อินเดียกำลังจะเป็นชาติที่สร้างขยะในอวกาศจำนวนมหาศาลจริงหรือ

  • 25 ธันวาคม 2019
ปริมาณของเศษชิ้นส่วนในอวกาศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีนี้ Image copyright ESA
คำบรรยายภาพ เศษชิ้นส่วนในอวกาศเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา

นักการเมืองอาวุโสของปากีสถานกล่าวหาโครงการอวกาศของอินเดียว่า เป็นต้นตอทำให้เกิดเศษชิ้นส่วนจรวดและดาวเทียมตกค้างในอวกาศ

นายฟาวัด เชาดรี รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของปากีสถานเรียกร้องให้ประชาคมโลก ได้รับรู้ว่าอินเดียกำลังทำภารกิจอวกาศอย่าง "ไร้ความรับผิดชอบ"

เศษขยะอวกาศมีตั้งแต่เศษชิ้นส่วนของจรวดเก่า ชิ้นส่วนดาวเทียมที่แตกตัว และล่องลอยอยู่ในวงโคจรของโลก

นายเชาดรี ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้หลังจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา พบว่าเศษชิ้นส่วนของยานอวกาศลำหนึ่งของอินเดีย พุ่งเข้าชนดวงจันทร์เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

แต่ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวจริงเท็จอย่างไร อินเดียเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดขยะอวกาศที่อาจก่ออันตรายได้จริงหรือ

มีขยะอวกาศมากแค่ไหน

สำนักงานโครงการเศษซากในวงโคจรของนาซา (Orbital Debris Programme Office--ODPO) ระบุว่า ปัจจุบันมีเศษชิ้นส่วนขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตร มากกว่า 23,000 ชิ้น ซึ่งเครือข่ายเฝ้าระวังทางอวกาศของสหรัฐฯ (US Space Surveillance Network) กำลังติดตามตำแหน่งของขยะเหล่านี้อยู่

ขยะอวกาศส่วนใหญ่กำลังเคลื่อนตัวรอบโลกด้วยความเร็วสูง ห่างจากพื้นผิวโลกในระยะไม่เกิน 1,250 ไมล์ หรือประมาณ 2012 กม. ในบริเวณที่มีดาวเทียมกว่า 2,000 ดวง และสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station) โคจรอยู่ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะถูกขยะอวกาศพุ่งเข้าชน

เมื่อปี 2007 จีนได้ทดสอบยิงขีปนาวุธจากพื้นโลกเพื่อทำลายดาวเทียมของตนเองในอวกาศ คาดกันว่าได้ทำให้เกิดเศษชิ้นส่วนในอวกาศ 3,000 ชิ้น

สำนักงานโครงการเศษซากในวงโคจรของนาซา ระบุว่า การชนกันโดยบังเอิญของดาวเทียมสื่อสารของรัสเซียและสหรัฐฯ เมื่อปี 2009 ยิ่งทำให้เศษขยะอวกาศมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นไปอีก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อินเดียประกาศภารกิจด้านอวกาศที่ท้าทายหลายอย่างในอนาคต

อินเดียสร้างขยะอวกาศมากแค่ไหน

ข้อมูลของสำนักงานโครงการเศษซากในวงโคจรของนาซา ระบุว่า ขยะอวกาศของอินเดียยังมีจำนวนน้อยกว่ารัสเซีย สหรัฐฯ และจีน แต่ถึงอย่างนั้น ขยะอวกาศที่อินเดียก่อได้เพิ่มขึ้นจาก 117 ชิ้นในปี 2018 เป็น 163 ชิ้นในปี 2019

ประเทศต้นทางขยะอวกาศ

พิจารณาจากจำนวนจรวดและเศษชิ้นส่วน จนถึง ต.ค. 2019

ที่มา: Orbital Debris Quarterly News, Nasa

เมื่อเดือน มี.ค. ปีนี้ อินเดียกลายเป็นชาติที่ 4 ที่ทดสอบขีปนาวุธทำลายดาวเทียม โดยอ้างว่าการทดสอบเกิดขึ้นที่ระดับความสูงที่จะไม่ทำให้เกิดเศษชิ้นส่วนตกค้างในวงโคจรของโลก

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ประณามการทดสอบดังกล่าว ขณะที่นาซาระบุว่า พบชิ้นส่วนที่เกิดจากการทดสอบครั้งนั้นราว 50 ชิ้น หลังการทดสอบผ่านไปนานกว่า 3 เดือน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อินเดียเป็นประเทศที่ 4 ที่ทดสอบขีปนาวุธทำลายดาวเทียม

"ไม่ว่าสิ่งที่จีนทำเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ในทางเทคนิคจะถือว่าเลวร้ายกว่าการที่อินเดียเพิ่งก่อขยะอวกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้หรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็น แต่พวกเขาควรรู้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำนั้นส่งผลกระทบต่อทุกคน" คริสโตเฟอร์ ดี จอห์นสัน ที่ปรึกษาด้านกฎหมายอวกาศ มูลนิธิโลกมั่นคง (Secure World Foundation) ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ กล่าวกับ บีบีซี

"เราควรเรียนรู้จากเหตุการณ์ในอดีต และตระหนักว่า ไม่มีเหตุผลใดที่จะยอมรับให้มีการก่อขยะในอวกาศ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามความสามารถในการใช้พื้นที่ในอวกาศของทุกฝ่าย"

มีการจัดการขยะอวกาศอย่างไร

วงโคจรของโลกกำลังแออัดมากขึ้นทุกที ในขณะที่มีดาวเทียมหลายพันดวงปฏิบัติการอยู่แล้ว แต่หลายชาติยังมีแผนส่งขึ้นไปในวงโคจรอีกหลายพันดวง โอกาสที่จะเกิดการพุ่งชนกันยิ่งเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ มาควบคุมการทดสอบการยิงขีปนาวุธทำลายดาวเทียมที่บางประเทศทำอยู่

หลายประเทศและบริษัทเอกชนบางแห่งกำลังทดสอบวิธีการใหม่ ๆ ในการบรรเทาปัญหาขยะอวกาศ ตั้งแต่การใช้ฉมวก แม่เหล็กยักษ์ และตาข่าย

ในปี 2025 สำนักงานอวกาศยุโรป มีแผนจะเริ่มภารกิจกำจัดขยะอวกาศให้หมดไปจากวงโคจรของโลก

แต่นาซาเห็นว่าการทำให้สิ่งแวดล้อมในอวกาศสะอาดขึ้น ยังคงเป็น "เรื่องท้าทายทั้งในเชิงเศรษฐกิจและทางเทคนิค"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม