ก็อดซิลลา : นักวิทยาศาสตร์ชี้ "ก็อดซิลลา" มีวิวัฒนาการเร็วกว่าสัตว์โลก 30 เท่า

  • 1 มิถุนายน 2019
หุ่นจำลองก็อดซิลลาสูง 6.6 เมตร ติดตั้งในย่านใจกลางกรุงโตเกียวเมื่อปี 2014 Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หุ่นจำลองก็อดซิลลาสูง 6.6 เมตร ติดตั้งในย่านใจกลางกรุงโตเกียวเมื่อปี 2014

อสูรยักษ์ "ก็อดซิลลา" (Godzilla) กลับมาเขย่าขวัญผู้ชมในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกกันอีกครั้ง โดยคราวนี้เจ้าสัตว์ประหลาดตัวสูงเสียดฟ้ามีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 120 เมตร ถือเป็นวิวัฒนาการแบบก้าวกระโดดที่รวดเร็วกว่าสิ่งมีชีวิตจริงถึง 30 เท่า

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาและวิวัฒนาการจากวิทยาลัยดาร์ตมัธ (Dartmouth College) ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความลงในวารสาร Science โดยระบุว่าก็อดซิลลาซึ่งเป็นสัตว์ยักษ์ในจินตนาการที่รู้จักกันดีนั้น เติบโตสูงใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดช่วงเวลา 65 ปีที่ผ่านมา นับจากเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1954 ในภาพยนตร์ซึ่งผลิตโดยบริษัทโตโฮของญี่ปุ่น

เมื่อปรากฏโฉมในภาพยนตร์เรื่องแรก ผู้สร้างภาพยนตร์ระบุว่าก็อดซิลามีความสูงเพียง 50 เมตรเท่านั้น แต่หลังจากมีการสร้างภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับก็อดซิลลาอีกทั้งสิ้น 35 เรื่อง ซึ่งรวมถึงภาคต่อในปี 2014 และในปีนี้ ก็อดซิลลากลับมีความสูงเพิ่มขึ้นอีกเป็น 120 เมตร เพื่อให้ทัดเทียมกับขนาดของตึกระฟ้ายุคใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน

ศาสตราจารย์นาทาเนียล โดมินี หนึ่งในทีมผู้วิจัยความสมจริงในการเจริญเติบโตของก็อดซิลลาบอกว่า อัตราความสูงที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนี้ ถือว่ารวดเร็วพรวดพราดยิ่งกว่าสัตว์โลกที่มีอยู่จริงโดยทั่วไปถึง 30 เท่า หากคำนึงถึงข้อมูลที่ผู้สร้างภาพยนตร์อ้างว่า ก็อดซิลลาคือไดโนเสาร์จำพวกเซราโทซอรัส (Ceratosaurus) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ 150 ล้านปีที่แล้ว

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ขนาดของก็อดซิลลาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนถึงระดับความวิตกกังวลของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

ในภาพยนตร์ก็อดซิลลาเรื่องแรก ไดโนเสาร์ที่มีชีวิตเหลือรอดอยู่จนถึงยุคปัจจุบันเกิดการกลายพันธุ์จนตัวสูงใหญ่ขึ้นและดุร้ายขึ้น เพราะถิ่นที่อยู่ใต้ทะเลลึกของมันถูกทำลายด้วยการทดลองระเบิดไฮโดรเจนของสหรัฐฯ ที่บริเวณหมู่เกาะมาร์แชลล์ (Marshall Islands) ในช่วงทศวรรษ 1950 อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์

"ด้วยเหตุนี้ ก็อดซิลลาจึงเป็นสัญลักษณ์ของการทำลายล้างแบบไม่เลือกหน้า วิวัฒนาการของมันสะท้อนถึงความวิตกกังวลและหวาดหวั่นของมนุษยชาติที่เพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ นับแต่ยุคของการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา" ศ. โดมินีกล่าว

"ภาพยนตร์ก็อดซิลล่าได้รับความนิยมมาโดยตลอด และอสูรกายตัวนี้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่คงทนยาวนาน เพราะมันเป็นเรื่องเล่าที่ให้บทเรียนสอดคล้องกับยุคสมัยนั่นเอง"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม