นาซาเผยภาพ "กาแล็กซีหน้าผี" ร่วมฉลองเทศกาลฮาโลวีน

  • 30 ตุลาคม 2019
กาแล็กซีหน้าผี Image copyright NASA/ESA/UW
คำบรรยายภาพ กาแล็กซีวงแหวน Arp-Madore 2026-424 มองดูคล้ายกับใบหน้าของปีศาจ

ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ควบคุมกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขององค์การนาซาและองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เผยภาพปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยากในห้วงอวกาศ ซึ่งบันทึกไว้ได้เมื่อช่วงทศวรรษ 1980 โดยเป็นภาพดาราจักรคู่หนึ่งกำลังรวมตัวเข้าด้วยกัน แต่กลับมองดูคล้ายกับศีรษะของภูตผีปีศาจที่จ้องมองออกไปในความมืด

มีการเผยแพร่ภาพนี้ผ่านทางเว็บไซต์ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ที่ spacetelescope.org โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าขอร่วมฉลองเทศกาลฮาโลวีนในปีนี้ ด้วยภาพของระบบดาราจักรคู่ Arp-Madore 2026-424 ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 704 ล้านปีแสง

ดาราจักรคู่ดังกล่าวถูกจัดประเภทให้อยู่ในกลุ่มของ "กาแล็กซีวงแหวน" (Ring galaxy) โดยส่วนดวงตาปีศาจที่สุกสว่างคือดาราจักรสองแห่งที่กำลังชนและรวมตัวเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดกลุ่มฝุ่นและก๊าซฟุ้งกระจายออกไปเป็นรูปวงแหวนโดยรอบ ซึ่งก่อตัวเป็นใบหน้าสีน้ำเงินที่ดูน่าขนลุก

คลื่นกระแทกที่เกิดจากการชนกันของดาราจักรทั้งสอง ผลักให้มวลสารที่กระจัดกระจายออกไปเป็นส่วนจมูกและโครงหน้าของปีศาจอัดตัวกันแน่น และกลายเป็นแหล่งให้กำเนิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ ๆ ในเวลาต่อมา

"กาแล็กซีวงแหวนนั้นหาพบได้ยาก มีอยู่เพียงไม่กี่ร้อยแห่งในห้วงอวกาศส่วนที่ใกล้กับกาแล็กซีของเรา โดยคู่ดาราจักรจะต้องเข้าชนกันในจังหวะที่เหมาะเหม็ง จึงจะเกิดวงแหวนลักษณะนี้ขึ้นได้" ทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซากล่าว

Image copyright NASA / SDO
คำบรรยายภาพ ในบางครั้ง ดวงอาทิตย์ก็ดูคล้ายกับตะเกียงฟักทอง "แจ๊ก-โอ-แลนเทิร์น" ไม่มีผิด

"วงแหวนที่เป็นโครงหน้าปีศาจนี้จะคงอยู่เพียงไม่กี่ร้อยล้านปี ก่อนจะสลายตัวไปในที่สุด เหลือทิ้งไว้เพียงดาราจักรเกิดใหม่ขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นผลจากการรวมตัวกันของดาราจักรคู่เดิมนั่นเอง"

ด้านทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซาซึ่งรับผิดชอบดาวเทียมสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ Solar Dynamics Observatory (SDO) ก็ได้ร่วมฉลองเทศกาลปล่อยผีประจำปีนี้ด้วยเช่นกัน โดยเผยแพร่ภาพถ่ายของดวงอาทิตย์ที่ดูคล้ายกับตะเกียงฟักทอง "แจ๊ก-โอ-แลนเทิร์น" ไม่มีผิด

ภาพดังกล่าวถูกบันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2014 ขณะที่พื้นผิวดวงอาทิตย์บางส่วนมีความเคลื่อนไหวของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสูงกว่าส่วนอื่น ๆ ทำให้ดูเหมือนลุกไหม้สว่างจ้าเป็นพิเศษ

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ SDO ได้เชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าชมและดาวน์โหลดภาพดังกล่าวได้ฟรีที่หน้าเฟซบุ๊ก NASA Sun Science และทางเว็บไซต์ nasa.gov

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม