ฟุตบอลอังกฤษ : 10 สุดยอดเหตุการณ์น่าจดจำในรอบทศวรรษ

  • 29 ธันวาคม 2019
เหตุการณ์ไหนโดนใจคุณที่สุด Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เหตุการณ์ไหนโดนใจคุณที่สุด ?

ปี 2019 กำลังจะผ่านพ้นไปและนับเป็นการสิ้นสุดของทศวรรษ 2010 กองบรรณาธิการบีบีซีสปอร์ตได้รวบรวมเหตุการณ์เด่น ๆ ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดมาให้ผู้อ่านช่วยกันโหวตสุดยอดเหตุการณ์น่าจดจำในรอบทศวรรษของฟุตบอลอังกฤษ

ผลปรากฏว่าการได้แชมป์พรีเมียร์ลีกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง (38%) ตามด้วยลูกยิงของ เซร์คิโอ อกูเอโร ผู้ดับฝัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (29%) และลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลนาและผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (18%)

สำหรับเหตุการณ์ทั้ง 10 มีดังต่อไปนี้

1. ลูกจักรยานอากาศของ รูนีย์ ในเกมกับแมนฯ ซิตี้ (ปี 2011)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประตูลูกนี้ของ เวย์น รูนีย์ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในประตูยอดเยี่ยมตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ

การทำประตูสุดสวยด้วยท่าจักรยานอากาศสำหรับนักฟุตบอลเป็นสิ่งที่น่าจดจำยิ่ง และหากมันเป็นการทำได้กับทีมคู่ปรับร่วมเมืองด้วยแล้ว ความพิเศษ ยิ่งจะดูทวีคูณขึ้นไปอีก

เฉกเช่นเดียวกับลูกจักรยานอากาศที่ เวย์น รูนีย์ ทำได้ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2011 ซึ่งเป็นประตูชัยและเป็นประตูสำคัญ ที่ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนั้นไปครองได้สำเร็จ

2. กำเนิดวลี "Why always me?" (ปี 2011)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ "Why always me" วลีเด็ดที่ถูกจดจำมาถึงปัจจุบัน

อีกหนึ่งเหตุการณ์สุดแสบของ มาริโอ บาโลเตลลี ดาวยิงทีมชาติอิตาลี เมื่อเขาเปิดเสื้อโชว์ข้อความ Why always me?-ทำไมต้องเป็มผมอยู่เรื่อย หลังยิงประตูช่วยให้ต้นสังกัด แมนฯ ซิตี้ ถล่มเอาชนะทีมคู่ปรับร่วมเมือง แมนฯ ยูไนเต็ด 6-1

ปีนั้นจบด้วยการที่เขาช่วยให้เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ลีกไปครองได้สำเร็จ

3. ประตูของ อกูเอโร ช่วยแมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก (ปี 2012)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประตูนี้ของอกูเอโรช่วยให้แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรก

นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แฟนแมนฯ ซิตี้และแมนฯ ยูไนเต็ด จะจดจำไปอีกนาน กับประตูที่เซร์คิโอ อกูเอโร ดาวยิงเรือใบสีฟ้ายิงช่วยต้นสังกัดแซงกลับมาชนะควีนปาร์ค เรนเจอร์ 3-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ลูกนี้นอกจากจะเป็นประตูชัย มันยังเป็นประตูช่วยให้พวกเขาแซงคู่ปรับร่วมเมือง แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นไปเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่มากกว่า

4. ซัวเรซจอมกัด (ปี 2013)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อดีตดาวยิงลิเวอร์พูลถูกแบน 10 เกม จากพฤติกรรมนี้

หลังจาก หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าลิเวอร์พูลถูกทำโทษด้วยการถูกแบน 8 เกม จากการแสดงอาการเหยียดสีผิวต่อ ปาทริค เอฟร่า กองหลังแมนฯ ยูไนเต็ด

ซัวเรซก็เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้งด้วยการกัดเข้าที่แขนของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเชลซี ซึ่งทำให้เขาถูกแบนอีกครั้ง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 10 เกม

5. การวางมือของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (ปี 2013)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เซอร์ อเล็กซ์พาปีศาจแดงเถลิงถ้วยแชมป์ไปถึง 38 แชมป์

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกยกย่องให้เป็นยอดกุนซือคนหนึ่งในโลกฟุตบอล เขาตัดสินใจวางมือไปในปี 2013

สุนทรพจน์ของเขาซาบซึ้งจนแฟนแมนฯ ยูไนเต็ดหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตลอดเกือบ 27 ปีของเขากับปีศาจแดง เขาพาทีมคว้าแชมป์ไปได้ถึง 38 แชมป์ กลายเป็นหนึ่งในสุดยอดทีมจากเกาะอังกฤษ

ดูเหมือนในปัจจุบันแฟนบอลปีศาจแดงหลายคนกำลังคิดถึงอดีตกุนซือผู้นี้

6. เจอร์ราร์ดลื่น (ปี 2014)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เหตุการณ์ในวันนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งฝันร้ายของยอดกองกลางรายนี้

ปี 2014 นับว่าเป็นปีร้อนแรงของลิเวอร์พูลปีหนึ่งเลยก็ว่าได้ พวกเขาชนะต่อเนื่องถึง 11 เกม และกำลังขับเขี้ยวเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนฯ ซิตี้ อย่างสนุกสนาน

ทว่าเจอร์ราร์ดก็มาทำพลาดในเกมที่เปิดบ้านต้อนรับเชลซี

เขาเสียหลักลื่นล้ม ทำให้เดม บาบา ได้โอกาสกระชากบอลหนีเข้าไปยิงทำประตูให้เชลซีขึ้นนำ

ก่อนที่วิลเลียนในตำแหน่งกองกลางจะมายิงประตูที่ 2 ในครึ่งเวลาหลัง ตอกย้ำชัยให้กับเชลซี

การพ่ายแพ้เกมนี้เหมือนเป็นการดับฝันพวกเขาที่กำลังขับเขี้ยวตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนฯ ซิตี้ในปีนั้น

7. ทีมสิงโตหญิงคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก (ปี 2015)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ปี 2015 ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของวงการฟุตบอลหญิงอังกฤษ

ปี 2015 ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของวงการฟุตบอลหญิงในอังกฤษ เกมดาร์บี้แมทช์ระหว่างแมนฯ ยูไนเต็ดทีมหญิงและแมนฯ ซิตี้ทีมหญิง มีผู้ชมในสนามกว่า 30,000 คน เป็นอีกหนึ่งสถิติสูงสุดของวงการฟุตบอลหญิงอังกฤษ

ส่วนเกมอุ่นเครื่องระหว่างทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษกับทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติเยอรมนี มีคนดูในสนามถึง 77,000 คน

ขณะที่ผลงานของทีมหญิงอังกฤษในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกที่แคนาดา พวกเธอก็สามารถเอาชนะเยอรมนีได้เป็นครั้งแรกในรอบ 31 ปี พร้อมคว้าตำแหน่งที่สามกลับบ้าน

8. เทพนิยายเลสเตอร์ ซิตี้ (ปี 2016)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เลสเตอร์ ซิตี้ แพ้ไปเพียง 3 เกมเท่านั้น ในปีที่พวกเขาเป็นแชมป์

ไม่มีใครคาดคิดว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ได้ พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาและเกือบจะต้องตกชั้นลงไปในปีเดียวกัน

ทว่าในอีกหนึ่งปีต่อมา ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี ทีมกลับเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง ต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ได้สมศักดิ์ศรี

สุดท้ายแล้วพวกเขาเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จด้วยการเก็บไป 81 แต้ม เหนือกว่าอันดับที่สองอย่างอาร์เซน่อลถึง 10 แต้ม สร้างเทพนิยายบทใหม่ให้กับสโมสร

9. อังกฤษชนะจุดโทษโคลมเบีย ศึกฟุตบอลโลก (ปี 2018)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทีมสิงโตคำรามล้างอาถรรพ์เอาชนะในการดวลจุดโทษได้สำเร็จ

ทีมชาติอังกฤษมีสถิติไม่สู้ดีนัก ในการดวลจุดโทษในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยในการดวลจุดโทษ 3 ครั้งก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย

และอีกเช่นเคย ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาลงเตะกับทีมโคลอมเบีย เกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

แฟนบอลอังกฤษหลายคนต่างถอดใจ และคิดว่าทีมรักคงหยุดเส้นทางฟุตบอลโลกครั้งนี้ไว้เพียงรอบนี้อีกตามเคย

ทว่าพวกเขาคิดผิด ต้องขอบคุณการเซฟของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่ช่วยให้อังกฤษลบอาถรรพ์เอาชนะการดวลจุดโทษได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

10. ลิเวอร์พูลพลิกชนะบาร์เซโลน่า (ปี 2019)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ลิเวอร์พูลเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง พวกเขาจบปีนั้นด้วยการเป็นเจ้ายุโรป

เกมรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2018-19 ยอดทีมจากเกาะอังกฤษอย่างลิเวอร์พูลต้องโคจรมาเจอกับบาร์เซโลน่ายักษ์ใหญ่จากสเปน

เกมนัดแรกจบลงด้วยชัยชนะของบาร์ซ่าด้วยสกอร์ 3-0 แฟนบอลเจ้าบุญทุ่มวาดฝันถึงการคว้าถ้วยแชมป์ ขณะที่สาวกหงส์แดง พวกเขาหวังให้ทีมสร้างปาฏิหารย์ได้อีกครั้ง เหมือนกับในฤดูกาล 2004-05

ด้วยผลต่างถึง 3 ประตู ทฤษฏีแรกหากลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ หวังที่จะเข้าชิงชนะเลิศ คือการยิง 4 ประตูและห้ามเสียแม้แต่ประตูเดียว

กูรูหลายคนต่างฟันธงว่าหมดหวัง

แต่แล้วในเกมชี้ชะตาในอีก 6 วันต่อมา ลิเวอร์พูลก็สร้างปาฏิหารย์ได้สำเร็จอีกครั้ง ดิว็อก โอริกี้ และ จอร์จิโอ ไวนาดุม กลายเป็นฮีโร่ทำคนละ 2 ประตู ช่วยให้หงส์แดงเปิดบ้านเอาชนะบาร์ซ่าไปได้ 4-0 พลิกเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 4-3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม