ศาลยุโรป ตัดสินให้ กูเกิล ไม่ต้องบังคับใช้ “สิทธิในการถูกลืม” ทั่วโลก

  • 24 กันยายน 2019
Google Image copyright Getty Images

ศาลยุติธรรมสหภาพยุโรป (CJEU) มีคำตัดสินว่ากูเกิลไม่จำเป็นต้องบังคับใช้ "สิทธิในการถูกลืม" (right to be forgotten) ทั่วโลก

คำตัดสินครั้งนี้ทำให้กูเกิลต้องปิดกั้นการเข้าถึงลิงก์ผลการสืบค้นข้อมูลตามที่มีผู้ร้องขอให้ลบออกไปเฉพาะในยุโรปเท่านั้น แต่ข้อมูลดังกล่าวยังสามารถเข้าถึงได้จากภูมิภาคอื่นของโลก รวมทั้งจากการใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ซึ่งช่วยปกปิดตำแหน่งการใช้งานที่แท้จริงได้

คำตัดสินนี้มีขึ้นจากข้อพิพาทระหว่างกูเกิลกับ CNIL ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการด้านสารสนเทศและเสรีภาพแห่งชาติของฝรั่งเศส โดยเมื่อปี 2015 CNIL มีคำสั่งให้กูเกิลลบผลการสืบค้นข้อมูลที่สร้างความเสียหายหรือข้อมูลเท็จเกี่ยวกับบุคคลโดยให้มีผลบังคับใช้ทั่วโลก

ในปีต่อมา กูเกิล ได้ใช้ฟีเจอร์ geoblock ที่ปิดกั้นข้อมูลเฉพาะในบางภูมิภาค เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานกูเกิลในยุโรปเห็นผลการสืบค้นดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กูเกิล คัดค้านการปิดกั้นผลการสืบค้นของผู้ที่อยู่ในภูมิภาคอื่นของโลก และต่อสู้คดีที่ CNIL สั่งปรับกูเกิลจากกรณีดังกล่าวเป็นเงิน 1 แสนยูโร

CJEU มีคำวินิจฉัยว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎข้อบังคับใดภายใต้กฎหมายสหภาพยุโรปที่กำหนดให้ผู้ให้บริการสืบค้นข้อมูลที่ได้รับการร้องขอให้ลบข้อมูล ต้องลบข้อมูลดังกล่าวออกจากเครื่องมือสืบค้นทั้งหมดของบริษัท

Image copyright Getty Images

"สิทธิในการถูกลืม" คืออะไร

สิทธินี้ยังเป็นที่รู้จักในนามของ "สิทธิในการลบ" ซึ่งให้อำนาจพลเมืองอียูสามารถร้องขอให้มีการลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนออกไปได้

ในกรณีของการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ตนั้น พลเมืองอียูมีสิทธิ์ร้องขอให้ลบลิงก์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น ประวัติการก่อคดีอาชญากรรม และข้อมูลเกี่ยวกับการมีความสัมพันธ์นอกสมรส ออกไปได้นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา

แต่ระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2018 ได้เพิ่มกฎเกณฑ์เข้าไปอีก ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปสามารถร้องขอเรื่องดังกล่าวต่อองค์กรต่าง ๆ ได้ทั้งในรูปของการร้องขอทางวาจา และลายลักษณ์อักษร และองค์กรดังกล่าวมีเวลา 1 เดือนในการตอบสนองข้อเรียกร้อง โดยมีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการตัดสินใจว่าจะปฏิบัติตามคำร้องขอหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กูเกิลแย้งว่า หากภาระความรับผิดชอบดังกล่าวมีผลบังคับใช้นอกยุโรป ก็อาจถูกรัฐบาลเผด็จการนำไปใช้โดยมิชอบ เพื่อปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้

กูเกิลออกแถลงการณ์หลังศาลมีคำตัดสินว่า "นับแต่ปี 2014 เป็นต้นมา เราทำงานอย่างหนักเพื่อบังคับใช้สิทธิในการถูกลืมในยุโรป และพยายามสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนกับความเป็นส่วนตัว"

กูเกิลระบุว่า นับแต่เริ่มบังคับใช้สิทธิ์ในการถูกลืมเมื่อเดือน พ.ค.ปี 2014 เป็นต้นมา ได่รับคำร้องกว่า 845,000 คำร้องให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนออกจากเว็บไซต์ 3.3 ล้านเว็บ และราว 45% ของลิงก์เหล่านี้ได้ถูกลบออกไปอย่างถาวร ซึ่งรวมถึงผลการสืบค้นข้อมูลทางเว็บไซต์ในยุโรปของกูเกิล เช่น Google.fr, Google.co.uk และ Google.de รวมทั้งจำกัดผลการค้นหาใน Google.com หากตรวจพบว่าเป็นการสืบค้นจากผู้ที่อยู่ในยุโรป

คดีนี้ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เพราะหากศาลมีคำตัดสินออกไปในอีกทาง ก็อาจถูกมองว่าเป็นความพยายามของยุโรปในการควบคุมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ นอกเหนือไปจากพรมแดนอียู

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม