ทำไมสหรัฐฯ และอิหร่าน จึงเป็นศัตรูคู่แค้น
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

ทำไมสหรัฐฯ และอิหร่าน จึงเป็นศัตรูคู่แค้น

  • 13 กรกฎาคม 2019

อิหร่านและสหรัฐฯ มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 นี่คือเหตุผลว่า ทำไมสหรัฐฯ และอิหร่าน จึงไปกันไม่ได้

1953: แผนรัฐประหาร

นายกรัฐมนตรีโมฮัมหมัด มอสซาเดก ของอิหร่าน ต้องการยึดสิทธิการผลิตน้ำมันกลับมาเป็นของรัฐ เพราะกิจการน้ำมันส่วนใหญ่ ถูกอังกฤษควบคุม ขณะที่ชาวอิหร่านส่วนใหญ่ ไม่ได้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันของประเทศ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และอังกฤษ จึงวางแผนรัฐประหารกำจัดนายกฯ อิหร่าน ออกจากรัฐบาล

โมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ขึ้นมาบริหารประเทศแทน ด้วยการสนับสนุนของสหรัฐฯ พระองค์ทรงใช้หน่วยตำรวจลับ ซาวัก ปิดปากคนที่เป็นศัตรูกับพระองค์ อยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำอิสลาม กลายเป็นศัตรูสำคัญ แต่เขาต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ หลังโจมตีพระเจ้าชาห์

1979: ปฏิวัติอิหร่าน

ประชาชนโกรธแค้น และขับไล่พระเจ้าชาห์ ขณะที่โคไมนี เดินทางจากปารีส กลับมาอิหร่านในปี 1979 แล้วก็ถึงคราวที่พระเจ้าชาห์ ต้องลี้ภัยบ้าง สร้างความกังวลต่อสหรัฐฯ อย่างมาก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อิหร่านได้กลายเป็น สาธารณรัฐอิสลาม ครูสอนศาสนา กลายเป็นผู้นำสูงสุดคนแรกของประเทศ

ความรู้สึกต่อต้านชาวอเมริกัน มีอยู่สูงมากในอิหร่านยุคใหม่ ส่วนพระเจ้าชาห์ที่ทรงถูกขับไล่ได้เสด็จไปยังสหรัฐฯ เพื่อรักษาพระอาการประชวร ยิ่งทำให้ชาวอิหร่านไม่พอใจมากขึ้น

1979-1981: วิกฤตตัวประกัน

นักศึกษาที่สนับสนุนโคไมนี ได้บุกสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเตหะราน และจับชาวอเมริกัน 52 คนไว้เป็นตัวประกันนาน 444 วัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ เริ่มคว่ำบาตรอิหร่านครั้งแรก

1980: สงครามอิหร่าน-อิรัก

อิรักบุกอิหร่าน ทำให้เกิดสงครามขึ้น ขณะที่การสู้รบยืดเยื้อ สหรัฐฯ ได้เพิ่มการช่วยเหลืออิรัก มากถึงระดับที่มีนัยสำคัญ คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งนี้ราว 1 ล้านคน โคไมนี ผู้นำอิหร่าน ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง หลังจากสู้รบกันมานาน 8 ปี

1988: เครื่องบินโดยสารถูกยิงตก

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เลวร้ายลงไปอีก รัฐบาลอิหร่าน เห็นว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล เป็นศัตรูตัวฉกาจ ในปี 1988 เรือรบของสหรัฐฯ ยิงเครื่องบินของอิหร่านแอร์ตก สหรัฐฯ ไม่เคยขอโทษ ต่อเหตุการณ์ที่ระบุว่า เป็นความผิดพลาดนี้

2002: "แกนแห่งความชั่วร้าย"

ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประณามสิ่งที่เขาเรียกว่า 'แกนแห่งความชั่วร้าย' รวมถึง อิหร่าน, อิรัก และเกาหลีเหนือ สหรัฐฯ หันมาให้ความสำคัญกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ประชาคมโลกคว่ำบาตรอิหร่านอย่างหนัก การส่งออกน้ำมันและเศรษฐกิจของอิหร่าน ได้รับความเสียหายอย่างมหาศาล

2015: ข้อตกลงนิวเคลียร์

อิหร่าน ยืนกรานว่า กิจกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน เป็นไปอย่างสันติ แต่อิหร่านก็ยอมจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์ตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 เพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่ 3 ปีต่อมา สหรัฐฯ ก็ได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนี้ และยังระบุว่า กองกำลังป้องกันการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน เป็น 'กลุ่มก่อการร้าย' ทำให้เกิดเหตุการณ์ในปัจจุบันขึ้น

บุคคลที่มีส่วนสำคัญในความขัดแย้งในปัจจุบันคือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านเหมือนเดิม และยังเพิ่มมาตรการกดดันใหม่ ๆ เขาถึงขั้นพิจารณาใช้ปฏิบัติการทางทหารด้วย

อิหร่านระบุว่า ขณะนี้ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ขณะที่ความตึงเครียดกำลังเพิ่มสูงขึ้น