นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย คว้ารางวัลโนเบลสันติภาพ ปี 2019

  • 11 ตุลาคม 2019
Ethiopian Prime Minister Abiy Ahmed attends the High Level Consultation Meetings of Heads of State and Government on the situation in the Democratic Republic of Congo at the African Union Headquarters in Addis Ababa, Ethiopia, 17 January, 2019. Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายอาเบีย อาห์เหม็ด ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเอธิโอเปียเมื่อเดือน เม.ย. 2018

นายกรัฐมนตรีอาเบีย อาห์เหม็ด แห่งเอธิโอเปีย ได้รับเลือกให้เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2019 จากความพยายามผลักดัน "ให้เกิดสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ"

ความพยายามของนายอาห์เหม็ด ได้นำไปสู่การลงนามในข้อตกลงสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งช่วยยุติภาวะการคุมเชิงทางทหารกับเอริเทรียที่ยืดเยื้อมาเกือบ 20 ปี หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องชายแดนกันในปี 1998-2000 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน

Malala  Yousafzai
BBC
สถิติน่ารู้ของโนเบลสันติภาพ

  • 100จำนวนรางวัลนี้ที่มอบมาระหว่างปี 1901-2019

  • 24จำนวนองค์กรที่ได้รับรางวัลนี้

  • 17จำนวนผู้หญิงที่ได้รับรางวัลนี้

  • 17อายุผู้ได้รางวัลโนเบลสันติภาพอายุน้อยสุด มาลาลา ยูซาฟไซ

  • 2ครั้งที่รางวัลโนเบลสันติภาพแบ่งกันครอง 3 คน

  • 1ผู้ได้รับเลือก คือ เล ดึ๊ก เถาะ ปฏิเสธรับรางวัลนี้

ที่มา: เว็บไซต์รางวัลโนเบล

สำหรับนายอาห์เหม็ด ถือเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนที่ 100 โดยเขาจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 9 ล้านโครน (ราว 27 ล้านบาท) ในพิธีมอบรางวัลที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ในเดือน ธ.ค.นี้

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ คือรางวัลที่มอบให้แก่ "ผู้สร้างคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติในด้านสันติภาพ" ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 301 ราย แบ่งเป็นบุคคล 223 ราย และองค์กร 78 ราย หนึ่งในนั้นคือ น.ส.เกรียตา ทุนแบร์ย นักรณรงค์เพื่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 16 ปี

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ประชาชนเฉลิมฉลองการเปิดพรมแดนเอธิโอเปีย-เอริเทรีย อีกครั้ง

อาเบีย อาห์เหม็ด คือใคร

นับแต่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเอธิโอเปียเมื่อเดือน เม.ย. 2018 นายอาห์เหม็ด ได้ดำเนินการปฏิรูปที่เป็นอิสระขนานใหญ่ในเอธิโอเปีย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศที่เคยมีการควบคุมอย่างเข้มงวดแห่งนี้

เขาได้สั่งปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านหลายพันคน และอนุญาตให้กลุ่มผู้เห็นต่างที่เคยลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน สามารถเดินทางกลับประเทศได้

แต่ผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของเขาคือการเป็นผู้ผลักดันให้มีการทำข้อตกลงสันติภาพกับประเทศเพื่อนบ้านคู่ปรปักษ์ อย่าง เอริเทรีย ซึ่งช่วยปิดฉากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยืดเยื้อมานานร่วม 20 ปี

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปของนายอาห์เหม็ด ยังเผยให้เห็นปัญหาความตึงเครียดระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในเอธิโอเปียและความรุนแรงจากปัญหาดังกล่าวที่ทำให้ประชาชนต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดราว 2.5 ล้านคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม