของปายัลแล้ว และพวกเขาได้ทำตามขั้นตอนแล้ว

"ทำไมพวกเขาไม่ทำอะไรล่ะ" เขาถาม

Image copyright Getty Images

อาเบดามีคำถามเดียวกัน "เราควรทำอะไรอีก พวกเขาไม่รู้หรือว่า เกิดอะไรขึ้นในวิทยาลัย นี่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา พวกเขาน่าจะเข้าไปตรวจสอบ"

นายแพทย์เบอร์มาล กล่าวว่า ทางวิทยาลัยและโรงพยาบาลมีระบบในการจัดการกับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการล่วงละเมิด รวมถึงการให้คำปรึกษากับนักศึกษาใหม่ การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียน และให้หัวหน้างานสุ่มตรวจสอบ

"ผมไม่รู้ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น อาจจะมีการดำเนินการที่เหมาะสม และเรื่องนี้...อาจหลีกเลี่ยงได้" เขากล่าวเพิ่มเติม

'เธอเป็นเสาหลักของฉัน'

ที่บ้านในเมืองจูลกาวน์ ซึ่งเป็นที่ที่ปายัลเติบโตมา ญาติและเพื่อนบ้านกำลังอาลัย พวกเขายินดีที่จะเล่าเรื่องปายัลให้ฟัง ภาพของเธอในความทรงจำของพวกเขาคือ ผู้หญิงที่ฉลาด, ทะเยอทะยาน และทำงานหนัก

พวกเขากล่าวว่า เธอมีแรงบันดาลใจที่จะเป็นหมอ จากการที่น้องชายของเธอเกิดมามีร่างกายที่พิการ ทำให้เขาเดินไม่ได้ และเธอต้องการจะช่วยเหลือผู้คน

อาเบดา บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับปายัล ทำให้เธอนึกถึง นักเรียนอีกจำนวนมากจากชนชั้นที่ต่ำกว่า ที่ต้องไขว่คว้าหาอนาคตที่ดีขึ้น

เธอนึกไปถึงหลาน ๆ ของเธอ และเด็กคนอื่น ๆ จากชนเผ่าของเธอ

"พ่อแม่ของพวกเขามาหาฉันและถามว่า พวกเขาควรขอให้ลูกอยู่ที่บ้านดีไหม เพราะพวกเขาไม่เชื่อมั่นที่จะให้สถาบันต่าง ๆ ดูแลลูก" อาเบดากล่าว

"เธอเป็นเสาหลักของฉัน เธอเป็นเสาหลักของทั้งชุมชน เธอคงจะได้เป็นแพทย์หญิงคนแรกจากชนเผ่าของเรา แต่ความฝันนี้ยังคงต้องรอต่อไป"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม