ประท้วงในฮ่องกง : ทำไมร่างกม. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงถูกต่อต้านอย่างหนัก

  • 14 มิถุนายน 2019
(แฟ้มภาพ) เหตุการณ์การประท้วงเมื่อวันพุธ (12 มิ.ย.) ที่ผ่านมา Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ (แฟ้มภาพ) เหตุการณ์การประท้วงเมื่อวันพุธ (12 มิ.ย.) ที่ผ่านมา

สถานกงสุลใหญ่ เตือนนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังฮ่องกงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมประท้วงคัดค้าน ร่าง กม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. และวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.

แถลงการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่บนเฟซบุ๊กของสถานกงสุลใหญ่ ฯ ณ ฮ่องกง โดยระบุว่า กลุ่มผู้จัดการชุมนุมประท้วงออกมาประกาศให้มีการเดินประท้วงจากสวน Victoria Park ในย่าน Causeway Bay ไปยังที่ทำการรัฐบาลและสภานิติบัญญัติฮ่องกง ย่าน Admiralty ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 14:30 น.

นอกจากนี้ ได้ประกาศให้มีการชุมนุมบริเวณสภานิติบัญญัติในย่าน Admiralty ซึ่งรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เช่น Central และ Wan Chai ในวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย. อีกด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มผู้จัดการชุมนุมประท้วงได้ยื่นเรื่องเพื่อขอทำการประท้วงใน 2 วันข้างต้น กับตำรวจฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับจากตำรวจฮ่องกง

การประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 22 ปี ซึ่งผู้จัดการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีผู้ออกมาประท้วงเกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือว่ามากที่สุด นับตั้งแต่หลังมีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สภาพย่านธุรกิจหลังการประท้วงครั้งที่แล้ว

การประท้วงดังกล่าวได้ยืดเยื้อมาจนถึงวันพุธที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) ซึ่งได้ เกิดการปะทะกันระหว่างประชาชนและตำรวจที่ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตายิงเข้าใส่ผู้ประท้วง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 22 คน

จนถึงขณะนี้ การเดินหน้าผลักดันให้สภานิติบัญญัติผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่ยังไม่มีท่าทียุติ หลังจากที่ทางการได้ชะลอการอภิปรายร่างกฎหมายนี้ โดยยังไม่ระบุว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด แต่การลงมติคาดว่าจะมีในวันที่ 20 มิ.ย.นี้

ชาวฮ่องกงจากหลากหลายวงการ รวมถึงโรงเรียน ห้างร้าน และคนในแวดวงกฎหมาย ต่างออกมาต่อต้านร่างกม. ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้จัดการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีผู้ออกมาประท้วงเกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือว่ามากที่สุด นับตั้งแต่หลังมีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997

ร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหาอย่างไร

การแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้จะเปิดโอกาสให้ทางการจีน ไต้หวัน และมาเก๊า ร้องขอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กรณีมีผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาต่าง ๆ เช่น ฆาตกรรมและข่มขืน จากนั้นมีการพิจารณาการร้องขอเป็นรายกรณี

ข้อเสนอล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่ ชายฮ่องกงวัย 19 ปี ถูกกล่าวหาว่าสังหารแฟนสาววัย 20 ปีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ขณะที่พวกเขาเดินทางไปเที่ยวไต้หวันด้วยกันในเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว ชายคนดังกล่าวได้หนีออกจากไต้หวัน กลับไปยังฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงบริเวณด้านนอกอาคารสภานิติบัญญัติฮ่องกง เมื่อช่วงเช้าวันพุธ

เจ้าหน้าที่ทางการไต้หวัน ได้ขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวชายคนดังกล่าวมาให้ แต่เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกงระบุว่า พวกเขาไม่สามารถทำตามได้ เพราะไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไต้หวัน

ตามร่างกม. เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกง ระบุว่า ศาลฮ่องกง จะเป็นผู้ตัดสินว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ตามคำร้องขอหรือไม่ และผู้ต้องสงสัยในคดีการเมืองและศาสนาจะไม่ถูกส่งตัว

รัฐบาลได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนด้วยการยอมอ่อนข้อให้หลายเรื่อง รวมถึง การรับปากว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยเฉพาะคดีที่มีโทษจำคุกสูงสุดอย่างน้อย 7 ปี เท่านั้น

ฮ่องกงมีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอยู่แล้วกับ 20 ประเทศ รวมถึง สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ประท้วงคนหนึ่งบริเวณใกล้กับทำเนียบรัฐบาล

สัมพันธ์ ฮ่องกง-จีน

ฮ่องกง เป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่ปี 1841 จนกระทั่งได้รับเอกราชเมื่อถูกส่งมอบคืนให้แก่จีนในปี 1997 ฮ่องกงจึงมีสถานะกึ่งปกครองตัวเอง ภายใต้หลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ"

หัวใจสำคัญในการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้จีนคือ ข้อตกลงกฎหมายพื้นฐาน ซึ่งอนุญาตให้ฮ่องกงมีรัฐธรรมนูญของตัวเอง จึงทำให้มีอำนาจปกครองตัวเองได้อย่างกว้างขวาง และมีสิทธิต่าง ๆ ฮ่องกงได้รักษาความเป็นอิสระของระบบกฎหมายไว้ มีสภานิติบัญญัติของตัวเอง มีระบบเศรษฐกิจของตัวเอง และใช้เงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกง

ผู้ที่อยู่อาศัยในฮ่องกงได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนและมีเสรีภาพในด้านต่าง ๆ รวมถึง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุม

รัฐบาลจีนควบคุมด้านกิจการกลาโหมและต่างประเทศ ประชาชนของทั้งสองฝ่ายต้องใช้วีซ่าหรือขออนุญาตเมื่อต้องเดินทางข้ามแดน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ภายใต้การปกครองของสี จิ้นผิง รัฐบาลจีนกำลังพยายามควบคุมฮ่องกงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง จะหมดอายุลงในปี 2047 ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า การปกครองตัวเองของฮ่องกงหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร

"จุดจบ" ของฮ่องกง

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ฮ่องกงเป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาเพื่อการประกอบธุรกิจ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ฮ่องกงกลายเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก และเป็นประตูสู่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีน แต่การส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997 ทำให้เกิดความกังวลว่า ฮ่องกงในแบบเดิมจะล่มสลาย ในช่วง 2 ปีก่อนที่จะถึงกำหนดส่งมอบ นิตยสารฟอร์จูนได้เตือนถึง "จุดจบของฮ่องกง" ไว้บนหน้าปก

รายงานซีเอ็นเอ็นระบุว่า มีการพูดถึงเค้าลางนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่จนถึงปัจจุบันมันก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง นับตั้งแต่ปี 1997 จีนอ้าแขนรับระบบทุนนิยมอย่างเต็มที่ และความกังวลต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปอยู่ที่การทำลายระบบการเมืองที่ไม่เหมือนใครของฮ่องกงแทน ระบบที่ทำให้พลเมืองฮ่องกงมีเสรีภาพทางการเมืองอย่างที่ประชาชนในจีนไม่มี แต่อย่างไรก็ตาม การพยายามทำลายระบบการเมืองดังกล่าว ก็ยังไม่ทำให้เศรษฐกิจของฮ่องกงตกต่ำลง

ตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ยังแข็งแกร่ง ตลาดยังมีเสถียรภาพ และราคาบ้านยังคงพุ่งสูงเพราะมีการลงทุนและการเก็งกำไรจากจีน

Image copyright Getty Images

บลูมเบิร์กระบุว่า ความมีอิสระในระบบยุติธรรม เป็นมรดกที่ฮ่องกงได้มาจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และทำให้บริษัทข้ามชาติเกือบ 1,400 แห่งเข้าไปตั้งสำนักงานใหญ่ที่นั่น การรักษาระบบดังกล่าวไว้ พร้อมกับหลักการอื่น ๆ ในการปกครองตัวเอง เป็นหัวใจของข้อตกลงส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997 ด้วย

แต่ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า สิ่งที่ฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อภาคธุรกิจ

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ผู้ให้บริการด้านความงามจากประเทศไทย AbouThai ซึ่งมีอยู่ 13 สาขาทั่วเกาะฮ่องกง ระบุในแถลงการณ์ว่า "เราหาเงินที่เสียไปกลับมาใหม่ได้ แต่ถ้าเราเสียฮ่องกงไปแล้ว เราไม่สามารถจะเอากลับคืนมาได้"

ความสามารถในการแข่งขัน

ดันแคน อินเนส-เคอร์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (Economist Intelligence Unit) กล่าวในรายงานของซีเอ็นเอ็น ว่า "ความกังวลหลักคือ กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ จะทำให้นักธรุกิจต่างชาติที่อยู่ในฮ่องกงเผชิญกับระบบยุติธรรมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของจีน"

ภายใต้ร่างกฎหมายใหม่นี้ นักธุรกิจเกรงว่า พวกเขาจะถูกทางการจีนจับตัวไปดำเนินคดี ด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือจากการทำความผิดเกี่ยวกับทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งจะเป็นการบ่อนทำลายระบบกฎหมายกึ่งปกครองตัวเองของฮ่องกง

"มีความสุ่มเสี่ยงที่ความน่าเชื่อถือของฮ่องกงจะถูกสั่นคลอน" ทารา โจเซฟ ประธานหอการค้าอเมริกัน กล่าว กับ ซีเอ็นเอ็น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงถือป้ายข้อความต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.

กลุ่มธุรกิจที่ทรงอิทธิพลหลายกลุ่ม ระบุว่า ถ้าร่างกฎหมายนี้ผ่านการรับรอง ความสามารถในการแข่งขันของฮ่องกงจะถูกทำลายลง

"การเสนอให้แก้ไขนี้จะทำให้ผู้คนทบทวนว่า ควรจะเลือกฮ่องกงเป็นฐานประกอบการหรือเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงว่า พวกเขาจะต้องอยู่ในขอบเขตอำนาจทางกฎหมายใหม่ ซึ่งไม่มีการคุ้มครองอย่างที่พวกเขาได้รับในฮ่องกง" เนื้อหาบางส่วนของหนังสือที่หอการค้าระหว่างประเทศยื่นต่อสภานิติบัญญัติฮ่องกงระบุ

มุมมองต่างชาติ

รัฐบาลหลายประเทศต่างกังวลต่อร่างกฎหมายดังกล่าว

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุในเดือน พ.ค. ว่า ข้อเสนอให้มีการแก้ไขดังกล่าว จะทำให้ฮ่องกงเผชิญกับ "การข่มขู่ทางการเมือง" จากจีนมากยิ่งขึ้น และจะเป็นการทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง

บลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ยืนยันว่า จะทบทวนสิทธิพิเศษทางการค้าต่าง ๆ กับฮ่องกง หากมีการผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน

"ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ทำลายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของสหรัฐฯ และฮ่องกง อย่างที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ" นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวตามการรายงานของบลูมเบิร์ก "ถ้ามีการผ่านร่างกฎหมายนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการทบทวนว่า ฮ่องกงยังมี 'อำนาจปกครองตัวเองได้เพียงพอ' หรือไม่

ด้านอังกฤษและแคนาดา ก็ได้แสดงความกังวลเช่นกันว่า ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อพลเมืองของอังกฤษและแคนาดาที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงตะโกนใส่ตำรวจ หลังตำรวจยิงแก๊สน้ำตา ระหว่างการชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน 12 มิ.ย.

สหภาพยุโรป ได้ส่งหนังสือทางการทูตไปถึงนางแครี แลม หัวหน้าผู้บริหารเกาะฮ่องกง แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขกฎหมายนี้

กระทรวงต่างประเทศของจีนเรียกความเห็นเหล่านี้ว่า เป็นความพยายามทำให้ข้อเสนอของรัฐบาลฮ่องกง "เป็นเรื่องการเมือง" และเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของจีน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม