ประท้วงในฮ่องกง : ย้อนคดีบุคคลที่เคย 'ถูกลักพาตัว' ไปรับการไต่สวนในจีน 1 ในนั้นถูกจับในไทย

  • 17 มิถุนายน 2019
แผ่นป้ายที่มีรูปของ หลี่ โป และกุ้ย หมินไห่ ผู้ช่วยของเขา Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การหายตัวไปของ กุ้ย หมินไห่ และเจ้าของร้านหนังสือในฮ่องกงอีกหลายคน ทำให้เกิดความกังวลขึ้นเกี่ยวกับ การปกครองตัวเองของฮ่องกง

ข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของฮ่องกง ทำให้เกิดการประท้วงขนาดใหญ่ตามมา ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานหลายครั้งเกี่ยวกับการที่ศัตรูของรัฐบาลจีน ถูกลักพาตัวไปรับการไต่สวนในจีนแผ่นดินใหญ่

เกือบ 3 ปีก่อน ชาวฮ่องกงไม่พอใจอย่างมากที่เจ้าของร้านหนังสือในฮ่องกง 5 คน ถูกควบคุมตัวไว้ในจีนแผ่นดินใหญ่

พวกเขาขายหนังสือที่เสียดสีเกี่ยวกับผู้นำจีนที่ร้านหนังสือเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในย่านคอสเวย์เบย์

บางคนถูกนำมาปรากฏตัวต่อสาธารณะ และยอมรับสารภาพทางสถานีโทรทัศน์ของทางการจีนมาแล้วว่า ได้ก่ออาชญากรรมด้วยการ "ทำการค้าผิดกฎหมาย"

มีรายงานว่า มี 4 คนที่ถูกควบคุมตัว ขณะเดินทางในจีน แต่มี 1 คนที่มีรายงานว่า หายตัวไปขณะอยู่ในประเทศไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลขึ้นว่า เขาอาจจะถูกสายลับจีนกำจัดทิ้งด้วยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อคนขายหนังสืออีกคนหนึ่ง ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เขาได้เดินทางกลับมายังฮ่องกง และเปิดเผยว่า ถูกบังคับให้รับสารภาพ และเขาไม่ยอมกลับไปรับการไต่สวนในจีนอีก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ฮ่องกง เป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่ยังคงปกครองตัวเอง ภายใต้หลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ"

ฮ่องกง มีตำรวจของตัวเอง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนไม่มีสิทธิ์เข้ามาใช้อำนาจในฮ่องกง ตามข้อตกลงการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997

ไล ตุง กว๊อก อดีตหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของฮ่องกง เคยแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า "ไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ ในการส่งตัวคนไปให้ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ และรัฐบาลฮ่องกงจะจัดการกับทุกกรณีที่เกิดขึ้นตามกฎหมายของฮ่องกง" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวในเดือน ก.ค. 2016

ปัจจุบัน รัฐบาลฮ่องกง กำลังผลักดันแผนการที่จะเปิดโอกาสให้มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ได้ และแผนการดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างรุนแรง

ผู้ไม่เห็นด้วย บอกว่า ข้อเสนอในการแก้กฎหมาย จะส่งผลให้ทุกคนที่อยู่ในฮ่องกงเสี่ยงเผชิญกับระบบยุติธรรมที่บกพร่องอย่างรุนแรงของจีน แต่รัฐบาลแย้งว่า ได้ให้ความคุ้มครองหลายอย่าง เพื่อที่จะแก้ไขข้อกังวลดังกล่าวแล้ว

จีนปฏิเสธอข้อกล่าวหาต่าง ๆ มาโดยตลอด โดยระบุว่า ไม่ได้ "ลักพาตัว" คนที่จีนเห็นว่าเป็นผู้หลบหนี แต่เรื่องนี้ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อต้านร่างกฎหมายนี้อย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ทำให้เกิดความกังวลขึ้น

กุ้ย หมินไห่

คำบรรยายภาพ นายกุ้ย ปรากฏตัวทางสถานีโทรทัศน์ของจีน และกล่าวว่า เขากลับเข้าประเทศจีน "โดยไม่ได้ถูกบังคับ"

คนขายหนังสือในฮ่องกงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ กุ้ย หมินไห่ เขาตกเป็นข่าวพาดหัวของสื่อหลายแห่ง ตอนที่เขาหายตัวไปขณะอยู่ในประเทศไทยในปี 2015 ก่อนที่เขาจะปรากฏตัวอีกครั้งในจีน โดยเขาถูกทางการจีนควบคุมตัวไว้เพราะอุบัติเหตุรถยนต์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในปี 2003

นายกุ้ย เป็นหนึ่งในเจ้าของร้านหนังสือในย่านคอสเวย์เบย์ของฮ่องกง ที่ขายหนังสือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนหลายเล่ม

คนขายหนังสือคนอื่น ๆ ที่เคยทำงานที่ร้านหนังสือแห่งนี้ ได้หายตัวไปเช่นกัน ก่อนที่จะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งขณะถูกทางการจีนควบคุมตัว

นายกุ้ย ถือสัญชาติสวีเดน ทางการสวีเดนจึงได้ส่งนักสืบหลายคนเข้ามาในประเทศไทยเพื่อช่วยสืบเรื่องการหายตัวไปของเขา

ต่อมาสถานีโทรทัศน์ของทางการจีน ได้ออกอากาศคลิป "การสารภาพ" ของนายกุ้ย ซึ่งเขาได้กล่าวว่า เขากลับเข้าประเทศจีนโดยไม่ได้ถูกบังคับเพื่อเข้ามอบตัวเกี่ยวกับอุบัติเหตุในปี 2003 แต่ผู้ไม่เห็นจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่า นายกุ้ยจำต้องรับสารภาพเพราะเผชิญกับแรงกดดัน

ศาลจีนได้ตัดสินจำคุกเขา 2 ปี เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ดังกล่าว เขาได้รับการปล่อยตัวในปี 2017 และถูกควบคุมตัวอีกครั้งในปีถัดมา ขณะเดินทางไปยังนครเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับเจ้าหน้าที่การทูตของสวีเดน 2 คน ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกเลย

แองเจลา ลูกสาวของนายกุ้ย ได้รณรงค์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายกุ้ย ผู้เป็นพ่อ จนทำให้เกิดการหารือกันในกรุงสตอกโฮล์ม ในปีนี้ ระหว่างเธอ แอนนา ลินด์สเตดต์ ทูตสวีเดนประจำประเทศจีนในขณะนั้น และ "กลุ่มนักธุรกิจชาวจีน"

เธอกล่าวว่า หนึ่งในนักธุรกิจกดดันเธอให้ยอมรับข้อตกลงว่า พ่อของเธอจะถูกไต่สวนและอาจถูกลงโทษจำคุก "2-3 ปี" แต่เธอจะต้องหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างเกี่ยวกับการเรียกร้องให้ปล่อยตัวพ่อของเธอ ผลการหารือครั้งนั้นไม่ได้บรรลุผลใด ๆ และทางการสวีเดนก็ไม่ได้สนใจที่เธอจัดการประชุมดังกล่าวขึ้น

เซี่ยว เจี้ยนหัว

Image copyright CUHK
คำบรรยายภาพ ครอบครัวของนายเซี่ยว แจ้งเหตุคนหาย หลังจากที่เขาหายตัวไปไม่นาน แต่ได้ยกเลิกในวันต่อมา

เศรษฐีจีนรายนี้พักอยู่ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ในฮ่องกง ก่อนที่จะหายตัวไปช่วงเช้าของวันหนึ่งในฤดูหนาวปี 2017

นายเซี่ยว เริ่มทำธุรกิจขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในช่วงทศวรรษ 1990 หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า เขามีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับครอบครัวของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนหลายคน หลังจากที่เขาเห็นด้วยกับพรรคคอมมิวนิสต์ในการปราบปรามนักศึกษาที่ประท้วงในกรุงปักกิ่งในปี 1989 ความมั่งคั่งสุทธิของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.88 แสนล้านบาทในปี 2016

ครอบครัวของเขาแจ้งทางการฮ่องกงว่าเขาหายตัวไป แต่ได้ยกเลิกการแจ้งดังกล่าวในวันต่อมา โดยระบุว่า ทางครอบครัว "ติดต่อนายเซี่ยวได้แล้ว"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มีรายงานว่า นายเซี่ยวดูแลบริษัทหลายแห่งผ่านทางไกล ขณะที่พักประจำอยู่ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์

ตำรวจฮ่องกง ระบุว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่จุดเกิดเหตุ เผยให้เห็นว่า นายเซี่ยวไม่ได้ออกจากโรงแรมในสภาพที่ตกอยู่ในอันตราย แต่ทางตำรวจปฏิเสธที่จะเผยคลิปภาพดังกล่าว

ต่อมา นายเซี่ยวได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า เขากำลังรับการรักษาตัวในต่างประเทศ เขายังชมเชยรัฐบาลจีนที่ "ยึดมั่นในกฎหมาย" ด้วย เขาบอกว่า ไม่ได้ถูกลักพาตัวเข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่

มีรายงานว่า ทางการจีนต้องการตัวเขาเพราะการฉ้อโกงทางการเงิน แต่จีนไม่ได้อธิบายในเรื่องนี้

หวัง ปิ่งจาง

เป็นที่รู้กันดีว่า นายหวังได้ก่อตั้งพรรคประชาธิปไตยจีน (China Democracy Party) ขึ้นในปี 1998 ซึ่งต่อต้านการปกครองแบบพรรคเดียวของจีน เขาเดินทางไปเวียดนามในปี 2002 เพื่อพบกับผู้นำสหภาพชาวจีนในเวียดนาม ก่อนที่จะหายตัวไป

ตำรวจจีนระบุว่า พวกเขาพบนักเคลื่อนไหวรายนี้ที่พรมแดนในภูมิภาคกว่างซีในปีเดียวกัน สื่อหลายแห่งรายงานในช่วงนั้นว่า ผู้ก่อเหตุลักพาตัวเขาในเวียดนาม ได้พาเขาข้ามพรมแดนไปยังกว่างซี ซึ่งเป็นที่ที่เขาถูกจับกุมตัวอย่างเป็นทางการ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายหวัง ก่อตั้งพรรคการเมืองในสหรัฐฯ เรียกร้องให้ยุติการปกครองแบบพรรคเดียวในจีน

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า นายหวัง "ถูกลักพาตัว" ในเวียดนาม และถูกนำตัวไปยังประเทศจีน ซึ่งเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาก่อการร้าย และเป็นสายลับให้กับไต้หวัน ทำให้เขาถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต หน่วยข่าวกรองของไต้หวัน กล่าวว่า ไม่ได้ใช้นายหวังเป็นสายลับ

ลูกสาวของนายหวัง ซึ่งถือหนังสือเดินทางแคนาดา ได้พยายามที่จะเข้าเยี่ยมเขาหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ รวมถึงความพยายามครั้งล่าสุดของเธอในปีนี้ ซึ่งเธอบอกว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินทางตะวันออกของจีน ไม่ยอมให้เธอเข้าประเทศ ทั้งที่เธอมีวีซ่าที่ถูกต้อง

เผิง หมิง

นายเผิง ถูกจำคุกในจีน 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1999 และอีกครั้งในปี 2005 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในเรือนจำในปี 2016 ในสภาพแวดล้อมที่น่ากังขา

เขาหนีออกจากจีนไปยังสหรัฐฯ ในปี 2001 และได้ก่อตั้งขบวนการเพื่อการโค่นล้มการปกครองแบบพรรคเดียวในจีน การเคลื่อนไหวของเขาภายในนาม คณะกรรมการชั่วคราวสหพันธรัฐจีน มีเป้าหมายในการผนึกกำลังต่าง ๆ ที่ต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์ และปฏิรูปจีนภายใต้ระบบสหพันธรัฐ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ลิซา (ซ้าย) ลูกสาวของนายเผิง และที-แอนนา (ขวา) ลูกสาวของนายหวัง ถือภาพพ่อของพวกเธอ ระหว่างการเข้าให้ปากคำต่อรัฐสภาสหรัฐฯ

แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า นายเผิง ถูกล่อลวงให้เดินทางไปยังเมียนมา ก่อนจะถูกลักพาตัวเข้าไปในจีนในปี 2004 เขาถูกตัดสินว่าผิดฐานครอบครองสกุลเงินปลอม และถูกจำคุกตลอดชีวิต

ทางเรือนจำ ระบุว่า นายเผิง จู่ ๆ ก็หกล้ม ขณะชมโทรทัศน์ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวของเขา สงสัยว่า อาจจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เพราะไม่มีการตรวจสอบใด ๆ ภายหลังที่เขาเสียชีวิตเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม