อุบัติภัยที่รุนแรงที่สุดจากการแข่งเรือยอชต์ที่เกิดขึ้นในปี 1979 ยังเป็นฝันร้ายอยู่ทุกวันสำหรับนักแข่งเรือชาวอังกฤษผู้รอดชีวิต

  • 12 กันยายน 2019
เจ้าหน้าที่โรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ ลงไปบนเรือยอชต์กริมัลคิน (Grimalkin) Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นิก วอร์ด ได้รับการช่วยชีวิตโดยกองทัพเรืออังกฤษ

"สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้คือ เห็นแนวน้ำด้านหลังที่ใหญ่กว่าตึก" นิก วอร์ด เล่าถึงเหตุการณ์ในปี 1979 เขาคือนักเดินเรือชาวอังกฤษที่เผชิญภัยพิบัติขณะแข่งเรือกลางมหาสมุทรที่เลวร้ายที่สุดในโลก

พายุที่รุนแรงได้พัดกระหน่ำทำให้มีผู้เข้าแข่งขันเสียชีวิต 15 คน พวกเขาออกเดินทางจากชายฝั่งของสหราชอาณาจักรไปยังประเทศไอร์แลนด์ พร้อมกับนักเดินเรืออีก 6 คน ที่ไม่ได้เข้าแข่งขัน หลังจากที่โดนคลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่เรือยอชต์ของเขา นิกก็หมดสติไป

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาก็รู้สึกสับสนไปหมด

ถูกทิ้งไว้คนเดียว

เขาพบว่า เรือช่วยชีวิตของเรือไม่อยู่แล้ว แล้วก็ยังไม่พบใครอยู่รอบ ๆ จุดนั้นด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ในบรรดาเรือยอชต์ 303 ลำ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในปี 1979 มีเรือยอชต์พลิกคว่ำ 79 ลำ ถูกทิ้ง 24 ลำ และอับปางอีก 5 ลำ

"ความคิดแรกของผมคือ ทุกคนไปไหนหมด" นิก วอร์ด เล่า

"จากนั้นผมก็มองหารอบ ๆ เรือ แล้วก็พบ เจอร์รี วิงก์ส ลอยอยู่"

เขาเป็นลูกเรือที่กำลังจะเสียชีวิต

"เขาหมดสติ แต่ยังมีชีวิตอยู่ ตอนที่ผมทุบอกเขา เขาก็เริ่มรู้สึกตัว ริมฝีปากเขาเริ่มเปลี่ยนสี เขาพึมพำถึงภรรยา 2-3 คำ แล้วก็จากไป"

ตกใจและถูกทิ้ง

นิกพบว่า เขาถูกทิ้งอยู่กลางทะเลคนเดียว

เหตุระทึกขวัญนี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อน แต่มันยังคงส่งผลกระทบต่อนิกมาจนถึงทุกวันนี้

"ผมยังคงตื่นมากลางดึกพร้อมกับความรู้สึกเดิม ๆ" เขากล่าว "รู้สึกตกใจและถูกทิ้ง"

ในการให้สัมภาษณ์กับรายการเอาต์ลุก (Outlook) ทางวิทยุบีบีซี เวิลด์ เรดิโอ นิก ได้เล่าถึงความชื่นชอบในการผจญภัยและการรอดชีวิตอย่างเหลือเชื่อของเขา

ชีวิตเขาอยู่กับการล่องเรือมาตลอด

เขาเติบโตที่ชายฝั่งทางใต้ของอังกฤษ เขาเคยแข่งเรือบดเล็ก ก่อนที่จะหันมาแข่งเรือยอชต์

"เราตื่นเต้นกันมาก ฟาสต์เน็ต เป็นการแข่งขันที่ผมอยากจะเข้าแข่งมาตลอดตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก"

Image copyright Nick Ward
คำบรรยายภาพ นิก วอร์ด บอกว่า เขารู้สึกโดดเดี่ยว และถูกทิ้งไว้กลางทะเลที่ปั่นป่วน

ในที่สุด ตอนอายุ 23 ปี เขาก็มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันนี้ตามความฝันของเขา

เขาเป็นส่วนหนึ่งของลูกเรือ 6 คน

เรือยอชต์ของพวกเขาชื่อ กริมาลคิน (Grimalkin) มีขนาดยาว 9 เมตร

เริ่มการแข่งขัน

ในเดือน ส.ค. 1979 เรือมากกว่า 300 ลำ พร้อมกับนักเดินเรืออีก 2,500 คน เดินทางออกจากเมืองคาวส์ เกาะไอล์ ออฟ ไวต์ นอกชายฝั่งสหราชอาณาจักร ในการแข่งขันที่จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี จุดหมายปลายทางคือ ฟาสต์เน็ต ร็อก (Fastnet Rock) ทางใต้ของไอร์แลนด์ รวมระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร

แต่การแข่งขันเริ่มได้ไม่นาน นิก วอร์ด ก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

"ทะเลดูเหมือนจะถูกกดไว้จากแรงกดดันขนาดใหญ่ มีลางร้ายบางอย่าง"

"ความเร็วลมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วคลื่นก็สูงขึ้น ชันขึ้น และน่ากลัวมาก"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นิก วอร์ด ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันฟาสต์เน็ตมาโดยตลอด

ลูกเรือกำลังฟังรายงานข่าวสภาพภูมิอากาศจากสถานีวิทยุของอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่

"เราทุกคนกำลังสวมอุปกรณ์นิรภัย แล้วก็เกิดเหตุเรือเอียงล้มครั้งแรกขึ้น เสาเรือเอียง 90 องศาไปที่ระดับน้ำ"

"เราถูกเหวี่ยงออกจากจุดที่ยืนอยู่"

ขอความช่วยเหลือ

แล้วคลื่นก็เข้ามาควบคุมเรือในเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อรู้สึกถึงอันตราย หัวหน้าทีมได้ตัดสินใจส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ หรือที่เรียกกันว่า เมย์เดย์ (Mayday)

ตามกฎหมายทางทะเล นั่นหมายความว่า เรือลำใดก็ตามที่อยู่ใกล้เคียงควรจะเข้ามาช่วยเหลือ

ตอนนั้น ได้เริ่มมีปฏิบัติการกู้ภัยขนาดใหญ่ออกตามหานักเดินเรือที่ตกอยู่ในอันตรายแล้ว

มีทั้ง เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินค้นหาและกู้ภัย และแม้แต่เรือรบ ก็ถูกส่งมาเพื่อตามมาผู้รอดชีวิต

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตอนแรกมีรายงานผู้สูญหาย 85 คน

แต่พายุทำให้ปฏิบัติการนี้มีความยากลำบากขึ้น

นิก วอร์ด อยู่บนเรือเพียงลำพัง ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นลงในทะเลที่ปั่นป่วน เขาได้แต่รอ แล้วก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง

"ผมเริ่มได้ยินคำพูดของพ่อในหัว พ่อบอกว่า สงบสติอารมณ์ลง นั่นทำให้ผมมีพลังจากภายใน

โรคลมชัก

แต่นิก ก็ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้

ตอนอายุ 15 ปี เขามีภาวะเลือดออกในสมอง แล้วต้องนั่งรถเข็นอยู่ช่วงหนึ่ง

เขาฟื้นตัวกลับคืนมา แต่ผลกระทบคือ การมีอาการลมชัก

ในช่วงที่เกิดพายุประหลาดลูกนี้ ยาของเขาได้ตกลงไปในทะเล ซ้ำเติมความทุกข์ที่เขาเผชิญอยู่

คุยกับเพื่อนที่ตายไปแล้ว

"ผมเริ่มใช้เจอร์รีเป็นตัวช่วยทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น แม้ว่าเขาจะจากไปแล้ว"

นิก คุยกับเขา และเริ่มเล่าให้เขาฟังว่า เกิดอะไรขึ้นกับเรือบริเวณนั้น

"ผมตีตัวเองกับราวกั้นท้ายเรือแล้วก็เริ่มได้ยินเสียงเพลงร็อกในหัว"

เขาไม่มีอาหารกินมากนัก ในช่วง 12 ชั่วโมงหลังจากได้สติเขาดื่มนมไปเพียงกระป๋องเดียว เขากำลังอ่อนแอและหมดแรง

ได้รับการช่วยเหลือ

เขาพลาดเฮลิคอปเตอร์ที่บินมาจากด้านหลังเขาไป

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การแข่งขันฟาสต์เน็ต ยังคงได้รับความนิยมอย่างมาก

โดยภาพเหตุการณ์ขณะช่วยชีวิตเขามีเก็บไว้อยู่ในหอจดหมายเหตุ

ในคลิปนั้นจะเห็นนิกกำลังนั่งอยู่ในเรือยอชต์ หันหน้าไปคนละทางกับเฮลิคอปเตอร์ แต่เขาไม่ได้โบกมือเรียกอย่างที่มีคนคิดว่าเขาจะทำ เพราะว่าขณะนั้น เขาไม่รู้ตัวว่า มีเฮลิคอปเตอร์บินผ่านมา

มันเป็นภาพของชายที่ดูโดดเดี่ยวและไม่รู้ชะตากรรมอยู่กลางทะเล

ตอนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไต่ลงมาเพื่อช่วยเหลือเขา นิกไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

"ก่อนที่เขาจะเกี่ยวตัวผม ผมบอกว่า ผมต้องเอาพาสปอร์ต หมายความว่า ผมอยู่อีกที่หนึ่ง"

"ผมกำลังเผชิญกับภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ แล้วตัวก็เปียกชุ่มไปหมด"

ความขัดแย้งของลูกเรือ

เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งทำให้เขาได้รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับลูกเรือที่เหลือบ้าง

หัวหน้าทีม ถูกพัดตกจากเรือยอชต์ไปหลังจากหมดสติ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โศกนาฎกรรมในปี 1979 ทำให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย

ส่วนคนอื่น ๆ อีก 3 คนกระโดดลงแพช่วยชีวิต และลอยอยู่กลางทะเลนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือ

"แล้วผมก็ค่อย ๆ รู้ว่า ลูกเรือที่เหลือ คิดว่า ผมกับเจอร์รีไม่รอดแล้ว"

"แต่ผมไม่ได้ผูกใจเจ็บพวกเขา" นิก กล่าว

เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธหรือทุกข์ระทมให้เห็น

"ที่โรงพยาบาล ผมขอปากกาและกระดาษ ผมเขียนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะได้รับการช่วยชีวิต"

เปิดเผยเรื่องราว

ในบรรดาเรือยอชต์ 303 ลำ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในปี 1979 มีเรือยอชต์พลิกคว่ำ 79 ลำ ถูกทิ้ง 24 ลำ และอับปางอีก 5 ลำ

Image copyright Nick ward
คำบรรยายภาพ นิก วอร์ด เข้าร่วมการแข่งขันฟาสต์เน็ตอีกครั้งในปี 2009

เขาบอกว่า "ผมพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้นานหลายปี"

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเก็บไว้ภายใน ได้เริ่มเปิดเผยออกมา ในช่วงที่เขาจะเขียนหนังสือ แม้แต่ทางครอบครัวของเขาเองก็ต้องตกตะลึงเมื่อรู้ว่า เขาต้องพบเจอกับอะไรบ้าง

จากนั้น ในวาระครบรอบ 30 ปีของภัยพิบัติครั้งนั้น นิก วอร์ด ได้เข้าร่วมแข่งฟาสต์เน็ตอีกครั้ง โดยใช้เรือยอชต์ลำใหญ่กว่าเดิม

หายนะภัยในปี 1979 ได้ทำให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของการแข่งขันที่จัดขึ้นในทะเลใหม่

แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่การแข่งขันฟาสต์เน็ต ก็ยังคงเป็นหนึ่งในการแข่งขันเรือที่มีชื่อเสียงมากที่สุดมาจนถึงปัจจุบันนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง