ผู้อพยพ : เหตุใดผู้อพยพชาวเวียดนามยอมเดินทางแบบเสี่ยงอันตรายมาที่สหราชอาณาจักร

  • 27 ตุลาคม 2019
39 ศพ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นักเรียนในเวียดนามร่วมไว้อาลัยเพื่อนร่วมชาติที่เสียชีวิตในอังกฤษ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ทางการอังกฤษเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตชาวเวียดนามในรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 39 ศพ ที่ถูกพบในมณฑลเอสเซกซ์เมื่อ 23 ต.ค. 2562 หลังกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์

เจ้าหน้าที่พิสูจน์อัตลักษณ์ใช้ลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ บันทึกทันตกรรม รอยสัก และแผลเป็น มายืนยันตัวตน และรายชื่อของผู้เสียชีวิตทั้งหมด

การพิสูจน์อัตลักษณ์พบว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 8 คน ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุระหว่าง 20-39 ปี ที่เหลือเป็นวัยรุ่น 10 คน, หญิง-ชายวัย 40 เศษ รวม 2 ราย

เหยื่อทั้งหมดมาจากจังหวัดทางตอนกลาง และตอนเหนือของเวียดนาม ได้แก่ เหงะอาน, ไฮ ฟอง, ทือเทียนเว้, กว่างบิญ และ ห่าติ๋ญ

องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ เปิดเผยว่ามีชาวเวียดนามจำนวนมากที่ลักลอบเดินทางเข้ามาในสหราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมายเพื่อหาเงินจุนเจือคนทางบ้าน

ทว่า เพราะเหตุใดพวกเขาถึงยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงกับการเดินทางจากบ้านเกิดมายังสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและอาจจะถึงแก่ชีวิต และพวกเขาเดินทางมาได้อย่างไร

เหตุใดต้องทิ้งบ้านเกิด

"แม้ว่าเศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเติบโตรุ่งเรือง แต่กลับไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นกอบเป็นกำ" จาง เหวียน บรรณาธิการข่าวบีบีซี แผนกภาษาเวียดนามตั้งข้อสังเกตและสรุปว่า "เวียดนามเองมีกลุ่มแรงงานจำนวนมากเกินไป"

คำบรรยายภาพ ภาพชาวเวียดนามที่เกรงกันว่าจะเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต 39 คนที่ถูกพบในรถบรรทุกในอังกฤษเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2562

รายงานของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ระบุถึงการจัดการความยากจนในเวียดนามว่า หากมองในระดับประเทศ เวียดนามถือว่าสามารถลดความยากจนได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่สิ่งนี้ไม่ได้หมายถึงความไม่เท่าเทียมกันในแง่ประชากรและพื้นที่

"ผู้อพยพส่วนใหญ่ที่เดินทางจากเวียดนามไปยังยุโรปและสหราชอาณาจักร มาจากไม่กี่จังหวัดในเวียดนาม" มีมี่ วู ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ในนครโฮจิมินห์ระบุ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผู้อพยพมายังสหราชอาณาจักรมักมาจากจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ เช่น จังหวัดไฮฟอง และจังหวัดกวางนิญ แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ กลับพบว่าอัตราการเติบโตของผู้อพยพจากเวียดนามแบบไม่ปกติมาจากกลุ่มจังหวัดยากจนทางตอนกลางของประเทศ เช่น จากจังหวัดเหงะอาน จังหวัดกวางบิญ และจังหวัดหาติญ

"การอพยพไปทำงานต่างประเทศเพื่อส่งเงินกลับมาจุนเจือครอบครัว ทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนในพื้นที่ ตลอดช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา" เธอกล่าว

คาดการณ์ว่าแต่ละปีจะมีจำนวนชาวเวียดนามที่ลักลอบเข้ายุโรปราว 18,000 คนจากเครือข่ายเหล่านี้ แต่มีเพียงไม่ถึง 1,000 คนต่อปีที่เดินทางเข้าไปยังสหรัฐอเมริกา

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ หลายปีที่ผ่าน พบว่าผู้อพยพที่เดินทางมาจากจังหวัดเหงะอาน ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทยากจนของเวียดนาม มากขึ้น

ทำไมสหราชอาณาจักรกลายเป็นจุดหมายยอดนิยม

ดร.ตัมสิน บาร์เบอร์ (Tamsin Barber) อาจารย์ด้านสังคมวิทยาการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดบรูคส์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการอพยพของประชากรเชื้อสายเวียดนามและอังกฤษ ระบุว่า สหราชอาณาจักรถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในยุโรปที่ชาวเวียดนามนิยมมากเนื่องจากพวกเขารู้ดีว่าหากสามารถมาตั้งรกรากที่นี่ได้ ย่อมหมายถึงโอกาสที่จะมีงานและเงินจำนวนมากเพื่อส่งกลับไปยังครอบครัวที่อยู่ในเวียดนามได้

นอกจากนี้ในสหราชอาณาจักรเองก็มีเครือข่ายชุมชนชาวเวียดนามที่กว้างขวาง ซึ่งสามารถช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้อพยพรายใหม่ทั้งในเรื่องการจัดหาที่พักและหางาน อีกทั้งยังมีความต้องการแรงงานไร้ฝีมือสูงมาก เช่น พนักงานในร้านอาหารเวียดนาม ร้านทำเล็บ หรือในธุรกิจค้ากัญชาผิดกฎหมาย

จากการสัมภาษณ์กลุ่มชาวเวียดนามที่กลับมาจากอังกฤษ พวกเขาเล่าให้ฟังว่า ผู้อพยพส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานในภาคการเกษตรและประมง ขณะที่บางส่วนก็ทำงานชั่วคราวหรือรับจ้างตามฤดูกาล บ้างก็ทำธุรกิจเล็ก ๆ บ้างก็ตกงาน

ดร.บาร์เบอร์ กล่าวเสริมอีกว่า ในปัจจุบันยังไม่มีช่องทางที่ถูกต้องทางกฎหมายสำหรับกลุ่มผู้อพยพที่ต้องการเข้ามาทำงานลักษณะดังกล่าวในสหราชอาณาจักร จึงเป็นเหตุให้มีการลักลอบเข้าหลายช่องทางที่สุ่มเสี่ยงและอันตราย

พวกเขาต้องจ่ายเท่าไหร่

นางวู บอกว่า ค่าใช้จ่ายในการอพยพมีหลากหลายระดับ ถ้าเป็นกลุ่มที่มีทุนทรัพย์น้อยหน่อย อาจจะต้องจ่ายราว 10,000 - 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 300,000 - 450,000 บาท แต่การเดินทางก็จะออกจะลำบากมากกว่า เช่น อาจจะต้องเดินเท้าข้ามป่าในเวลากลางคืนด้วย

สำหรับกลุ่มที่มีกำลังทรัพย์มากพอ อาจจะต้องจ่ายประมาณ 1.2 - 1.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเดินทางโดยเครื่องบิน

นางวูกล่าวว่า เงินที่ผู้อพยพต้องจ่ายมากถึงกว่าล้านบาทนั้นเทียบเท่ากับรายได้ต่อเดือนที่ชาวเวียดนามในชนบทต้องใช้เวลาหาถึง 30 ปีเลยทีเดียว แต่คนเหล่านี้กลับมองว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาและลูก ๆ ของพวกเขามีอนาคตที่ดีขึ้น

คำถามต่อมาก็คือพวกเขาเอาเงินมาจากไหน หลายคนบอกว่าเขาหยิบยืมจากญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง บ้างก็จำต้องกู้หนี้นอกระบบแม้ว่าจะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยอันแสนโหดร้าย บ้างก็ต้องนำที่ดินไปขายเพื่อให้ได้เงินมาเป็นทุน

แม้ว่าความพยายามที่จะลักลอบเข้าเมืองของชาวเวียดนามอพยพจะล้มเหลว พวกเขาก็จะลองอีกครั้ง เพราะนี่ถือว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาสามารถหาเงินไปใช้หนี้ได้

ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติระบุว่า ชาวเวียดนามอพยพสามารถหาเงินให้กับกลุ่มนายหน้าที่นำพวกเขาไปยังยุโรปได้ราว 9,000 ล้านบาทต่อปี

เส้นทางสู่สหราชอาณาจักร

งานวิจัยของคณะกรรมการอิสระเพื่อการขจัดการค้าทาส แบ่งนายหน้าที่ลักลอบนำกลุ่มอพยพมายังสหราชอาณาจักรออกเป็น 2 กลุ่ม คือ "กลุ่มชั้นพรีเมียม" และ "กลุ่มชั้นประหยัด"

กลุ่มชั้นพรีเมียมจะมีการโฆษณาว่า เดินทางง่าย เสี่ยงน้อย นายหน้ารายหนึ่งโฆษณาว่าลูกค้าจะได้รับวีซ่าเชงเก้นแบบธุรกิจ บินตรงสู่กรุงปารีสของฝรั่งเศส พักที่เซฟเฮาส์ก่อนเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ร้านทำเล็บเป็นหนึ่งในสถานที่ทำงานยอดนิยมของชาวเวียดนามที่เดินทางมาอยู่ในอังกฤษ

ส่วนกลุ่มชั้นประหยัด อาจจะต้องใช้เวลานานหลายเดือน

นางวูอธิบายเพิ่มเติมว่า "ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกบริการแบบใด สุดท้ายแล้วก็ต้องมาหยุดอยู่ที่เขตชายแดน และต้องลักลอบโดยสารบนรถบรรทุกหรือไม่ก็เรือข้ามฟากอยู่ดี"

การเดินทางก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ชาวเวียดนามส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ารัสเซียเป็นด่านแรกก่อนเข้ายุโรป ในอดีตเหยื่อหลายคนบอกตำรวจว่าพวกเขาเดินทางผ่านจีนก่อนที่จะมาถึงอังกฤษ

หลายคนต้องหยุดระหว่างทางตามจุดผ่านต่าง ๆ เช่น ยูเครน หรือ โปแลนด์ โดยพวกเขาจำต้องทำงานจากการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มนายหน้า เพื่อแลกกับการหาเงินเพื่อเป็นทุนในการเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง

ขณะที่ฝรั่งเศสจะเป็นจุดท้ายสุดก่อนที่จะถูกส่งมายังอังกฤษ พวกเขาต้องจ่ายให้กับกลุ่มนายหน้าเพื่อที่จะซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์ลับบนรถบรรทุก หรือแอบซ่อนในรถบรรทุกใกล้กับท่าเรือโดยไม่ให้คนขับรถรู้

มีรายงานว่า บางกรณีก็ถูกบังคับให้ค้าประเวณีหรือบังคับใช้แรงงานระหว่างการเดินทางอีกด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม