เจ้าผู้ครองนครดูไบ : พระชายาหลบหนีไปอังกฤษ หวั่นความปลอดภัยในชีวิต

  • 3 กรกฎาคม 2019
Dubai ruler Sheikh Mohammed Al-Maktoum (left) and Princess Haya Bint Al-Hussein at Ascot racecourse, the UK. Photo: June 2012 Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าหญิงฮายา หลบหนีพระสวามีออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกำลังซ่อนตัวอยู่ในกรุงลอนดอน

โดย แฟรงก์ การ์ดเนอร์

ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคงของบีบีซี

เจ้าหญิงฮายา บินต์ อัล ฮุสเซน พระชายาของ เชค โมฮัมเหม็ด บิน อัล มักตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ ซึ่งทรงหลบหนีพระสวามีออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังซ่อนตัวอยู่ในกรุงลอนดอน พร้อมตรัสว่าทรงวิตกเรื่องความปลอดภัยในชีวิตหลังหลบหนีออกมา

เชค โมฮัมเหม็ด พระชันษา 69 ปี หนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดในโลก และมักมีภาพพระองค์สนทนากับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองตามงานสังคมชั้นสูงของอังกฤษ ทรงโพสต์บทกวีผ่านทางอินสตาแกรมซึ่งมีเนื้อหาเกรี้ยวกราดกล่าวหา "หญิงนิรนาม" ว่าเป็นผู้ "ทรยศและหักหลัง"

เจ้าหญิงฮายา พระชันษา 45 ปี เป็นชาวจอร์แดน และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ เสกสมรสกับเชค โมฮัมเหม็ด เมื่อปี 2004 กลายเป็นพระชายาคนที่ 6 และ "คนสุดท้อง" ของเจ้าผู้ครองนครดูไบ ซึ่งมีรายงานว่าพระองค์ทรงมีโอรสและธิดากับพระชายาต่าง ๆ รวม 23 คน

เจ้าหญิงฮายา ทรงหลบหนีออกจากดูไบในปีนี้ โดยมีจุดหมายปลายทางแรกที่เยอรมนี ซึ่งพระองค์ทรงยื่นเรื่องขอลี้ภัย ปัจจุบันเชื่อว่าพระองค์ประทับอยู่ในบ้านหรูมูลค่า 85 ล้านปอนด์ บนถนนเคนซิงตัน พาเลซ การ์เดน ย่านเคนซิงตันใจกลางกรุงลอนดอน และเตรียมดำเนินการต่อสู้ทางกฎหมายในศาลสูง

เหตุใดทรงทิ้งชีวิตหรูในดูไบ

แหล่งข่าวใกล้ชิดหลายรายเปิดเผยว่า เจ้าหญิงฮายา ทรงเพิ่งได้ทราบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจเบื้องหลังเหตุการณ์ที่เจ้าหญิงลาติฟา พระธิดาของเชค โมฮัมเหม็ด ทรงถูกนำตัวกลับดูไบอย่างปริศนา หลังทรงหลบหนีออกจากวัง แต่ถูกตามพบและบังคับนำตัวออกจากเรือยอร์ช ขณะอยู่นอกชายฝั่งอินเดีย เมื่อเดือน มี.ค.ปี 2018

โดยขณะนั้น เจ้าหญิงฮายา และนางแมรี โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และอดีตประธานาธิบดีไอร์แลนด์ ต่างออกมาปกป้องชื่อเสียงของดูไบและเชค โมฮัมเหม็ด ต่อกรณีที่เกิดขึ้น

Image copyright UNITED ARAB EMIRATES FOREIGN MINISTRY
คำบรรยายภาพ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ผยแพร่พระรูปของเจ้าหญิงลาติฟา (ซ้าย) คู่กับนางแมรี โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และอดีตประธานาธิบดีไอร์แลนด์

ทางการดูไบ ระบุว่า เจ้าหญิงลาติฟา หลบหนีออกจากวังเพราะพระองค์ "ทรงไม่เดียงสาต่อการถูกแสวงหาประโยชน์" และ "ขณะนี้ทรงปลอดภัยอยู่ในดูไบ"

แต่กลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า เจ้าหญิงลาติฟาทรงถูกบังคับนำตัวกลับดูไบโดยที่ไม่พระองค์ไม่ยินยอม

หลังจากนั้น แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหญิงฮายา ทรงได้ทราบความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนเกิดแรงกดดันและความรู้สึกมุ่งร้ายจากสมาชิกคนอื่น ๆ ทางฝ่ายเจ้าผู้ครองนครดูไบ ส่งผลให้พระองค์ทรงรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะอยู่นั่นอีกต่อไป

แหล่งข่าวใกล้ชิดยังระบุด้วยว่า เจ้าหญิงฮายา ทรงเกรงว่าตอนนี้พระองค์อาจกลายเป็นผู้ที่จะถูกลักพาตัวกลับดูไบเสียเอง

ด้านสถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในกรุงลอนดอนปฏิเสธแสดงความเห็นใด ๆ โดยระบุว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างบุคคลสองคน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เชื่อว่าเจ้าหญิงฮายา ซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด มีพระประสงค์ที่จะพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรต่อไป

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติ เช่นเดียวกับกรณีของเจ้าหญิงลาติฟาที่สำนักข่าวทั่วโลกให้ความสนใจ

เชื่อว่า เจ้าหญิงฮายา มีพระประสงค์ที่จะพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร แต่หากพระสวามีทรงเรียกร้องให้ส่งพระองค์กลับดูไบ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาความยุ่งยากทางการทูตต่ออังกฤษซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เรื่องนี้ยังสร้างความอึดอัดใจให้จอร์แดน เพราะเจ้าหญิงฮายา ทรงเป็นพระขนิษฐาต่างมารดาในสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ซึ่งปัจจุบันมีชาวจอร์แดนจำนวนมากทำงานในยูเออีและส่งเงินกลับบ้านเกิดจำนวนมหาศาล

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม