ชาวไอซ์แลนด์เบื่อหน่าย "อินสตาแกรม อินฟลูเอนเซอร์" ไม่ให้เกียรติสถานที่

  • 30 มิถุนายน 2019

โดย โซฟี วิลเลียมส์

บีบีซีนิวส์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คนในพื้นที่ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับ "อินฟลูเอนเซอร์" ที่มีพฤติกรรมไม่ให้เกียรติสถานที่

ด้วยจำนวนรูปกว่า 10 ล้านรูปบนอินสตาแกรม เห็นได้ชัดว่าไอซ์แลนด์เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ผู้คนเดินทางไปโดยหวังว่าจะได้รูปสวย ๆ ติดมือกลับมา

นานมาแล้วที่ประเทศในภูมิภาคนอร์ดิกแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเหมาะสำหรับไปถ่ายรูปลงอินสตาแกรมสวย ๆ อย่างไรก็ตาม คนในพื้นที่ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับ "อินฟลูเอนเซอร์" หรือผู้ที่มีผู้ติดตามและมีอิทธิพลในอินสตาแกรมมาก ที่มีพฤติกรรมไม่ให้เกียรติสถานที่

ไม่นานมานี้ มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งโดนวิพากษ์วิจารณ์ที่ขับรถเช่าออกนอกเส้นทางจนทำให้รถไปติดหล่มเข้า ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาช่วย และพวกเขาก็บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ไปลงในเพจเฟซบุ๊กของตำรวจ

ไอซ์แลนด์ห้ามไม่ให้คนขับรถออกนอกเส้นทางโดยเด็ดขาดเพราะอาจจะสร้างความเสียหายต่อสภาพธรรมชาติและสัตว์ป่าได้

Image copyright North-east Iceland police
คำบรรยายภาพ มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งโดนวิพากษ์วิจารณ์ที่ขับรถเช่าออกนอกเส้นทางจนทำให้รถไปติดหล่มเข้า ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาช่วย

ประเด็นปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยจนทุกวันนี้มีเพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมที่ชาวไอซ์แลนด์สร้างขึ้นเพื่อบันทึกพฤติกรรมแย่ ๆ ของนักท่องเที่ยวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเหล้าและขับรถ ไปนั่งบนธารน้ำแข็ง เดินย่ำไปบนพืชมอสส์ เดินล้ำเขตที่กั้นไว้สำหรับนักท่องเที่ยว และบินโดรนไปเหนือฝูงม้า

มิคาลีนา โอเคร็กลิคกา บอกกับบีบีซีว่า อินฟลูเอนเซอร์หลายคนมาที่นี่โดยไม่รู้เลยว่าอะไรทำได้หรือไม่ควรทำ

"ฉันรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ทุกอย่างเป็นเรื่องของอินสตาแกรม และการได้รูปอินสตาแกรมที่ดีที่สุด ไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่โง่เง่าและไร้ความรับผิดชอบที่ประเทศอื่นมากเท่ากับที่ไอซ์แลนด์เลย ฉันเข้าไปตามโปรไฟล์ของพวกเขาและพยายามบอกให้พวกเขาเข้าใจว่ากำลังทำอะไรอยู่และให้หยุดซะ"

หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว Visit Iceland ได้ริเริ่มโครงการหลายโครงการเพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวมีความรับผิดชอบ มีวิดีโอเตือนให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าพืชมอสส์ของไอซ์แลนด์สำคัญอย่างไร และต้องไม่ขับรถออกนอกเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีการให้นักท่องเที่ยวเซ็นสัญญาที่สนามบินว่าจะไม่เข้าไปยุ่งหรือทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ปัสสาวะตามพื้นที่ในชนบท

พืชมอสส์ไอซแลนด์มีความบอบบางเป็นพิเศษและสามารถตายได้หากถูกย่ำ พืชชนิดนี้ช่วยให้ไม่มีการกัดเซาะของดิน ช่วยในการอุ้มน้ำและรักษาความชื้น ทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์หลากชนิดอีกด้วย

การขับรถออกนอกเส้นทางอาจทำให้สภาพธรรมชาติของไอซ์แลนด์เสียหายได้ ช่วงฤดูร้อนที่สั้นและเปียกชื้นหมายความว่าพืชต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพตัวเองจากการโดนรถเหยียบเสียหาย

Image copyright EPA

ยืนเซลฟี่ที่หน้าผา

พอลล์ โจคูล ปีเตอร์สัน ซึ่งเป็นมัคคุเทศก์นำทางนักท่องเที่ยวไปชมธรรมชาติอันสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของไอซ์แลนด์ บอกว่า มีทั้งอินฟลูเอนเซอร์ที่ดีและไม่ดีในอินสตาแกรม

"แบบที่ไม่ดีมักจะดึงดูดนักท่องเที่ยวพฤติกรรมแย่ ๆ ด้วยการทำพฤติกรรมบ้าระห่ำและฝ่าฝืนกฎ ทำให้คนพลอยคิดไปว่าคุณไม่ต้องทำตามกฎในไอซ์แลนด์ เช่น สามารถขับรถออกนอกเส้นทางได้"

"ผมเคยเห็นพฤติกรรมต่าง ๆ มาหมดแล้วที่ทั้งอันตรายและเป็นการไม่ให้เกียรติ เช่น ปีนรั้ว หรือไปยืนริมหน้าผาเพื่อถ่ายเซลฟี่"

"ผู้ใช้อินสตาแกรมที่ดีแสดงให้เห็นถึงหลากหลายวิธีในการเพลิดเพลินกับธรรมชาติ" ปีเตอร์สัน กล่าว พร้อมกับบอกต่อว่า พวกเขาลงรูปบางรูปโดยไม่บอกตำแหน่งของสถานที่เพื่อที่จะปกป้องบริเวณดังกล่าวให้นานที่สุด บางสถานที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอินสตาแกรมแม้จะไม่มีการระบุว่าบริเวณนั้นอยู่ที่ไหน และในที่สุดคนก็ไปรู้เข้าจนได้

Fjadrargljufur Canyon คือหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตที่สุดที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลังจากเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ประกอบเพลง I'll Show You ของจัสติน บีเบอร์

รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศปิดบริเวณดังกล่าวเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ก่อนที่จะต้องปิดต่อเนื่องจนเพิ่งมาเปิดใหม่เมื่อต้น มิ.ย. ที่ผ่านมา

Image copyright Getty Images

พวกเขาแคร์จริงหรือ?

"พฤติกรรมไม่ยั้งคิดของคนที่มีชื่อเสียงแค่คนเดียวสามารถส่งผลกระทบบริเวณทั้งบริเวณได้เลยหากคนหมู่มากทำตาม" รัฐมนตรีว่าการสิ่งแวดล้อม กุดมันเดอร์ อิงกิ กุดแบรนด์สัน บอกกับสำนักข่าวเอพี

แม้ว่าช่างภาพอย่าง เบ็น ไซม่อน เรห์น จะชื่นชอบอินสตาแกรมในฐานะแหล่งหาแรงบันดาลใจและทำความรู้จักคนเพื่อขยายเครือข่าย เขาเห็นว่าการไม่ให้เกียรติสถานที่เป็นปัญหาร้ายแรง

"เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ผู้ใช้อินสตาแกรมมีพฤติกรรมเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างภาพแนวผจญภัยและภูมิทัศน์ที่ดูเหมือนจะอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและรักชีวิตกลางแจ้ง ที่กลับทำพลาดหรือหลงลืมกฎหมายง่าย ๆ ที่มีขึ้นมาเพื่อปกป้องธรรมชาติเสียเอง"

"นี่ทำให้ผมถามตัวเองเสมอว่านี่เป็นเรื่องของจำนวนไลค์และตัวพวกเขาเอง หรือพวกเขาใส่ใจโลกและธรรมชาติจริง ๆ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม