ผู้อพยพ : ครอบครัวหนุ่มสาวชาวเวียดนามภาวนาให้ลูกรอดชีวิต ขณะที่อังกฤษยังไม่ระบุตัวตน 39 ศพในรถบรรทุก

  • 28 ตุลาคม 2019
พ่อชาวเวียดนามกอดลูก Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เล มิญ ตวน หวั่นว่า เล วัน ฮา ลูกชายของเขาจะเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในรถบรรทุกในมณทลเอสเซกส์ของอังกฤษ

บรรยากาศที่บ้านของ เล วัน ฮา ชายหนุ่มชาวเวียดนามวัย 30 ปี เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง หลังจากคนในครอบครัวได้รับแจ้งว่าเขาอาจจะเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในตู้คอนเทนเนอร์บนรถบรรทุกคันหนึ่งที่พบในมณทลเอสเซกส์ สหราชอาณาจักร จนกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อวันพุธ (23 ต.ค.) ที่ผ่านมา

ย่าของเขาอยู่ในอาการเหม่อลอย เอามือปิดหน้า ขณะที่ภรรยาของเขานั่งนิ่งเฉยไม่ยอมพูดจา ไม่ยอมกินข้าวกินปลา ส่วนพ่อของเขาได้แต่กอดหลานพร้อมปาดน้ำตาอย่างสิ้นหวัง

ชีวิตของเล วัน ฮา ไม่ได้แตกต่างจากชายหนุ่มคนอื่น ๆ จากครอบครัวที่ยากจนในพื้นที่เกษตรกรรมของเวียดนาม แต่กลับต้องมาพบกับจุดจบที่น่าเศร้าเพียง 3 เดือนหลังจากที่เขาร่วมเดินทางไปกับคนอื่นอีกนับพันคนเพื่อเสาะหางานดี ๆ ในยุโรป นำเงินมาช่วยเหลือเจือจุนครอบครัว ซึ่งเป็นห้วงเวลาก่อนที่ลูกชายคนที่ 2 ของเขาจะเกิด

ครอบครัวของเขาจำต้องหยิบยืมเงินมาเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ รวมทั้งเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหางานในประเทศตะวันตกด้วยการจ่ายเงินให้เครือข่ายค้ามนุษย์เป็นเงินราว 20,000 ปอนด์ หรือราว 775,000 บาท ซึ่งครอบครัวหามาได้จากการเอาที่ดินสองแปลงไปจำนอง

ดูเหมือนความหวังทุกอย่างของครอบครัวจะถูกแขวนไว้กับ เล วัน ฮา หากว่าเขาสามารถหางานดีรายได้งาม เพื่อที่จะนำมาจ่ายหนี้ที่กู้มา ทว่า ความหวังดังกล่าวกลับดับวูบลง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เล มิญ ตวน พ่อของเล วัน ฮา หนุ่มเวียดนามวัย 30 ปีที่คาดว่าเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่พบในตู้คอนเทนเนอร์ร่ำไห้เมื่อพูดถึงลูกชาย

"เขาทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้เรา และเราก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาหาเงินที่ไหนมาจ่ายหนี้คืน ผมเองก็แก่มากแล้ว สุขภาพไม่สู้ดี และยังต้องเลี้ยงดูหลาน ๆ อีก " เล มิญ ตวนกล่าว

เล มิญ ตวน เชื่อว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว เพราะว่าไม่นานมากนี้ เขาได้รับข้อความผ่านเฟซบุ๊กแมสเซนเจอร์ว่าลูกชายกำลังจะออกเดินทางไปยังอังกฤษ

เชื่อกันว่าผู้ที่เสียชีวิตในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว มาจากอำเภอเดียวกัน คือ อำเภอเยน แถ่ง จังหวัดเหงะอาน

ครอบครัวของ บุย ทิ หงุง หญิงสาวชาวเวียดนาม เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่กำลังรอคอยข่าวคราวของเธอด้วยความกระวนกระวายใจ

บรรดาเพื่อนบ้านต่างมาเยี่ยมครอบครัวของเธอเพื่อให้กำลังใจ และร่วมกันสวดอ้อนวอนขอให้ บุย ทิ หงุง หญิงสาวในวัย 19 ปีไม่ให้อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์นั้น โดยวางรูปขนาดใหญ่ของเธอไว้บนแท่นบูชาประจำบ้าน

บุย ทิ โลน พี่สาวของบุย ทิ หงุง บอกว่า ได้คุยกับน้องสาวผ่านเฟซบุ๊กในเวลาสั้น ๆ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ในตอนนั้นน้องสาวบอกว่าอยู่ใน "ที่เก็บของแห่งหนึ่ง"

"ยังไม่มีข้อมูลใดยืนยันในเรื่องนี้ มีเพียงรายงานทางอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ดังนั้นพวกเรายังมีหวัง" เธอกล่าว

"สิ่งที่เรารู้ คือ ในเวลานั้น มีตู้คอนเทนเนอร์ 3 ตู้ที่ถูกลำเลียงเข้าไปยังอังกฤษ ดังนั้นยังหวังว่าจะมีปาฏิหารย์ให้น้องสาวอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ตู้อื่น" เธอพูดเสริม

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ บุย ทิ หงุง มาจากจังหวัดเหงะ อาน

เธอชมน้องสาวว่าเป็นคนฉลาดที่สุดในบรรดาลูก 4 คนในครอบครัว น้องสาวเป็นคนมีเพื่อนเยอะและพวกเขายังช่วยเธอหาเงินเป็นทุนในการเดินทางอีกด้วย ครอบครัวจึงไม่จำเป็นต้องเอาที่ดินไปจำนองหรือเอาอะไรไปขายเพื่อมาใช้เป็นทุน

ขณะนี้ พวกเขารอคอยฟังเพียงข่าวดี หรือไม่ หากเป็นเลวร้าย ก็ต้องการความช่วยเหลือในการนำร่างของเธอกลับมาบ้านเกิด

ผู้สื่อข่าวบีบีซีสำรวจอำเภอแห่งนี้คร่าว ๆ พบว่ามีบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งก่อสร้างจำนวนหนึ่ง เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า การตัดสินใจเดินทางไปแสวงหางานในต่างประเทศโดยมีเป้าหมายยอดนิยมคือประเทศอังกฤษทำให้หนุ่มสาวชาวเวียดนามสามารถส่งเงินกลับบ้านเป็นกอบเป็นกำ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 39 ศพในรถบรรทุก

ชาวเวียดนามบอกว่า มีชุมชนชาวเวียดนามที่เข้มแข็งในอังกฤษ ที่จะช่วยกลุ่มผู้อพยพหางาน เช่น งานในร้านทำเล็บ ร้านอาหาร หรือในพื้นที่การเกษตร แตกต่างจากในฝรั่งเศสที่พวกเขามักจะถูกปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหากทราบว่าพวกเขาลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

สำหรับกลุ่มนายหน้าค้ามนุษย์ที่จัดการทุกอย่างให้ผู้ลักลอบอพยพเข้าเมืองถือเป็นเครือข่ายใต้ดินนานาชาติ โดยกลุ่มนี้อาจจะตั้งราคาอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มผู้อพยพแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 380,000 หรือ มากกว่า 1.16 ล้านบาท หากจ่ายแพง ก็จะได้รับบริการที่ดีระดับวีไอพีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะจ่ายมากหรือน้อยเพียงใด การที่จะข้ามช่องแคบอังกฤษได้ พวกเขาก็ต้องลักลอบเข้าไปประเทศ ด้วยการถูกลำเลียงไปในตู้คอนเทนเนอร์

ปฏิกิริยาจากรัฐบาลเวียดนามเป็นอย่างไรหลังจากเหตุโศกนาฎกรรมครั้งนี้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ บ้านที่กำลังก่อสร้างในอำเภอเอียนแถ่ง

ล่าสุด นายเหงียน ซวนฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้สั่งการให้สืบสวนสอบสวนเครือข่ายค้ามนุษย์ในประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม การค้ามนุษย์ในเวียดนามถือเป็นปัญหารุนแรงและเรื้อรังมานาน ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผู้หญิงและเด็ก จนทำให้เวียดนามถูกลดอันดับลงในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา

แม้ว่าทางการเวียดนามจะดำเนินการมาตรการต่าง ๆ ต่อปัญหานี้ แต่ธุรกิจนายหน้าค้ามนุษย์ยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากว่ายังเป็นที่ดึงดูดใจและกำไรงาม

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม