ผู้ร่วมคิดค้นพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน คว้าโนเบลสาขาเคมี 2019

  • 9 ตุลาคม 2019
Lithium-ion battery Image copyright SPL
คำบรรยายภาพ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน เป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติโลกยุคใหม่ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถชาร์จไฟซ้ำ เพื่อนำมาใช้งานได้หลายครั้ง

ศาสตราจารย์ จอห์น บี. กู๊ดอีนัฟ ชาวอเมริกัน และศาสตราจารย์ เอ็ม. สแตนลีย์ วิตทิงแฮม ชาวอังกฤษ รวมทั้งศาสตราจารย์อากิระ โยชิโนะ ชาวญี่ปุ่น ร่วมกันครองรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปีนี้ จากผลงานการคิดค้นและพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติโลกยุคใหม่ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถชาร์จไฟซ้ำ เพื่อนำมาใช้งานได้หลายครั้ง

ศ. วิตทิงแฮม จากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันของสหรัฐฯ เป็นผู้เสนอแนวคิดที่ใช้ประดิษฐ์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเป็นคนแรก ในช่วงทศวรรษ 1970 โดยเขาค้นพบหลักการทำขั้วบวกหรือแคโทดของแบตเตอรี่ให้กักเก็บพลังงานได้สูง โดยให้ประจุไฟฟ้าหรือไอออนของลิเทียมสามารถเคลื่อนที่จากขั้วลบ และสอดตัวเข้าไปอยู่ในขั้วบวกซึ่งทำจากไทเทเนียมไดซัลไฟด์ที่มีโครงสร้างเป็นชั้นซ้อนกัน (Intercalation) ซึ่งกระบวนการนี้สามารถไหลย้อนกลับในทิศทางตรงข้ามได้

Image copyright U TEXAS / BINGHAMPTON / AFP
คำบรรยายภาพ (จากซ้าย) ศ.จอห์น บี. กู๊ดอีนัฟ, ศ.เอ็ม. สแตนลีย์ วิตทิงแฮม , ศ.อากิระ โยชิโนะ

ส่วน ศ. กู๊ดอีนัฟ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส วิทยาเขตออสตินของสหรัฐฯ อายุ 97 ปี ถือเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลที่มีอายุมากที่สุดในปัจจุบัน เขาเป็นผู้ริเริ่มนำโคบอลต์ออกไซด์มาใช้เป็นวัสดุทำขั้วบวกในแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่เพิ่งคิดค้นขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถทำให้แบตเตอรี่ชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีความต่างศักย์เพิ่มจาก 2 โวลต์ เป็น 4 โวลต์

" สำหรับศ. โยชิโนะ จากมหาวิทยาลัยเมอิโจในเมืองนาโงยะของญี่ปุ่น เป็นผู้ริเริ่มนำวัสดุจำพวกคาร์บอน มาพัฒนาส่วนขั้วลบหรือแอโนดของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนให้มีความเสถียรไม่ระเบิดง่าย และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก ในช่วงทศวรรษ 1980

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาเคมีแถลงว่า ผลงานของนักวิจัยทั้งสามมีคุณูปการต่อมนุษยชาติ โดยทำให้โลกเข้าสู่ยุคอุปกรณ์ใช้งานเคลื่อนที่ และได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานชนิดใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งสามจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 9 ล้านโครน หรือราว 28 ล้านบาทร่วมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม