เดอะแบรนโด รีสอร์ตสุดหรูไร้ยุง แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

  • 11 มิถุนายน 2019
คุณสนใจเข้าพักรีสอร์ตหรู ที่มีค่าเข้าพักเริ่มตั้งแต่ห้องละ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ (115,000 บาท) ต่อคืน บ้างไหม Image copyright THE BRANDO
คำบรรยายภาพ คุณสนใจเข้าพักรีสอร์ตหรู ที่มีค่าเข้าพักเริ่มตั้งแต่ห้องละ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ (115,000 บาท) ต่อคืน บ้างไหม

เดอะแบรนโด หนึ่งในรีสอตร์ตที่ไม่เพียงจะรวมเอาหลากหลายสรรพสิ่งแห่งความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะเทเทียโร เกาะรูปวงแหวน ทางเหนือของตาฮิติ สนนราคาค่าเข้าพักเริ่มตั้งแต่ห้องละ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ (115,000 บาท) ต่อคืน

ชื่อรีสอร์ตบ่งบอกนามบุคคลที่เคยเป็นเจ้าของคือ มาร์ลอน แบรนโด ตำนานดาราดังของฮอลลีวูด ที่ต้องการทำให้รีสอร์ต แห่งนี้เป็นแดนสวรรค์แห่งระบบนิเวศ เดอะแบรนโดเป็นสถานที่ที่บรรดาผู้มีชื่อเสียงและมั่งคั่งได้มาพักผ่อนหย่อนใจอย่างเป็นส่วนตัวที่สุด แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำลายสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด

เจ้าของคนปัจจุบันคือริชาร์ด เบลีย์ อ้างว่า ปัจจุบันรีสอร์ตแห่งนี้ใกล้จะบริหารจัดการอย่างยั่งยืนทั้งหมดและแทบจะไม่ผลิตก๊าซคาร์บอนให้ปลดปล่อยออกมาบนโลกใบนี้เลย เช่น ไฟฟ้าที่ใช้ก็ได้มาจากแผงโซลาร์และเชื้อเพลิงน้ำมันมะพร้าว ขณะที่น้ำทิ้งของรีสอร์ต ก็นำไปใช้ทำการเกษตรอีกทอดหนึ่ง

ส่วนระบบทำความเย็นนั้นก็ใช้ "เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบวงจรปิด" ที่นำน้ำเย็นจากทะเลลึก 900 เมตร มาใช้ในระบบหมุนเวียนอากาศและทำน้ำเย็น ซึ่งนั่นทำให้ใช้พลังงานน้อยมาก

ศ.เกรแฮม มิลเลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ เห็นว่าคนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าความหรูหรามักเป็นอะไรที่ไปกันไม่ได้กับการจัดการอย่างยั่งยืน "แต่เดอะแบรนโดได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้"

คำบรรยายภาพ มาร์ลอน แบรนโด ตำนานดาราดังของฮอลลีวูด ต้องการทำให้รีสอร์ต แห่งนี้เป็นแดนสวรรค์แห่งระบบนิเวศ

มาร์ลอน แบรนโด ตำนานดาราดังของฮอลลีวูด ต้องการทำให้รีสอร์ต แห่งนี้เป็นแดนสวรรค์แห่งระบบนิเวศ

แน่นอนว่าแขกที่เข้าพักในเดอะแบรนโด ต้องบินไปยังตาฮิติก่อนจะจับเครื่องบิน "อีก 20 นาทีเพื่อไปยังเกาะสวรรค์" ดังนั้นยังถือว่าผลิตก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณโขอยู่

สิ่งที่สร้างความพึงพอใจแก่แขกสุดหรูของรีสอร์ตแห่งนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของยุง โครงการทำหมันยุงทำให้ประชากรยุงบนเกาะเทเทียโรลดลงไปอย่างน้อย 95%

Image copyright THE BRANDO
คำบรรยายภาพ แม้ว่ารีสอร์ตหรูแห่งนี้ใกล้จะเป็นสถานที่สามารถชดเชยคาร์บอนได้สำเร็จ แต่บรรดาแขกยังต้องอาศัยเครื่องบินเพื่อเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ ซึ่งยังสร้างมลพิษทางอากาศอยู่เช่นกัน

สถาบัน Louis Malardé เป็นผู้ทำโครงการเพาะพันธุ์และปล่อยยุงตัวผู้ที่ไม่กัดออกสู่สภาพแวดล้อม ยุงเหล่านั้นมีเชื้อแบคทีเรียวอลแบเชีย (Wolbachia) ที่ทำให้ยุงตัวเมียซึ่งเป็นยุงกัดคน เป็นหมันไปด้วย นี่เป็นวิธีการเดียวกันกับที่ใช้ควบคุมการระบาดของไข้เลือดออกและซิกา ที่ทำอยู่ในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย โคลอมเบีย และจีน

ไม่เฉพาะประชากรยุงเท่านั้นที่ถูกกำจัด ตอนนี้เกาะเทเทียโรมีแผนจะกำจัดหนูซึ่งสร้างปัญหาต่อระบบนิเวศของเกาะด้วย

ข่าวอื่น ๆ ที่กำลังนิยม

"เพราะหนูกินทุกอย่าง ตั้งแต่ลูกเต่า ไปจนถึงนกทะเล และยังมีผลเสียกับปะการังด้วย" แฟรงค์ เมอร์ฟีย์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมเทเทียโร ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดูแลโครงการคุมกำเนิดยุงและหนูบนเกาะ กล่าว

Image copyright THE BRANDO
คำบรรยายภาพ เกาะเทเทียโรและบริเวณโดยรอบกลายเป็นแดนสวรรค์แห่งระบบนิเวศไปแล้ว

ทีมงานที่ทำโครงการนี้ต้องการใช้โดรนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2 เมตร นำเหยื่อผสมยาพิษที่เตรียมไว้สำหรับล่อหนูโดยเฉพาะไปทิ้งไว้ องค์กรอนุรักษ์ของสหรัฐฯ ที่ชื่อว่า Island Conservation เป็นแกนนำสนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรแห่งนี้เคยใช้โดรนนำเหยื่อล่อหนูไปปล่อยบนเกาะซีมัวร์เหนือ ในหมู่เกาะกาลาปากอส มาแล้ว แต่ทีมงานยอมรับว่าการทำแบบเดียวกันนี้บนเกาะเทเทียโรนั้นยากกว่าแต่ก็น่าสนใจทดลองทำดู

แต่นั่นยังไม่ถือว่าเป็นโครงการแห่งอนาคตเท่ากับการนำเทคโนโลยีไลดาร์ (Lidar) ซึ่งเป็นระบบสำรวจงานภูมิประเทศแบบใหม่มาสร้างแบบจำลองสามมิติ รวมทั้งนำข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ พืช การทำแผนที่และอื่น ๆ มาใช้สร้างแบบจำลองที่สามารถคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเกาะในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมไปจนถึงการพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่

"เทคโนโลยีไลดาร์ทำให้เราเห็นรูปลักษณ์สามมิติของเกาะ ทั้งความสูงต่ำ ไปจนถึงเนื้อดิน" นีล เดวีส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของสมาคมเทเทียโร กล่าว "มันคล้าย ๆ กับการเอาเกาะทั้งเกาะไปเข้าเครื่องสแกน"

Image copyright ISLAND CONSERVATION
คำบรรยายภาพ องค์กรอนุรักษ์ของสหรัฐฯ เคยประสบความสำเร็จในการใช้โดรนนำเหยื่อล่อหนูไปปล่อยบนเกาะซีมัวร์เหนือ ในหมู่เกาะกาลาปากอส มาแล้ว

ทีมงานของเขาหวังว่าจะได้ภาพระบบนิเวศของเกาะทั้งเกาะ "ว่ากันตั้งแต่ระดับโมเลกุลขึ้นไป" ซึ่งจะทำให้หน่วยงานของรัฐและชุมชนประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดกับเกาะในอนาคตและกำหนดแนวทางการตัดสินใจที่ดีกว่า

ขณะนี้การท่องเที่ยวแบบคำนึงถึงระบบนิเวศกำลังได้รับความนิยม และรีสอร์ตหลายแห่งก็พยายามหาหนทางตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ นอกจากเดอะแบรนโดแล้ว รีสอร์ตอย่างพาร์คไซด์โฮเต็ลแอนด์สปา ในแคนาดา ก็เป็นอีกแห่งที่เป็นแกนนำในเรื่องนี้จนได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐฯ (US Green Building Council)

พาร์คไซด์โฮเต็ลฯ ใช้พื้นที่ 290 ตร.ม.บนหลังคาอาคารในการปลูกผัก ใช้บึงและน้ำฝนที่เก็บกักไว้ในแท็งก์ เป็นแอ่งความร้อนเพื่อใช้ในระบบทำความเย็นของโรงแรม

นอกจากนี้ลิโอนาร์โด ดีคาปริโอ นักแสดงชื่อดังซึ่งเป็นนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมตัวยง ก็เตรียมจะเปิดรีสอร์ตบนเกาะ Blackadore Caye นอกชายฝั่งประเทศเบย์ลิซ ในปีหน้า

แต่ความที่การท่องเที่ยวเป็นต้นตอของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศโลกถึง 8% ตามที่วารสารวิทยาศาสตร์ Nature Climate Change ระบุ จึงดูเหมือนว่ารีสอร์ตทุกแห่งจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้เหมือน ๆ กัน ไม่เฉพาะรีสอร์ตที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับคนร่ำรวยระดับโลกเท่านั้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม