ไฟป่า : ผืนป่าแอมะซอนถูกทำลายมากเป็นประวัติการณ์จากไฟป่าและการบุกรุก

  • 21 สิงหาคม 2019
ภาพถ่ายทางอากาศป่าฝนเขตร้อนแอมะซอนในประเทศบราซิล Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ สถาบันวิจัยด้านอวกาศแห่งชาติบราซิลระบุว่าเกิดไฟป่าในแอมะซอนมากถึง 72,000 จุด ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ป่าแอมะซอนซึ่งเป็นป่าฝนเขตร้อนผืนใหญ่ในประเทศบราซิลกำลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากไฟป่าที่มีจำนวนมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปีนี้

สถาบันวิจัยด้านอวกาศแห่งชาติบราซิล (ไอเอ็นพีอี) เปิดเผยว่าข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าปริมาณการเกิดไฟป่าในแอมะซอนเพิ่มขึ้นถึง 83% จากปีที่แล้ว

ควันจากไฟป่าที่ถูกกระแสลมแรงพัดพามาจากรัฐแอมะซอนาและรอนโดเนียได้ทำให้เกิดไฟดับเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ในเมืองเซาเปาโลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งที่จุดที่เกิดไฟป่าอยู่ห่างจากเมืองเซาเปาโลไปกว่า 2,700 กิโลเมตร

เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ไอเอ็นพีอีได้เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าในผืนป่าแอมะซอน ซึ่งระบุว่าอัตราการทำลายป่าในเดือน มิ.ย. 2562 เพิ่มขึ้นถึง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561

รายงานนี้สร้างความไม่พอใจให้ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ซึ่งต่อมาได้สั่งปลดผู้บริหารของสถาบันออกจากตำแหน่ง ขณะที่บรรดานักอนุรักษ์ต่างพากันโจมตีประธานาธิบดีโบลโซนาโรที่สนับสนุนให้มีการทำไม้และถางป่าเพื่อทำการเกษตร

ไฟป่าในแอมะซอนเกิดจากอะไร ?

ไอเอ็นพีอีระบุว่า ระหว่างเดือน ม.ค.-ส.ค. 2562 ตรวจพบการเกิดไฟป่าในป่าแอมะซอนมากถึง 72,000 จุด ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา และในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ระหว่างวันที่ 15-21 ส.ค. เกิดไฟป่ามากถึง 9,500 ครั้ง

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ารัฐโรไรมา ซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของบราซิลถูกปกคลุมด้วยควันดำ ขณะที่รัฐแอมะซอนาที่อยู่ติดกันได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินไฟป่าแล้ว

ไฟป่าในบราซิลมักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ที่จุดไฟเผาป่าให้หญ้าระบัดใบเพื่อนำปศุสัตว์มาเลี้ยง

นายโบลโซนาโรปฏิเสธข้อมูลล่าสุดที่สถาบันไอเอ็นพีอีเผยแพร่ โดยอ้างว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติของ "ฤดูเผา" ซึ่งเกษตรกรมักเตรียมที่ดินสำหรับการเพาะปลูกด้วยการจุดไฟเผา "ก่อนหน้านี้ผมถูกตราหน้าว่าเป็น 'มือเลื่อย' ตอนนี้ก็มาหาว่าผมเป็น 'มือเผา' อีก" ประธานาธิบดีบราซิลให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีโบลโซนาโรถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องนโยบายสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ไอเอ็นพีอียืนยันว่าจำนวนไฟป่าที่เกิดขึ้นในปีนี้สูงผิดปกติจากที่เคยเกิดขึ้นในฤดูแล้งของทุกปี

"สภาพอากาศและปริมาณฝนในภูมิภาคแอมะซอนปีนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเพียงเล็กน้อยเท่านััน" นายอัลเบอร์โต เซตเซอร์ นักวิจัยประจำสถาบันไอเอ็นพีอีกล่าวกับรอยเตอร์

"จริงอยู่ว่าสภาพอากาศในฤดูแล้งเอื้อต่อการเกิดและลุกลามของไฟป่า แต่จุดเริ่มต้นของไฟป่านั้นเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ"

ริคาร์โด เมลโล หัวหน้าโครงการแอมะซอนขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุว่า ไฟป่า "เป็นผลมาจากการตัดไม้ทำลายป่าที่เพิ่มขึ้นตามสถิติล่าสุดที่มีการรายงาน"

"โบลโซนาโร" มาป่าหมด

ข้อกังวลเรื่องการเพิ่มขึ้นของไฟป่าในแอมะซอนเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประธานาธิบดีโบลโซนาโร นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งบอกว่าผืนป่าแอมะซอนถูกทำลายในอัตราที่เร็วขึ้นนับตั้งแต่เขาเข้ามาบริหารประเทศเมื่อเดือน ม.ค. ปีนี้ เพราะประธานาธิบดีให้ความสำคัญกับการพัฒนามากกว่าการอนุรักษ์

ป่าแอมะซอนเป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดก่อน ๆ ประสบความสำเร็จในการปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าด้วยการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย แต่ประธานาธิบดีโบลโซนาโรและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับการลงโทษที่เข้มงวด ซึ่งส่งผลให้การปราบปรามการทำไม้และการจับกุมผู้ก่ออาชญากรรมต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม