อินเดียลงโทษประหารชีวิตเพิ่มขึ้น สวนกระแสโลก

  • 21 ธันวาคม 2019
ประท้วงข่มขืนในอินเดีย Image copyright Getty Images

ชาย 4 คนที่มีความผิดฐานก่อเหตุรุมข่มขืนและฆาตกรรมผู้หญิงคนหนึ่งบนรถบัสกลางกรุงนิวเดลีในปี 2012 กำลังจะถูกประหารชีวิตในอีกไม่กี่วันนี้ หลังจากศาลสูงสุดปฏิเสธฎีกาขอลดโทษประหารของหนึ่งในนักโทษทั้ง 4 คนนี้

ศาลอินเดียยังคงพิพากษาลงโทษประหารชีวิตในการกระทำความผิดอาญาที่ร้ายแรงหลายอย่าง แม้ว่าไม่มีการประหารชีวิตนักโทษเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2015

ขณะที่หลายชาติมีอัตราการลงโทษประหารชีวิตที่สูงกว่าในอินเดียมาก โดยมี 4 ประเทศที่ลงโทษประหารชีวิตรวมกันมากที่สุดตามสถิติในปี 2018

แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ทั่วโลกมีการพิพากษาโทษประหารชีวิตลดลง โดยปีที่แล้ว มีการลงโทษประหารชีวิตน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี

ความผิดอะไรบ้างที่ต้องรับโทษประหารชีวิตในอินเดีย

ในปี 2018 โทษประหารชีวิตส่วนใหญ่ถูกใช้กับผู้กระทำความผิดฐานฆาตกรรม และฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางเพศที่ 45 คน และ 58 คน ตามลำดับ

ในหลายหมวดของประมวลกฎหมายอาญา (ปี 1860) ของอินเดีย อนุญาตให้ลงโทษประหารชีวิตได้

นอกจากนี้ยังมีกฎหมายของส่วนกลางและกฎหมายระดับรัฐอีก 24 ฉบับ ที่มีโทษประหารชีวิต

จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยกฎหมายแห่งชาติ (National Law University) ในกรุงนิวเดลี ระบุว่า นับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 1947 การประหารชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในรัฐอุตตรประเทศ ซึ่งได้ประหารชีวิตคนไป 354 คน รองลงมาได้แก่รัฐหรยาณา 90 คน และรัฐมัธยประเทศ 73 คน

ข้อมูลจาก ม.กฎหมายแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2018 เพียงปีเดียว ศาลต่าง ๆ ได้ลงโทษประหารชีวิต 162 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 50% และถือเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี

จำนวนโทษประหารชีวิตจากความผิดฐานฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางเพศที่ศาลในอินเดียตัดสินในปี 2018 เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแก้กฎหมาย

ส่วนในปากีสถาน ปีที่แล้วมีการตัดสินลงโทษประหารชีวิตไปกว่า 250 คน และในบังกลาเทศมากกว่า 229 คน

ขณะที่ทั่วโลก จากสถิติพบว่า มีการลงโทษประหารชีวิตในปี 2018 ที่ 2,531 คน น้อยกว่าในปี 2017 ซึ่งอยู่ที่ 2,591 คน

ประเทศไหนประหารชีวิตคนมากที่สุดในโลก

แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งรณรงค์ต่อต้านโทษประหารชีวิต ระบุว่า มีการประหารชีวิตเกิดขึ้นในปีที่แล้ว 690 คน ลดลงจากปี 2017 กว่า 30%

ในปี 2018 การประหารชีวิตเกือบ 80% เกิดขึ้นในเพียง 4 ประเทศ ได้แก่:

  • อิหร่าน
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • เวียดนาม
  • อิรัก

ทางการเวียดนามยืนยันอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ย. ปีที่แล้วว่า ได้ประหารชีวิตคนไป 85 คน ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่มักไม่ค่อยเกิดขึ้น โดยในปีก่อน ๆ เวียดนามไม่เคยเปิดเผยจำนวนการประหารชีวิต

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนการประหารชีวิตเพิ่มขึ้นในปีที่แล้วเพิ่มขึ้นกว่า 46% เมื่อเทียบกับปี 2017 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวียดนาม ญี่ปุ่นประหารชีวิตคนไป 15 คน ปากีสถานประหารชีวิตอย่างน้อย 14 คน สิงคโปร์ 13 คน ส่วนไทยกลับมาประหารชีวิตคนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009

คำบรรยายภาพ สีแดงคือประเทศที่ประหารชีวิตคนในปี 2018 รวมถึงประเทศไทยด้วย (ที่มา: แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล)

ส่วนในสหรัฐฯ เป็นปีที่สองติดต่อกันที่มีการประหารชีวิตคนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีการประหารชีวิตคน 25 คนในปี 2018 เทียบกับจำนวน 23 คน ในปี 2017

แต่มีหลายเรื่องที่ต้องคำนึงถึงในการพิจารณาตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ คือ:

  • สถิติเหล่านี้ไม่รวมจีน ซึ่งแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เชื่อว่า มีการประหารชีวิตคนไปหลายพันคน แต่ไม่มีการเปิดเผยตัวเลข
  • การเกิดสงครามในซีเรีย ทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่า มีการประหารชีวิตเกิดขึ้นในซีเรียหรือไม่
  • ไม่มีข้อมูลหรือเกือบไม่มีข้อมูลในลาวและเกาหลีเหนือเลย

แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ตัวเลขเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตเหล่านี้ น่าจะต่ำกว่าความเป็นจริง

ประเทศไหนมีนักโทษรอการประหารมากที่สุด

มีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลนี้หลายอย่าง และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ในทุกประเทศได้

ประเทศที่มีจำนวนตัวเลขนักโทษรอการประหารมากที่สุดเท่าที่มีข้อมูลในปี 2018 คือ ปากีสถาน ซึ่งอยู่ที่มากกว่า 4,864 คน งานวิจัยของกลุ่มสิทธิมนุษยชนในปากีสถานในปีนี้ ระบุว่า เฉลี่ยแล้ว นักโทษใช้เวลา 10 ปี ในการรอการประหารชีวิต ก่อนที่ศาลสูงสุดของประเทศจะพิจารณาฎีกาขอลดโทษประหาร

ส่วนในบังกลาเทศ แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า มีคนรอการประหารชีวิตมากกว่า 1,500 คน

ข้อมูลของ ม.กฎหมายแห่งชาติ ระบุว่า ช่วงสิ้นปีที่แล้ว ในอินเดียมีคนรอการประหารชีวิต 426 คน มากกว่าครึ่งหนึ่งของนักโทษเหล่านี้มีความผิดฐานฆาตกรรม และ 21.8% มีความผิดฐานฆาตกรรมและข่มขืน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รถกำลังขนนักโทษในบังกลาเทศ

มีคนจำนวนมากที่รอการประหารชีวิตในสหรัฐฯ เช่นกัน ที่จำนวน 2,654 คน ส่วนที่ไนจีเรียมีนักโทษรอการประหารชีวิตมากกว่า 2,000 คน

ในช่วงสิ้นปี 2018 มากกว่าครึ่งของทุกประเทศในโลกได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตหรือไม่มีการนำโทษประหารชีวิตไปปฏิบัติแล้ว เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 10 ปีก่อน 47%

ในปี 2018 บูร์กินาฟาโซ ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิต ส่วนแกมเบียและมาเลเซียได้ประกาศพักการบังคับใช้โทษประหารชีวิตอย่างเป็นทางการ

รัฐวอชิงตันของสหรัฐฯ ประกาศว่า โทษประหารชีวิตข่อต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้ปัจจุบันรัฐที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้วในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 21 รัฐ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม