โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ระบาดทั่วเอเชีย อินโดนีเซียคือประเทศล่าสุด แต่ไทยยังรอด

  • 21 ธันวาคม 2019
หมูในคอกในเมืองหลินฉวน มณฑลอันฮุย ทางตอนกลางของจีน Image copyright Getty Images

อินโดนีเซียเป็นประเทศล่าสุดในเอเชียที่เผชิญการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ซึ่งเกิดจาก เชื้อไวรัสหมูที่อันตรายและสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรทั่วเอเชีย

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียระบุว่ามีหมูเกือบ 30,000 ตัว ต้องตายลงเพราะติดเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในจังหวัดสุมาตราเหนือ

ประเมินกันว่า เชื้อไวรัสนี้เป็นสาเหตุของการล้มตายของสุกรมากกว่าครึ่งของจีนในปีนี้

ออสเตรเลียกำลังกังวลต่อสถานการณ์การระบาดที่ขยายวง และได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้านชีวภาพเพื่อไม่ให้เชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเข้ามาในประเทศ

องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (World Organisation for Animal Health--OIE) ระบุว่า แม้ว่าเชื้อนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่ก็ทำให้หมูจำนวนมากตายภายใน 2-3 วันได้ อัตราการรอดชีวิตของหมูเกือบเป็นศูนย์

ไวรัสชนิดนี้มีความทนทานมาก และสามารถอยู่รอดโดยไม่ต้องมีพาหะนาน 7 วัน และอาจอยู่ในผลิตภัณฑ์แช่แข็งที่มาจากหมูได้นานหลายเดือน

พบรายงานการระบาดที่ประเทศไหนแล้วบ้าง

จนถึงขณะนี้ การระบาดที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่จีน แต่มีความกังวลว่า อาจเกิดการแพร่ระบาดไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจุดที่พบการระบาดที่รุนแรงที่สุดบางส่วนในภูมิภาคนี้อยู่ที่เวียดนามและฟิลิปปินส์

นักวิเคราะห์ที่ราโบแบงก์ (Rabobank) ของเนเธอร์แลนด์คาดว่าปีนี้ ผลผลิตเนื้อหมูของเวียดนามจะลดลง 21% และปีหน้าจะลดลงเพิ่มอีก 8%

นอกจากนี้ยังระบุว่า ฟิลิปปินส์อาจมีประชากรสุกรลดลง 13% ในปีหน้า ส่วนจำนวนหมูในจีนลดลงไป 55% ในปีนี้

ชาห์รูล ยาซิน ลิมโป รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของอินโดนีเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังพบการระบาดของไวรัสนี้อยู่ในหลายพื้นที่ของสุมาตราเหนือเท่านั้น

นายลิมโป กล่าวว่าทางการ "กำลังรับมือกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง รวมถึงการแยกพื้นที่ที่เป็นปัญหาเหล่านั้นออกมา"

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (UN Food and Agriculture Organisation) ระบุว่า ยังพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในมองโกเลีย, กัมพูชา, เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ, เมียนมาและติมอร์ตะวันออกด้วย

ส่วนนอกภูมิภาคเอเชีย OIE ระบุว่า พบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในหลายพื้นที่ของยุโรปตะวันออกและซับซาฮาราของแอฟริกา

ประเทศอื่น ๆ รับมืออย่างไร

ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวด เพิ่มงบประมาณอีก 66 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1,375 ล้านบาทในมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสนี้เข้ามาในประเทศ

แต่การตรวจยึดผลิตภัณฑ์จากหมูจำนวนมากในช่วงไม่นานนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของภารกิจนี้

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทางการออสเตรเลียยึดผลิตภัณฑ์จากหมูได้ 32 ตัน ทั้งจากกระเป๋าของผู้โดยสารที่พยายามขนเข้ามาในประเทศ และจากพัสดุทางไปรษณีย์

มาร์โก อันเดร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ออสเตรเลียพอร์กลิมิเต็ด (Australian Pork Limited - APL ) สมาคมของผู้ผลิตเนื้อหมูของออสเตรเลีย กล่าวว่า "ในจำนวนนั้น 49% มีเชื้อไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรปะปนอยู่"

APL ประเมินว่า การระบาดนี้อาจจะสร้างความเสียหายราว 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 4.17 หมื่นล้านบาท ต่ออุตสาหกรรมเนื้อหมูของออสเตรเลียที่มีมูลค่ารวม 5.3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 1.1 แสนล้านบาท

ออสเตรเลียได้เพิ่มความพยายามในการกักกันอย่างเข้มงวดมากขึ้นในเมืองดาร์วิน ซึ่งเป็นจุดหลักที่เที่ยวบินจากติมอร์ตะวันออกเดินทางมาถึง และเมื่อไม่นานนี้เพิ่งมีการประกาศว่าพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร

แม้ว่าจะไม่มีฟาร์มหมูใกล้กับเมืองดาร์วิน แต่ว่ามีประชากรหมูป่าจำนวนมากที่อาจจะแพร่เชื้อได้

"ถ้าคุณถามฉัน 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ ฉันคงจะบอกว่า ฉันกลัวมาก แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก" นางอันเดรกล่าว

Image copyright Getty Images

เมื่อไม่นานนี้ เยอรมนีได้เพิ่มมาตรการหลายอย่างในการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หลังจากพบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในหมูป่าตัวหนึ่งบริเวณพรมแดนโปแลนด์

สหรัฐฯ ไม่เคยพบโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในประเทศมาก่อน แต่ทางการได้บังคับใช้มาตรการเกี่ยวกับการนำเข้าและโรคในสัตว์หลายอย่าง

การผลิตวัคซีน

ช่วงที่ยังพบหมูป่วยเฉพาะในแอฟริกา และพบการระบาดเพียงครั้งคราวในยุโรป ซึ่งสามารถที่จะรับมือได้ด้วยการกำจัดยกฝูง ก็แทบจะไม่มีความพยายามในการพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนี้

แต่เมื่อมีการระบาดทั่วเอเชีย มีหมูหลายล้านตัวติดเชื้อ นักวิทยาศาสตร์ได้เร่งที่จะหาทางผลิตวัคซีนขึ้น แต่ไวรัสนี้มีความซับซ้อนมาก ทำให้ไม่ใช่เรื่องง่าย

ความหวังที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ สิ่งที่เรียกว่า วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (live-attenuated vaccine) ซึ่งเป็นการนำเชื้อไวรัสเข้าไปในตัวหมูในปริมาณเล็กน้อยที่ทำให้หมูพัฒนาภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ แต่ไม่มากถึงขนาดที่จะทำให้ล้มป่วย

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยที่มีความหวัง ยกตัวอย่างเช่น การให้ภูมิคุ้มกันหมูป่าในยุโรป แต่การผลิตวัคซีนเชิงพาณิชย์คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี

มีความเป็นไปได้ว่า วัคซีนตัวแรกอาจจะมาจากจีน เพราะจีนมีความเสี่ยงมากที่สุด และน่าจะเร่งรัดให้วัคซีนออกวางจำหน่ายได้เร็วที่สุด

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเนื้อหมู

ราคาเนื้อหมูทั่วเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น ผลักดันให้ดัชนีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นด้วย

ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดของจีนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.5% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่เร็วที่สุดในรอบ 9 ปี โดยราคาเนื้อหมูมีส่วนในการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ฟิตช์ (Fitch) บริษัทจัดอันดับ ระบุว่า ราคาขายส่งภายในประเทศเพิ่มเป็นเกือบ 2 เท่าในปี 2019 และคาดว่า ราคาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะน่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ราโบแบงก์ระบุว่า การนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ ของจีนเพิ่มเป็น 2 เท่า ส่วนราคาเนื้อวัวและเนื้อไก่ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคที่หันมาเลือกซื้อแทนเนื้อหมู

ทอมมี อู๋ นักเศรษฐศาสตร์จากอ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (Oxford Economics) กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่เดือนนี้ราคาน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก เพราะปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงตรุษจีน

นายอู๋กล่าวว่า ข่าวดีก็คือความพยายามด้านความปลอดภัยทางชีวภาพของจีน เริ่มเห็นผลแล้ว

เขาคิดว่า อุตสาหกรรมเนื้อหมูในจีนได้ผ่านจุดวิกฤตมาแล้ว แต่เขาก็เตือนว่า การฟื้นตัวอย่างเต็มที่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี

"ตอนนี้เรากำลังจับตามองปริมาณหมูในตลาดที่ต่ำกว่าระดับสูงสุดถึง 40%" เขากล่าว

หมายเหตุ ได้มีการแก้ไขชื่อโรคในข่าวจาก "ไข้หวัดหมูแอฟริกา" เป็น "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของกรมปศุสัตว์

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม