ประท้วงฮ่องกง : จีนจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องในฮ่องกงได้หรือไม่

  • 15 สิงหาคม 2019
ธงจีน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงกดดันจีนอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์การชุมนุมในฮ่องกงอันมีจุดเริ่มต้นจากการต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 แล้ว และกำลังเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้นจากเหตุปะทะที่ทำให้ทั้งเกาะฮ่องกงหยุดชะงัก

รัฐบาลจีนวิจารณ์ผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง แต่หลายคนอาจสงสัยว่า ถึงที่สุดแล้วจีนจะหมดความอดทนและเข้ามาจัดการเรื่องนี้โดยตรงมากขึ้นหรือไม่

มีอำนาจทางกฎหมายข้อใดบ้างที่เปิดทางให้รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาแทรกแซงกิจการในฮ่องกง และความเป็นไปได้ที่จีนจะส่งทหารเข้าไปในฮ่องกงจะเกิดขึ้นหรือไม่

จีนส่งทหารเข้าไปในฮ่องกงได้หรือไม่

กฎหมายพื้นฐาน หรือ "อนุรัฐธรรมนูญ" ของฮ่องกง (Basic Law) ที่บัญญัติไว้ตั้งแต่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีนเขียนเรื่องนี้ไว้ชัดเจน

หากจีนไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่พิเศษฮ่องกง กองกำลังทหารของจีนจะเข้าไปแทรกแซงกิจการฮ่องกงได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลฮ่องกงร้องขอเท่านั้น และต้องเป็นเหตุเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือการบรรเทาสาธารณภัย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ชี้ว่า ด้วยเงื่อนไขตอนนี้แทบจะไม่ต้องคิดเลยว่าจะได้เห็นกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน (PLA) หรือกองทัพของสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าไปในฮ่องกง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ปัจจุบันมีทหารของกองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีนหลายพันคนประจำการในฮ่องกง

ศ. อิวาน ฉ่อย มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง วิเคราะห์ว่าการส่งกองทัพเข้าไปในฮ่องกงจะยิ่งเพิ่มความยุ่งยากให้กับการปกครองและเศรษฐกิจ การเลือกเดินหมากเช่นนี้จะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวง เป็นการทำลายหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ที่ปกครองฮ่องกงมาตั้งแต่รับมอบจากอังกฤษ อันยากจะแก้ไข

กองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน มีกำลังพลในฮ่องกงประจำการอยู่แล้วราว 5,000 คน ตั้งแต่รับมอบเกาะฮ่องกงจากอังกฤษ ซึ่ง อดัม หนี่ นักวิจัยชาวจีนแห่งมหาวิทยาลัยแมคควอรี ในสหราชอาณาจักร ชี้ว่านี่เป็นการแสดงถึง "สัญลักษณ์ของอำนาจอธิปไตยจีน" ในฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม ศ. ฉ่อย กล่าวว่า รัฐบาลจีนยังคงพยายามเตือนผู้ประท้วงในฮ่องกงอย่างต่อเนื่องถึงความเป็นไปได้ที่จะส่งกองทัพเข้าไป

"พวกเขาไม่ต้องการปิดประตูทางเลือกนี้ (ส่งกองทัพเข้ามา)...ด้วยหวังว่ามันจะสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาบางอย่าง"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนในฮ่องกงกล่าวว่า จนถึงขณะนี้จีนยังคงเชื่อมือตำรวจในฮ่องกงว่าจะควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้ แต่นายหยาง กวาง โฆษกสำนักงานกิจการภายในฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับจีนแผ่นดินใหญ่ เคยเตือนว่า "ใครที่เล่นกับไฟก็จะตายด้วยไฟ"

นักวิจัยชาวจีนในสหราชอาณาจักรยังบอกอีกว่า ความเสี่ยงทางการเมืองของรัฐบาลจีนในการส่งกองทัพเข้าไปแทรกแซงทั้งจากภายในและนอกประเทศจะหนักหนามาก และยิ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลง รวมทั้งจะเกิดการต่อต้านมากขึ้น

จีนแทรกแซงทางการเมืองในฮ่องกงได้หรือไม่

รูปแบบการปกครองพื้นที่พิเศษฮ่องกงไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเต็มตัว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประท้วงและนำมาสู่การปฏิรูปเรียกร้องประชาธิปไตย

ที่ผ่านมา จีนเข้าแทรกแซงทางการเมืองในหลายกรณี และในครั้งนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงด้วย

สภานิติบัญญัติฮ่องกง เป็นองค์กรทางการเมืองที่เป็นแขนขาของรัฐบาลปักกิ่ง สภาแห่งนี้มีสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นางแครี แลม ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงยังถูกเลือกโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ฝักใฝ่จีน ซึ่งเมื่อคิดเป็นตัวเลขผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแล้วก็เป็นสัดส่วนแค่เพียง 6% ทำให้นักวิจารณ์ถึงกับกล่าวว่า ผู้นำฮ่องกงทำงานเพื่อรัฐบาลปักกิ่งมากกว่าเพื่อผู้มีสิทธิออกเสียงในฮ่องกง

นางแครี แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้รับการเลือกตั้งในปี 2017 และเป็นผู้เสนอกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งเป็นต้นตอของการออกมาประท้วงของชาวฮ่องกงระลอกใหม่นี้

ศ. ดิซอน หมิง ซิง นักวิชาการมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งฮ่องกง กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งแสดงอำนาจอย่างเต็มที่ ทั้งโดยการขัดขวางการลาออกของนางแครี แลม และไม่ยอมให้เธอถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน

"หากรัฐบาลปักกิ่งต้องการให้นางแลมลาออกก็ย่อมทำได้ แต่ผมคิดว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่ทำอย่างนั้น เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าจีนไม่สามารถถูกกดดันได้ด้วยเสียงของประชาชน"

แต่ถึงแม้ว่านางแลมจะลงจากอำนาจ รัฐบาลจีนก็ยังจะเป็นผู้วางตัวผู้ว่าการเขตบริหารฮ่องกงคนต่อไปอยู่ดี

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าทางการฮ่องกงกระตือรือร้นในการกำจัดฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจีน ไม่ว่าจะเป็นการเพิกถอนสมาชิกภาพของสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้าน เพราะปฏิเสธที่จะปฏิญาณตนอย่างถูกต้องว่าจะจงรักภักดีต่อจีน และการเสนอกฎหมายให้มีบทลงโทษผู้ไม่เคารพต่อเพลงชาติจีน

จีนจับนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงได้หรือไม่

การชุมนุมประท้วงครั้งนี้มีต้นเหตุจากการเสนอกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของรัฐบาลฮ่องกง นักวิจารณ์ชี้ว่า นี่อาจเป็นเครื่องมือที่จีนใช้จับกุมนักเคลื่อนไหวในฮ่องกงไปรับโทษในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมีกระบวนการพิสูจน์ความผิดที่รุนแรงกว่า

ก่อนหน้านี้ นางแลมกล่าวว่าร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน "ตายแล้ว" แต่ถึงไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ก็มีรายงานว่าทางการจีนอาจควบคุมตัวผู้ชุมนุมโดยไม่สนใจกฎหมายใด ๆ เลยก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะสร้างความกังวลให้ผู้ชุมนุมไม่น้อย

หนึ่งในชาวฮ่องกงที่ถูกคุมขังในจีน ได้แก่ นายกุ้ย หมินไห่ เจ้าของร้านหนังสือในฮ่องกงที่ขายหนังสือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนหลายเล่ม

นายหมินไห่หายตัวไปขณะอยู่ในประเทศไทยในปี 2015 ก่อนที่เขาจะปรากฏตัวอีกครั้งในจีน โดยถูกทางการจีนควบคุมตัวไว้เพราะอุบัติเหตุรถยนต์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในปี 2003

ศาลจีนตัดสินจำคุกเขา 2 ปี เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ดังกล่าว เขาได้รับการปล่อยตัวในปี 2017 และถูกควบคุมตัวอีกครั้งในปีถัดมา ขณะเดินทางไปยังนครเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับเจ้าหน้าที่การทูตของสวีเดน 2 คน ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกเลย

ถึงแม้ว่านักเคลื่อนไหวบางคนจะไม่เกรงกลัวต่อการถูกจับกุม แต่บางคนอาจห่วงความปลอดภัยของสมาชิกครอบครัวที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่

แม้จะมีความหวาดกลัวว่าจีนจะส่งกองทัพเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในฮ่องกง แต่เครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของรัฐบาลจีนในการควบคุมความไม่สงบทางการเมืองอาจเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ

ฮ่องกงยังคงเป็นจักรกลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน นับตั้งแต่มีการส่งมอบคืนมาจากอังกฤษ เนื่องจากสถานะพิเศษของฮ่องกงซึ่งกำหนดไว้ในข้อตกลงกฎหมายพื้นฐาน อนุญาตให้ฮ่องกงมีระบบเศรษฐกิจเป็นของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เมืองเศรษฐกิจในจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้ ก็กำลังเจริญเติบโตไล่ทันฮ่องกง

หากฮ่องกงท้าทายทางการจีนอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจีนอาจโยกย้ายการค้าการลงทุนมายังแผ่นดินใหญ่เพื่อเป็นการบีบเศรษฐกิจฮ่องกงก็เป็นได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม