เรือนจำนอร์เวย์เผยเคล็ดลับเปลี่ยน “อาชญากร” เป็น “เพื่อนบ้านที่ดี” ของชุมชน

  • 10 กรกฎาคม 2019
Prayer room in Halden prison Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ห้องสวดภาวนาในเรือนจำฮัลเดน

อะไรคือจุดประสงค์หลักของการลงโทษจำคุกอาชญากร ? เพื่อให้พวกเขาชดใช้ความผิดที่กระทำไว้ หรือเพื่อแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นคนที่ดีขึ้น ? หากจะตอบคำถามนี้ตามแนวทางของประเทศนอร์เวย์แล้ว ก็คงจะได้คำตอบว่าระบบงานราชทัณฑ์ของดินแดนแห่งนี้ได้ละทิ้งแนวทาง "กักขังเพื่อลงโทษ" ไปตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งทำให้อัตราการกลับมากระทำผิดซ้ำของอาชญากรที่พ้นโทษลดลงอย่างมากด้วย

เอ็มมา เจน เคอร์บี ผู้สื่อข่าวของบีบีซี ได้มีโอกาสเข้าชมภายในเรือนจำฮัลเดนอันเลื่องชื่อของนอร์เวย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีถึงสภาพความเป็นอยู่ที่เหมือน "แดนสวรรค์" ของนักโทษ โดยทางเรือนจำเผยว่า การให้อาชญากรได้ใช้ชีวิตในที่คุมขังอย่างเป็นปกติเหมือนกับโลกภายนอก จะช่วยให้พวกเขาสำนึกผิดและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมที่จะออกไปเป็น "เพื่อนบ้านที่ดี" ของคนในสังคมหลังพ้นโทษ

สร้าง "ภาวะปกติ" หลังกำแพงเรือนจำ

เมื่อย่างก้าวเข้าไปในเขตเรือนจำฮัลเดนในยามเช้าตรู่ ภาพที่ได้เห็นคือกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีรอยสักเต็มตัวกำลังฝึกบริหารร่างกายด้วยท่าโยคะแบบต่าง ๆ โดยมีผู้ฝึกสอนมืออาชีพหญิงคอยแก้ไขท่าทางของพวกเขาให้ถูกต้อง ดูไปแล้วแทบไม่ต่างจากบรรยากาศของสปาฟื้นฟูสุขภาพซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อมที่งดงาม

"โยคะทำให้นักโทษได้สงบจิตใจ เราไม่ต้องการให้พวกเขามีอารมณ์ฉุนเฉียว ทำตัวก้าวร้าวรุนแรงในเรือนจำแห่งนี้ เราอยากได้นักโทษที่ใจเย็นและสงบเรียบร้อยมากกว่า" อาร์ ฮอยดัล ผู้บัญชาการเรือนจำฮัลเดนบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซี

อย่างไรก็ตาม ความสงบสันติในเรือนจำแห่งนี้แลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่ายค่อนข้างสูง โดยค่าใช้จ่ายที่เบิกจากงบประมาณของรัฐสำหรับนักโทษแต่ละคน ซึ่งรวมถึงกิจกรรมพิเศษอย่างชั้นเรียนโยคะนั้น ตกหัวละเกือบ 4 ล้านบาทต่อปี ขณะที่นักโทษในเรือนจำซึ่งมีระดับการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในอังกฤษและแคว้นเวลส์ มีค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องดูแลโดยเฉลี่ย 1.5 - 2.3 ล้านบาทต่อคนต่อปีเท่านั้น

ใกล้กับชั้นเรียนโยคะ ผู้คุมในชุดเครื่องแบบสองคนขี่สกู๊ตเตอร์ไปตามทางวิ่ง โดยมีนักโทษสองคนวิ่งออกกำลังอยู่ข้าง ๆ พวกเขาพยายามเร่งฝีเท้ารักษาความเร็ว เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งห่างจากผู้คุมไปมากนัก

"สิ่งนี้เรียกว่า การรักษาความปลอดภัยแบบมีพลวัตร" ผู้บัญชาการเรือนจำกล่าว "ผู้คุมและนักโทษจะทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกันตลอดเวลา กินด้วยกัน เล่นวอลเลย์บอลด้วยกัน ร่วมกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจต่าง ๆ ด้วยกัน ทำให้พวกเรามีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักโทษอย่างแท้จริง ได้พูดคุยและสร้างแรงจูงใจโน้มน้าวพวกเขาในเรื่องต่าง ๆ"

เมื่อผู้บัญชาการฮอยดัลเริ่มเข้าทำงานในกรมราชทัณฑ์ของนอร์เวย์ใหม่ ๆ ในช่วงทศวรรษ 1980 นั้น สภาพของเรือนจำและการควบคุมนักโทษแตกต่างจากปัจจุบันราวฟ้ากับเหว "งานของผู้คุมนั้นโหดมาก วัฒนธรรมการทำงานก็เน้นเรื่องของความเป็นชายชาตรีที่แข็งแกร่ง เน้นการควบคุมตรวจตราและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในตอนนั้นอัตราการกระทำผิดซ้ำของคนที่พ้นโทษไปแล้วสูงถึง 60-70% ไม่ต่างจากสหรัฐฯ"

แต่ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เกิดการปฏิรูปนโยบายของกรมราชทัณฑ์นอร์เวย์ครั้งใหญ่ โดยละเลิกแนวทางที่มุ่งใช้การลงโทษจำคุกเพื่อ "แก้แค้น" ให้กับสังคม และหันมาสู่แนวทางเน้นการแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักโทษแทน ทำให้ในแต่ละวันนักโทษไม่ต้องถูกขังเป็นเวลานาน แต่ให้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเข้าชั้นเรียนศึกษาวิชาต่าง ๆ หรือฝึกอาชีพ ส่วนบทบาทของผู้คุมก็ถูกยกเครื่องใหม่หมด

"เราไม่ใช่ผู้คุมอีกต่อไป แต่เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลนักโทษ แน่นอนว่าเราต้องรักษากฎเพื่อให้ผู้กระทำผิดรับโทษจำคุกครบตามกำหนดเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เราก็จะช่วยให้พวกเขากลายเป็นคนที่ดีขึ้นด้วย เราเป็นทั้งโค้ช ผู้ให้คำปรึกษาชี้แนะ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้เดินตาม" ผู้บัญชาการฮอยดัลกล่าว

ระบบใหม่นี้ได้ผลอย่างมาก เพราะจำนวนผู้กระทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษไปในระยะเวลา 2 ปี ลดลงเหลือเพียง 20% เท่านั้น ส่วนผู้ที่กระทำผิดซ้ำภายในระยะเวลา 5 ปีหลังพ้นโทษ ก็ลดลงเหลือเพียง 25% ถือเป็นตัวเลขที่น่าอัศจรรย์เมื่อเทียบกับของสหราชอาณาจักรซึ่งโดยเฉลี่ยมีผู้กระทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษสูงถึง 50% หลังออกจากเรือนจำไปได้ไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เรือนจำที่มีมนุษยธรรมที่สุดในโลกของนอร์เวย์

"แดนสวรรค์" ของผู้ต้องขัง

สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ของเรือนจำฮัลเดนยังได้รับการออกแบบมา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นักโทษรู้สึกว่ากำลังถูกคุมขังอยู่ โดยมุ่งลดความเครียดและส่งเสริมให้คนในเรือนจำได้ใช้ชีวิตที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติรอบข้าง

อันที่จริงแล้ว เรือนจำมูลค่าการก่อสร้าง 5,300 ล้านบาทแห่งนี้ ได้รับรางวัลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมจากหลายสถาบัน โดยมีเอกลักษณ์เป็นกลุ่มอาคารที่เรียบง่ายแต่เก๋ไก๋ ตั้งอยู่ในป่าต้นบลูเบอรีที่มีต้นสนขึ้นแซมอยู่กระจัดกระจายโดยรอบ นอกจากนี้ยังมีอาคารไม้ทรงชาเลต์แบบสวิสที่มีระเบียงกว้างขวางด้วย ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูคล้ายกับวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยสักแห่งมากกว่าจะเป็นเรือนจำ

คำบรรยายภาพ อาร์ ฮอยดัล ผู้บัญชาการเรือนจำฮัลเดน

โดยรอบอาณาบริเวณของสถานที่แห่งนี้มีกำแพงคอนกรีตความสูง 7 เมตรล้อมอยู่ แต่ไม่มีรั้วลวดหนามหรือรั้วไฟฟ้าให้เห็น กล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยถูกซ่อนไว้อย่างดี และมีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวอยู่ที่ทั้งสองด้านของกำแพง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เคยมีเหตุการณ์นักโทษพยายามหลบหนีเกิดขึ้นมาก่อน

ภายใน "ห้องขัง" ของนักโทษทุกคนมีห้องน้ำห้องส้วมในตัว นอกจากนี้ยังมีตู้เย็น, โทรทัศน์จอแบน, โต๊ะตัวเล็ก และหน้าต่างที่มองเห็นทิวทัศน์ของป่าโดยรอบได้ นักโทษยังมีห้องครัวและห้องนั่งเล่นส่วนกลางให้ใช้ด้วย ทำให้เกิดคำถามว่าความเป็นอยู่ของคนเหล่านี้ออกจะสุขสบายเกินฐานะนักโทษไปหน่อยหรือไม่

ผู้บัญชาการเรือนจำตอบว่า "การลงโทษอาชญากรของนอร์เวย์นั้นเพียงแค่จำกัดไม่ให้พวกเขามีเสรีภาพ แต่สิทธิอื่น ๆ ก็ยังคงอยู่ นักโทษสามารถออกเสียงเลือกตั้งได้ สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาและบริการสาธารณสุขได้เหมือนพลเมืองทั่วไป นั่นก็เพราะพวกเขายังเป็นมนุษย์ แม้จะกระทำผิดและต้องถูกลงโทษ แต่ก็ยังเป็นคนเหมือนกันอยู่ดี"

คำบรรยายภาพ ห้องขังนักโทษที่เรือนจำฮัลเดนมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน

ปลดปล่อย "เพื่อนบ้านที่ดี" คืนสู่สังคมหลังพ้นโทษ

ภายในเรือนจำมีโรงฝึกงานให้นักโทษได้รับการฝึกฝนอบรมวิชาชีพต่าง ๆ ทั้งอู่ซ่อมรถ, โรงครัวฝึกการทำอาหาร, โรงฝึกงานไม้และงานก่อสร้าง โดยในแต่ละวันนักโทษจะต้องตื่นนอนเวลา 7.30 น. เพื่อให้พร้อมฝึกปฏิบัติงานหรือเข้าชั้นเรียนต่าง ๆ ในเวลา 8.15 น. พวกเขาจะทำกิจกรรมนอกห้องขังตลอดวันก่อนจะกลับเข้านอนในเวลา 20.30 น.

การใช้ชีวิตประจำวันที่อยู่นอกห้องขังเป็นส่วนใหญ่นี้ ทำให้เกิดบรรยากาศที่คล้ายกับการดำเนินชีวิตของคนปกติในสังคมภายนอก ทั้งยังช่วยเตรียมความพร้อมให้นักโทษได้มีหนทางประกอบอาชีพสุจริตหลังพ้นโทษไปแล้วด้วย

"เราวางแผนการถึงวันที่จะปล่อยตัวนักโทษมาตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาก้าวเข้าคุกแล้ว" ผู้บัญชาการฮอยดัลกล่าว "นอร์เวย์ไม่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตและนักโทษทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวในที่สุด พวกเขาจะกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ดังนั้นเราจึงพยายามจะปล่อยตัวเพื่อนบ้านที่ดีกลับคืนไปให้ชุมชนต่าง ๆ หากเราปฏิบัติต่อนักโทษไม่ต่างจากสัตว์ ก็เท่ากับว่าในวันหนึ่งเราจะต้องปล่อยสัตว์ร้ายกลับคืนไปสู่ละแวกบ้านของคุณ"

คำบรรยายภาพ อู่ซ่อมรถแห่งนี้คือสถานที่ฝึกวิชาชีพช่างยนต์ให้แก่เหล่านักโทษ

เรือนจำฮัลเดนยังมีห้องสตูดิโอสำหรับงานออกแบบกราฟิก ซึ่ง "เฟรดริก" นักโทษคดีฆาตกรรมที่อยู่ระหว่างรับโทษเป็นเวลา 15 ปี กำลังแต่งภาพหน้าปกของหนังสือคู่มือทำครัวที่ทางเรือนจำจะตีพิมพ์และวางจำหน่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของปีนี้ เฟรดริกบอกว่า "ถ้าคุณไม่ได้รับโอกาสให้ได้พัฒนาตัวเอง ถ้านักโทษถูกขังเอาไว้ในกรงเฉย ๆ คุณจะไม่มีทางกลายเป็นพลเมืองที่ดีได้"

ครอบครัวและเพศตรงข้ามสำคัญต่อการแก้ไขพฤติกรรม

หนึ่งในความพยายามสร้างบรรยากาศแบบชีวิตประจำวันของคนทั่วไปขึ้นในเรือนจำแห่งนี้ ยังรวมถึงการเปิดโอกาสให้ครอบครัวของนักโทษเข้าเยี่ยมได้อย่างใกล้ชิดหนึ่งครั้งในทุก 3 เดือน โดยนักโทษที่ผ่านการทดสอบเฉพาะของโครงการนี้ จะได้พักค้างแรมกับลูก ๆ และคู่ครองในบ้านพักที่จัดไว้เป็นพิเศษ ซึ่งมีทั้งของเล่นเด็ก เตียงนอนขนาดใหญ่สำหรับคู่สามีภรรยา และสภาพแวดล้อมที่ไม่ต่างกับบ้านของครอบครัวโดยทั่วไป

ลินน์ แอนเดรียสเซน ผู้คุมหญิงซึ่งพาทีมข่าวบีบีซีเข้าชมบ้านพักสำหรับครอบครัวนักโทษบอกว่า "นักโทษที่มีความประพฤติดีเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิพิเศษนี้ พวกเขาจะได้โอกาสใช้ชีวิตแบบพ่อแม่ลูกเหมือนคนอื่น ๆ อีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ชั่วยามก็ตาม"

คำบรรยายภาพ ลินน์ แอนเดรียสเซน เป็นหนึ่งในผู้คุมหญิงของเรือนจำฮัลเดน ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้คุมทั้งหมด

แอนเดรียสเซนเป็นหนึ่งในผู้คุมหญิงของเรือนจำฮัลเดน ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของผู้คุมทั้งหมด พวกเธอช่วยสร้าง "ภาวะปกติ" ขึ้นในที่คุมขังแห่งนี้ได้ไม่น้อย แอนเดรียสเซนยังบอกว่า "เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีผู้หญิงอยู่ด้วยในสังคมทุกรูปแบบ นักโทษชายที่นี่จะต้องปรับตัวยอมรับความจริงในเรื่องนี้ให้ได้ พวกเขาจะต้องไม่เกรงกลัวพวกเราเพียงเพราะสวมเครื่องแบบผู้คุม แต่ต้องเคารพกันที่ตัวบุคคล พวกเราล้วนมีความเคารพต่อเหล่านักโทษ ทำให้พวกเขาก็จะเคารพยำเกรงเราด้วย"

อนาคตของเรือนจำในอุดมคติ

ผู้คุมนักโทษในระบบเรือนจำของนอร์เวย์ ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางของกรมราชทัณฑ์เป็นเวลา 3 ปี โดยการสอบเข้านั้นมีอัตราการแข่งขันสูงมาก ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องศึกษาวิชากฎหมาย อาชญาวิทยา จริยศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เนื่องจากผู้ต้องขังถึงหนึ่งในสามของนอร์เวย์เป็นชาวต่างประเทศ พวกเขายังต้องผ่านการฝึกปฏิบัติงานในเรือนจำอีกหนึ่งปีก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา ซึ่งตรงข้ามกับผู้คุมนักโทษในสหราชอาณาจักรที่ผ่านการฝึกอบรมก่อนเข้าทำงานเพียง 3 เดือนเท่านั้น

คำบรรยายภาพ หน้าปกหนังสือคู่มือทำครัวของเรือนจำฮัลเดนซึ่งนักโทษเป็นผู้ออกแบบเอง

ฮันส์ ยอร์เกน-บรุกเคอร์ เจ้าหน้าที่ของสถาบันฝึกอบรมผู้คุมนักโทษแห่งนอร์เวย์บอกว่า "นักเรียนของเราจะต้องได้รับการศึกษาอบรมมาเป็นอย่างดีก่อนจะเริ่มงานจริง ยิ่งรู้กฎหมายมากก็จะยิ่งรู้วิธีจัดการกับนักโทษ และรู้วิธีหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้มากขึ้น ผู้คุมที่ผ่านการฝึกฝนมาแค่ 3 เดือนเสี่ยงที่จะปฏิบัติงานผิดพลาดและกระทำการทุจริตได้ง่าย"

ดูเหมือนว่าระบบงานราชทัณฑ์ของนอร์เวย์กำลังไปได้ดี และทางเรือนจำฮัลเดนก็กำลังมีโครงการใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักโทษและเชื่อมความสัมพันธ์กับสังคมภายนอกให้มากขึ้น เช่นโครงการสร้างห้องบันทึกเสียงและก่อตั้งค่ายเพลง "บันทึกประวัติอาชญากรรม" (Criminal Records) ของทางเรือนจำ

แต่ถึงกระนั้น สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของนอร์เวย์ในปัจจุบัน ทำให้ผู้บัญชาการฮอยดัลมีความกังวลว่า นโยบายและโครงการที่มีค่าใช้จ่ายสูงของทางเรือนจำจะไม่ได้รับการสนับสนุนต่อไปในอนาคต

"รายได้จากการขุดเจาะน้ำมันในทะเลเหนือเริ่มลดลง รัฐบาลอาจตัดลดงบประมาณที่จัดสรรให้กับเรา ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถรักษามาตรฐานและคุณภาพของการบริหารเรือนจำเอาไว้ได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คืออัตราการกระทำผิดซ้ำของอาชญากรหลังพ้นโทษจะกลับมาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อย"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม