เบร็กซิท : ความวุ่นวายในรัฐสภาจะพาให้อังกฤษจัดเลือกตั้งครั้งใหม่ในเร็ววันหรือไม่

  • 5 กันยายน 2019
A dog standing in a doorway next to next to a sign saying "polling station" Image copyright Getty Images

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ต้องคว้าน้ำเหลวในข้อเสนอให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 15 ต.ค.นี้ หรือ 2 วันก่อนหน้าการประชุมนัดสำคัญของสหภาพยุโรปในเบลเยียม

ความล้มเหลวนี้ตามมาด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคคอนเซอร์เวทีฟของ นายโจ จอห์นสัน น้องชายของนายกฯ จากปมเห็นต่างเรื่องเบร็กซิท โดยอ้างเรื่อง "ความตึงเครียดที่ไม่สามารถแก้ไขได้" ในบทบาทของเขา และความขัดแย้งกันระหว่างความภักดีต่อครอบครัวกับผลประโยชน์ประเทศชาติ

เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงไม่สามารถประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ตามประสงค์ และเขามีทางเลือกอะไรบ้างในเรื่องนี้

การประกาศจัดเลือกตั้งใหม่ทำอย่างไร

ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักร หรือ Fixed-term Parliaments Act นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจประกาศจัดการเลือกตั้งด้วยตนเอง แต่จะต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส) ทั้งหมด ในที่นี้คือ 434 คน แต่ในการลงคะแนนเมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย. เขาได้รับเสียงสนับสนุนเพียง 298 คะแนน

เหตุใด บอริส จอห์นสัน ถึงแพ้

ส.ส.หลายคนกังวลว่านายจอห์นสันจะไม่ทำตามคำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 15 ต.ค.

โดยญัตติที่เขาเสนอภายใต้ พ.ร.บ. Fixed-term Parliaments Act ที่จะขอให้มีการจัดเลือกตั้งก่อนกำหนดนั้นไม่ได้ระบุวันที่จะจัดเลือกตั้งเอาไว้แน่นอน

ทำให้การลงมติเมื่อ 4 ก.ย. เป็นการให้ ส.ส.ลงมติว่า "เห็นด้วยกับการจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดหรือไม่"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ บอริส จอห์นสัน ยืนกรานจะนำประเทศออกจากอียู 31 ต.ค.นี้โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ

สมาชิกระดับสูงของพรรคเลเบอร์ ฝ่ายค้าน ระบุว่า พวกเขาจะไม่ลงคะแนนสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในขณะที่มีความเสี่ยงว่านายกรัฐมนตรีอาจเลื่อนวันเลือกตั้งไปหลังวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่สหราชอาณาจักรได้ถอนตัวออกจากอียูไปแล้ว

เมื่อทราบวันเลือกตั้ง สภาฯ ต้องถูกยุบแล้วปิดตัวลง เป็นเวลา 25 วันก่อนวันเลือกตั้ง

เมื่อมาถึงจุดนี้ นักการเมืองจะสิ้นสภาพการเป็น ส.ส. และเริ่มหาเสียงเพื่อให้ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งหากต้องการทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรต่อไป

นายกรัฐมนตรีมีทางเลือกอื่นไหมเพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป

ในขณะที่ กฎหมาย Fixed-term Parliaments Act กำหนดให้ญัตติจัดการเลือกตั้งทั่วไปต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ส. 2 ใน 3 ของทั้งสภาล่าง แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะหลบเลี่ยงข้อกำหนดนี้ได้

นั่นคือการเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่ให้มีการเลือกตั้ง โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อป้องกันการอ้างอิงข้อกำหนดของ พ.ร.บ. Fixed-term Parliaments Act

ข้อดีของวิธีนี้ สำหรับรัฐบาลคือ สามารถทำได้โดยได้รับคะแนนเสียงข้างมากแบบธรรมดาในสภาล่าง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับเสียง 2 ใน 3 ของทั้งสภาผู้แทนฯ

ด้วยวิธีนี้ ผู้เสนอร่างกฎหมายนี้ต้องกำหนดวันเลือกตั้งที่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส.มากขึ้น แม้จะไม่มีการรับประกันว่ารัฐบาลจะชนะก็ตาม

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะต้องใช้เวลานานขึ้น โดยร่างกฎหมายที่เสนอจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาสูง เช่นเดียวกับสภาล่าง แต่การที่รัฐสภาจะเริ่มพักการประชุมในสัปดาห์หน้า การผ่านร่างกฎหมายจึงต้องแข่งกับเวลา

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ร่างกฎหมายนี้อาจถูกปรับแก้จากกลุ่ม ส.ส.ที่คัดค้านเบร็กซิท เช่น การบังคับให้ขยายกำหนดการถอนตัวจากอียูออกไป

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักรมักมีขึ้นในวันพฤหัสบดี

ทางเลือกความเสี่ยงสูง

ส่วนวิธีที่ 3 เป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูงมาก โดยหากรัฐบาลต้องการจะจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดให้ได้ ในทางทฤษฎีก็สามารถขอให้มีการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลเองได้

หากเลือกทำเช่นนั้น ส.ส.จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าต้องการให้รัฐบาลชุดปัจจุบันบริหารประเทศต่อไปหรือไม่

หากรัฐบาลถูกลงมติไม่ไว้วางใจ พรรคฝ่ายค้านก็จะมีเวลา 2 สัปดาห์ในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ หากเป็นเช่นนั้น นายจอห์นสันจะต้องลาออก และนายกรัฐมนตรีคนใหม่อาจขอให้มีการชะลอเบร็กซิทออกไป เพื่อป้องกันการออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง

แต่หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หลังจาก 14 วัน ก็จะมีการจัดเลือกตั้งก่อนกำหนดโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะต้องรอให้พรรคฝ่ายค้านไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้เท่านั้น

แคทเธอรีน แฮดดอน จากสถาบันคลังสมองของรัฐบาลระบุว่า โอกาสที่รัฐบาลจะใช้วิธีนี้มี "น้อยมาก" เธอชี้ว่า จากมุมมองทางการเมือง การขอให้มีการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเองเป็นเรื่องที่ดูเสียสติมาก

แต่ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงต้องการให้จัดเลือกตั้งก่อนกำหนดตั้งแต่แรก

ในทางกฎหมาย การเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปจะไม่เกิดขึ้นจนถึงปี 2022 หรือ 5 ปีหลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

แม้ว่าการขอให้มีการจัดเลือกตั้งก่อนกำหนดจะมีความเสี่ยง แต่นายจอห์นสันตั้งเป้าที่จะให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟเก็บที่นั่งในสภาได้เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยยุติภาวะชะงักงันทางการเมือง และดำเนินการเรื่องเบร็กซิทได้ง่ายขึ้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม