บริจาคเลือด : คลังโลหิตทั่วโลกเผชิญวิกฤต ขาดแคลนเลือดสำรองช่วยชีวิตผู้ป่วย

  • 28 ตุลาคม 2019
บริจาคเลือด Image copyright Getty Images

ผลการวิจัยระดับนานาชาติ ซึ่งศึกษาถึงสมดุลระหว่างปริมาณเลือดสำรองคงคลังและความต้องการเลือดเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยทั่วโลก เผยว่าปัจจุบันมีถึง 119 ประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนเลือดสำรองอย่างหนัก จนไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายเลือดเพื่อใช้รักษาหรือทำการผ่าตัดให้ผู้ป่วยได้

ทีมวิจัยด้านสาธารณสุขศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐฯ ตีพิมพ์งานวิจัยดังกล่าวซึ่งจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกลงในวารสารการแพทย์แลนเซ็ต (Lancet) โดยระบุว่ากว่า 61% ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ได้ทำการศึกษามาทั้งหมด 195 ประเทศ มีปริมาณเลือดสำรองคงคลังไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ที่มีอยู่

กลุ่มประเทศเหล่านี้ได้แก่ทุกประเทศในทางตอนกลาง ทางตะวันตก และทางตะวันออกของภูมิภาคตอนใต้ทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา (Sub-Saharan Africa) รวมทั้งบางประเทศในภูมิภาคโอเชียเนียและเอเชียใต้ ซึ่งทั้งหมดขาดแคลนโลหิตรวมกันถึงกว่า 102 ล้านหน่วย

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า 38 ประเทศในแอฟริกามีจำนวนผู้บริจาคโลหิตต่ำกว่าเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งตั้งไว้ที่อย่างน้อย 10 คนจากประชากรทุก 1,000 คน เป็นอย่างมาก โดยซูดานใต้เป็นประเทศที่มีปริมาณเลือดสำรองต่ำสุดคือ 46 หน่วยต่อประชากร 1 แสนคน ส่วนอินเดียนั้นขาดแคลนเลือดถึง 41 ล้านหน่วย และมีความต้องการเลือดสูงกว่าปริมาณสำรองที่มีอยู่ถึง 400%

ในแต่ละปีมีผู้บริจาคโลหิตได้รวมกันทั่วโลกถึงกว่า 100 ล้านหน่วย แต่ 42% ของเลือดสำรองเหล่านี้กลับได้มาจากผู้คนในประเทศที่ร่ำรวย และถูกเก็บไว้ใช้แต่ในกลุ่มประเทศมั่งคั่งซึ่งมีจำนวนประชากรไม่ถึง 16% ของคนทั้งโลก ในขณะที่ผู้ป่วยในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางและรายได้น้อย กลับไม่สามารถเข้าถึงเลือดสำรองที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากความขาดแคลนและอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบโรคติดต่อทางเลือดมีไม่เพียงพอ

Image copyright Getty Images

ทีมผู้วิจัยย้ำว่า ช่องว่างระหว่างความต้องการโลหิตและปริมาณสำรองที่มีอยู่นั้น นับวันจะถ่างกว้างขึ้นทุกขณะ เนื่องจากมีผู้เข้าถึงบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นในประเทศรายได้ปานกลางและประเทศที่ยากจนหลายแห่ง ทำให้การถ่ายเลือดซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผ่าตัดที่ซับซ้อนเป็นที่ต้องการสูงขึ้น

"รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ จำเป็นจะต้องลงทุนและสนับสนุนบริการจัดเก็บสำรองโลหิตให้ขยายตัวมากขึ้นและทั่วถึงแก่ประชากรทั้งหมด รวมทั้งจัดตั้งระบบควบคุมตรวจสอบให้เลือดสำรองมีความปลอดภัยและได้คุณภาพเพียงพอต่อการเปลี่ยนถ่ายแก่ผู้ป่วย" ทีมผู้วิจัยกล่าวสรุป