อีลอน มัสก์ เตรียมทดสอบยานอวกาศ "สตาร์ชิป" ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า

  • 30 กันยายน 2019
Artwork Image copyright SpaceX
คำบรรยายภาพ อีลอน มัสก์ ระบุว่ายานสตาร์ชิปจะสามารถขนส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ได้ถึงคราวละ 100 คน

นักธุรกิจผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมขนส่งอวกาศคนดัง "อีลอน มัสก์" ประกาศพร้อมบินทดสอบยานอวกาศต้นแบบ "สตาร์ชิป" (Starship) ครั้งแรก ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้านี้ โดยเขาตั้งเป้าหมายให้ยานดังกล่าวและจรวดทรงพลังรุ่นใหม่ "ซูเปอร์เฮฟวี" (Super Heavy) ซึ่งจะใช้งานร่วมกัน นำมนุษย์เดินทางสู่ดวงจันทร์และดาวอังคารรวมทั้งจุดหมายปลายทางทั่วโลกได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

นายมัสก์ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทสเปซเอกซ์ แถลงที่ศูนย์ปฏิบัติการเมืองโบกาชิกาในรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ว่า จะมีการบินทดสอบยานอวกาศสตาร์ชิปในไม่ช้านี้ โดยใช้ยานต้นแบบรุ่นแรก "มาร์กวัน" (Mk1) ประกอบเข้ากับจรวดขับดัน พุ่งทะยานขึ้นสู่ความสูงเหนือพื้นโลก 65,000 ฟุต หรือราว 20 กิโลเมตร ก่อนจะบังคับให้กลับมาลงจอดยังพื้นโลกอีกครั้ง โดยตัวยานสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ยานต้นแบบ Mk1 เตรียมทดสอบทะยานขึ้นสู่ระดับความสูง 20 กม.เหนือพื้นโลกในไม่ช้านี้

การทดสอบยานต้นแบบที่มีความสูง 50 เมตรในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาและทดสอบยานต้นแบบรุ่นต่อไปคือ Mk3 ซึ่งจะนำมาทดลองใช้งานจริงคู่กับจรวดซูเปอร์เฮฟวี เพื่อปล่อยขึ้นสู่วงโคจรโลกได้อย่างเร็วในต้นปีหน้า

"มันอาจจะฟังดูบ้ามาก แต่ผมคิดว่าเราอยากลองพยายามขึ้นสู่วงโคจรโลกให้ได้ภายในเวลาน้อยกว่า 6 เดือน และหากความคืบหน้าด้านการออกแบบและการผลิตชิ้นส่วนของยานยังคงเป็นไปในอัตราก้าวกระโดดแบบนี้ ผมคิดว่ามันเป็นไปได้ภายในเวลาอีกไม่กี่เดือนเท่านั้น" มัสก์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า อีลอน มัสก์ มักจะกำหนดตารางเวลาสำหรับดำเนินงานในโครงการอวกาศต่าง ๆ ก่อนหน้านี้อย่างเร่งรัด แต่ในท้ายที่สุดก็จำต้องเลื่อนกำหนดเวลาเป้าหมายออกไปอยู่เสมอ จนตารางเวลาดังกล่าวถูกเรียกขานกันว่า "เวลาอีลอน" (Elon time)

Image copyright SpaceX
คำบรรยายภาพ ซีอีโอของสเปซเอกซ์ชี้ว่า ปัญหาต่าง ๆ บนโลก ไม่ควรเป็นอุปสรรคหยุดยั้งการก้าวสู่อนาคตในห้วงอวกาศ

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มัสก์ยังเผยถึงความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในการออกแบบและสร้างยานสตาร์ชิป โดยระบุว่าได้เปลี่ยนวัสดุที่ใช้จากคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งมีราคาแพง มาเป็นสแตนเลสหรือเหล็กกล้าไร้สนิมซึ่งราคาถูกกว่ากันถึง 52 เท่า แต่มีประสิทธิภาพสูงและใช้งานได้ดีทั้งในภาวะอุณหภูมิต่ำและอุณหภูมิร้อนแรง

นอกจากนี้ ยังมีการใช้แผ่นแก้วทนความร้อนปูที่พื้นผิวบริเวณที่ต้องรับอุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ ขณะยานกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกอีกครั้ง ส่วนเครื่องยนต์ขับดัน "แรปเตอร์" (Raptor) ซึ่งใช้การเผาไหม้เชื้อเพลิงมีเทนนั้น จะติดตั้งที่ยานต้นแบบ Mk1 เพียง 3 ตัว แต่ยานอวกาศที่ใช้งานจริงจะมี 6 ตัว ส่วนจรวดซูเปอร์เฮฟวีรุ่นใหม่จะติดตั้งเครื่องยนต์แรปเตอร์ไว้ถึง 37 ตัว ซึ่งจะจุดระเบิดขึ้นพร้อมกันขณะทะยานสู่ห้วงอวกาศ

Image copyright SpaceX
คำบรรยายภาพ มีการใช้แผ่นแก้วทนความร้อนตรงบริเวณที่ต้องรับอุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ ขณะยานกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก
Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ อีลอน มัสก์ เผยถึงความเปลี่ยนแปลงล่าสุดในการออกแบบและสร้างยานสตาร์ชิป

ส่วนกรณีที่มีผู้วิจารณ์ว่านายมัสก์หมกมุ่นทุ่มเทให้กับการเดินทางสู่ดาวอังคารมากเกินไป จนลืมว่ายังมีประเด็นปัญหาของโลกอีกมากมายที่รอการแก้ไขนั้น เขากล่าวชี้แจงว่า "แน่นอนว่ายังมีปัญหาอีกมากมายบนโลกใบนี้ ซึ่งมีความสำคัญและเราจำเป็นต้องลงมือแก้ไข แต่เราก็ต้องการสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีชีวิตอยู่ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกยินดี เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วได้พุ่งทะยานสู่วันข้างหน้า ได้คิดฝันว่าอนาคตนั้นจะต้องเยี่ยมยอด การสำรวจของสเปซเอกซ์ถือเป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านี้"

ปัจจุบันมีผู้แสดงความประสงค์จองที่นั่งในยานสตาร์ชิป เพื่อเดินทางท่องเที่ยวรอบดวงจันทร์กับบริษัทสเปซเอกซ์แล้วอย่างน้อยหนึ่งราย ได้แก่นายยูซาคุ มาเอะซาวะ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นญี่ปุ่น ซึ่งมีแผนจะเชิญศิลปินจำนวนหนึ่งเดินทางไปกับเขาด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม