ล่วงละเมิดทางเพศ : หญิงเวียดนามรวมพลัง แชร์ประสบการณ์คุกคามทางเพศตัวเอง หลังคดีลวนลามเด็กหญิง 8 ขวบ ไม่คืบ

  • 6 กรกฎาคม 2019
Older man presses up against 13 year old girl Image copyright BBC/Davies Surya

นี่คือคดีที่สร้างประเด็นถกเถียงเรื่องการคุกคามทางเพศไปทั่วเวียดนาม

นายเหงียน หิว ลินห์ อดีตอัยการอาวุโส ถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศเด็กหญิงวัย 8 ขวบในลิฟต์ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในนครโฮจิมินห์

ภาพวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์นี้ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย เป็นภาพชายคนดังกล่าวกำลังโอบเด็กผู้หญิงที่เขาไม่รู้จักและก็จูบเธอด้วย

เขาโดนตั้งข้อหาลวนลามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี การพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ดำเนินไปแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นก่อนจะมีคำสั่งเลื่อนการไต่สวนออกไปโดยให้เหตุผลว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ นี่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทางโซเชียลมีเดีย

กรณีนี้ทำให้คนเวียดนามหันมาสนใจประเด็นการคุกคามทางเพศมากขึ้น โดยนักเคลื่อนไหวบอกว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับความสนใจเพราะคนมองกันว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย

"15 ปีที่แล้ว เราจัดการประชุมเรื่องความรุนแรงทางเพศ เจ้าหน้าที่รัฐบาลบอกกับเราว่าเวียดนามไม่มีปัญหาเรื่องนี้" เวิน ไอนห์ เหงียน ผู้อำนวยการศูนย์สำหรับการศึกษาและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ด้านเพศสภาพ ครอบครัว สตรี และเด็กวัยรุ่น (Centre for Studies and Applied Sciences in Gender, Family, Women and Adolescents) กล่าว

เธอบอกว่า รายละเอียดของคดีนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมในสังคมเวียดนาม

เป็นครั้งแรกที่คนออกมาบอกเล่าประสบการณ์ตัวเองอย่างเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดีย บีบีซีแผนกภาษาเวียดนามพูดคุยกับผู้เคยผ่านประสบการณ์อันเลวร้าย บางคนได้ขอสงวนชื่อจริงเอาไว้

อาจมีรายละเอียดบางช่วงบางตอนที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ

ฉันอับอายมาก

ดร.ควต ทู โฮง เป็นผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการศึกษาด้านการพัฒนาสังคม (Institute for Social Development Studies) นี่เป็นครั้งแรกตลอด 50 ปีที่ผ่านมาที่เธอเปิดเผยประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศตอนยังเป็นเด็กและวัยรุ่น

ฉันอายุแค่ 13 ปี ตอนถูกลวนลามที่ห้างสรรพสินค้า ตอนยืนดูของผ่านกระจกหน้าร้าน จู่ ๆ ก็มีชายวัยกลางคนในเครื่องแบบมายืนข้างหลังฉัน และฉันก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแข็ง ๆ มาดันที่บั้นท้าย

ฉันไม่รู้ว่านั่นคืออะไร แต่ก็รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ฉันพยายามจะหนีแต่ก็เขาก็ตามมายืนชิดและลวนลามฉันต่อ

ฉันรู้สึกอับอายมากจนต้องวิ่งออกจากห้างสรรพสินค้าไปและก็ไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลย

Image copyright BBC/Davies Surya
คำบรรยายภาพ "ฉันไม่เคยบอกใครเลยว่าเขาทำอะไรกับฉันไว้คืนนั้น"

อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อตอนฉันอายุ 18 ปี ตอนนั้นปี 1978 กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮานอย ฉันได้ไปรู้จักกับลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เย็นวันหนึ่งเรานัดพบกันและเมื่อถึงเวลากลับบ้าน เขาอาสาขี่จักรยานไปส่งฉันที่บ้าน ฉันตอบตกลงแม้ว่าจะรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจก็ตาม

เขาเลือกไปเส้นทางเปลี่ยวโดยอ้างว่าแค่อยากจะเลี่ยงรถติด และแล้วเขาก็จอดจักรยาน ลงไปนั่งข้างถนนและบอกให้ฉันไปนั่งข้าง ๆ จากนั้นเขาก็คว้าแขนฉันและพยายามจะกดตัวฉันลง ฉันโกรธมากและใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเตะและข่วนหน้าเขา

ฉันอยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องเป็นเรื่องแน่หากมีใครรู้เข้าว่าฉันออกมาเที่ยวกับเขาดึก ๆ ดื่น ๆ ไม่นานก่อนหน้านั้น มีนักศึกษาสองคนที่ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเพราะว่าออกไปเดทกันที่ทุ่งนาแถวมหาวิทยาลัย

ฉันบอกเขาว่าไม่กลัวที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลูกพี่ลูกน้องเขาฟัง เขาขอโทษฉันและบอกว่าจะพาฉันไปส่งบ้าน มีแต่ความเงียบงันระหว่างที่เราเดินทางกลับบ้าน

ฉันไม่เคยบอกใครเลยว่าเขาทำอะไรกับฉันไว้คืนนั้น

คนเดียวในแท็กซี่

ทู (นามสมมติ) บอกเล่าเรื่องราวของเธอหลังมีข่าวลวนลามเด็กวัย 8 ขวบออกมา ในฐานะที่เป็นคนใช้วีลแชร์ เธอเดินทางไปไหนมาไหนด้วยแท็กซี่

มีอยู่วันหนึ่ง มีแท็กซี่มาจอดหน้าฉันและบอกว่ายินดีจะพาฉันไปส่งบ้านเพราะเห็นฉันรอข้างทางมานานแล้ว ตอนแรกฉันปฏิเสธแต่เขาก็ดูกระตือรือร้นที่จะไปส่งฉันมาก

พออยู่บนรถ เขาเริ่มถามคำถามประเภทว่า "ทำไมยังไม่แต่งงาน" และ "คุณเคยมีเซ็กส์ไหม"

Image copyright BBC/Davies Surya

จากนั้นเขาก็ขับพาฉันไปที่เงียบ ๆ และหยุดรถ เขาเริ่มพยายามลวนลามฉัน ฉันพยายามจะดิ้นหนีและดึงมือถือออกมาโทรหาที่บ้าน เขาก็มาคว้ามือฉันไว้ ยังดีที่ฉันมีมือถืออีกเครื่องในกระเป๋าและกดโทรหาเพื่อนสำเร็จ

ฉันคิดว่าเขากลัวเลยหยุด และก็ขับรถพาฉันไปส่งบ้านพร้อมกับขอโทษฉัน

ฉันพกมือถือไว้ 3 เครื่องเสมอเพื่อป้องกันตัวเอง

ด้วยความที่ฉันเป็นผู้หญิงพิการ เวลาไปไหนมาไหนตามท้องถนน ผู้ชายมักใช้คำพูดหยาบคายและลวนลามฉัน พวกเขาตะโกนบอกด้วยคำพูดประเภท "มานอนกับพี่ที่บ้านมั๊ย แล้วพี่จะเลี้ยงน้องเอง น้องไม่ต้องทำงาน" หรือ "พี่สนใจแค่ส่วนที่อยู่ใต้เอวน้อง"

บางครั้งฉันพบเจอผู้หญิงพิการต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากเพราะว่าลูก ๆ ของพวกเธอเกิดมาจากการข่มขืน

ฉันหวังว่าสังคมและรัฐบาลเราจะใส่ใจพอที่จะหาทางออกสำหรับปัญหาเหล่านี้

เราควรจะเข้าไปแก้ปัญหานี้ตั้งแต่ต้น ๆ และเข้าถึงรากถึงโคนของปัญหานี้ให้ได้

เจ็บปวดในความเงียบ

ลี (นามสมมติ) โดนคุกคามทางเพศโดยสามีของลูกพี่ลูกน้องเธอตอนยังเด็ก

เขาชอบมากอด มาจูบ และแตะต้องตัวฉันตลอด

พอฉันไปฟ้องแม่ แม่กลับบอกว่าเป็นเพราะเขารักฉันในฐานะสมาชิกครอบครัวคนหนึ่ง ฉันก็ได้แต่เงียบและโดนลวนลามต่อไป

ทุกครั้งที่เขามาหา ฉันจะพยายามหนีไปซ่อนตัว หลายปีต่อมา ฉันเพิ่งมารู้ว่าเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่ไปลวนลามหลานสาวฉันด้วย

Image copyright BBC/Davies Surya

ฉันจำหน้าพวกผู้ชายที่เคยคุกคามและลวนลามฉันได้ดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พอโตขึ้นมาหน่อย พ่อแม่ฉันเปิดร้านอาหารที่ลูกค้าหลายคนเป็นพวกทหารเพราะมีฐานทัพอยู่ข้าง ๆ ฉันช่วยงานด้วยการเสิร์ฟอาหาร

พวกเขามักพยายามจะกอดและแตะต้องตัวฉัน พอบอกพ่อ เขาก็กลับไม่พูดอะไร

ฉันคิดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจว่าประสบการณ์เหล่านี้มันเข้าไปฝังลึกในความทรงจำฉันแค่ไหน ฉันไม่โทษเขาหรอก พวกเขามาจากยุคที่ชีวิตยากลำบากและต้องหาเลี้ยงตัวเอง ไม่มีเวลามาห่วงว่าสุขภาพจิตของลูกเขาจะเป็นอย่างไร

ตอนฉันอายุ 12 ปี มีครูพละคนหนึ่งที่ชอบลวนลามนักเรียน พอเขาพยายามจะลวนลามฉัน ฉันก็วิ่งหนี และเขียนชื่อเขาบนกระดานดำ เขาโกรธมากและไปต่อว่ากับแม่ฉันซึ่งเป็นรองหัวหน้าครูที่โรงเรียนฉันเอง

เรื่องลงเอยด้วยการที่แม่ไปขอโทษเขาแทนฉัน พอกลับมาบ้าน พ่อทุบตีฉันโทษฐานที่ไปไม่ให้เกียรติครู

30 ปีที่ผ่านมา ฉันถูกคุกคามทางเพศอีกหลายครั้ง ฉันบอกให้พวกผู้ใหญ่ฟังแต่พวกเขากลับเงียบไม่ทำอะไร

ตอนนี้ฉันมีลูกสาวแล้ว และพยายามสอนลูกให้ดูแลตัวเอง บอกลูกให้ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องร่างกาย และให้มาบอกหากมีเหตุเกิดขึ้น

ฉันจะไม่เป็นเหมือนแม่ฉัน ฉันจะไม่เก็บเงียบ

ข่าวเด็กถูกลวนลามในลิฟต์ทำให้ฉันอยากพูดเพราะอยากให้คนออกมาแสดงออกและปกป้องเด็ก ๆ ก่อนหน้านี้ฉันยังไม่เคยบอกเรื่องนี้กับสามีตัวเองเลย

สิ่งที่ฉันอยากจะบอกคือ ถ้าคุณมีลูก ให้ใส่ใจ อย่าประนีประนอม และเก็บเรื่องนี้ไว้ ความเจ็บปวดจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

อันดับที่ 37

เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา รายงานโดย Economist Intelligence Unit ของนิตยสาร The Economist จัดให้เวียดนามอยู่อันดับที่ 37 จาก 40 ประเทศด้านประสิทธิภาพในการจัดการกับการคุกคามทางเพศและการเอารัดเอาเปรียบเด็ก

แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเวียดนามกลับบอกในตอนนั้นว่ารายงานยังขาดความชัดเจน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนามบอกว่าในปี 2018 มีกรณีการคุกคามทางเพศเด็ก 1,269 ราย แต่องค์การไม่แสวงหาผลกำไรบอกว่าตัวเลขอาจสูงกว่านั้นมาก

นั่นเป็นเพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางเพศยังมีความกำกวม การคุกคามทางเพศในบางรูปแบบไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม และภาระในการพิสูจน์ความจริงกลับตกไปอยู่ที่เหยื่อเอง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม