อเมริกา-อิหร่าน : ประเมินแสนยานุภาพกองทัพอิหร่าน หลัง ประกาศล้างแค้น

  • 4 มกราคม 2020
ไออาร์จีซีมีกองกำลังทางเรือและอากาศของตนเอง และควบคุมดูแลอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ไออาร์จีซีมีกองกำลังทางเรือและอากาศของตนเอง และควบคุมดูแลอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน

ประชาชนจำนวนมากได้เข้าร่วมเดินขบวนในพิธีศพของพลตรี คาเซ็ม สุเลมานี ในกรุงแบกแดดของอิรัก หลังการโจมตีสังหารเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ผู้เข้าร่วมเดินขบวนต่างชูธงอิรัก และธงประจำกองกำลังติดอาวุธ ชูรูปภาพของสุเลมานี และผู้นำสูงสุดอิหร่าน พร้อมตะโกนว่า "อเมริกาจงพินาศ" ขณะที่ ชาวอิรักบางส่วนในกรุงแบกแดดเฉลิมฉลองการสังหารสุเลมานี เพราะเชื่อว่านายพลอิหร่านผู้นี้ อยู่เบื้องหลังการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในอิรักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

พิธีศพในแบกแดด ถือเป็นการเริ่มต้นช่วงเวลาไว้อาลัยให้สุเลมานี ที่จะดำเนินไปอีกหลายวัน ขณะที่ ร่างของเขาจะถูกส่งกลับอิหร่าน เพื่อประกอบพิธีและฝังในบ้านเกิดต่อไป

ด้านรัฐบาลอิหร่านประกาศกร้าวจะล้างแค้นอเมริกาอย่างสาสม หลังผู้นำทางทหารที่ทรงอำนาจที่สุดของประเทศถูกประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งสังหาร ด้วยการใช้โดรนโจมตีที่สนามบินแบกแดด ในอิรัก

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ "อเมริกาจงพินาศ"

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศว่า "การล้างแค้นอย่างสาสม" กำลังรอเหล่าผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารนายพลคาเซ็ม สุเลมานี

แล้วแสนยานุภาพกองทัพอิหร่านมีมากแค่ไหน ทีมตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือ Reality Check ของบีบีซีได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับกองทัพอิหร่าน ได้ข้อสรุปดังนี้

ขนาดกองทัพอิหร่าน

สถาบันระหว่างประเทศว่าด้วยการศึกษาด้านยุทธศาสตร์ของสหราชอาณาจักร ประเมินว่า อิหร่านมีทหารที่พร้อมประจำการรบ 523,000 นาย

ในจำนวนนี้ รวมถึงทหารในกองทัพปกติ 350,000 นาย และอีกอย่างน้อย 150,000 นาย ในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือไออาร์จีซี

นอกจากนี้ ยังมีกำลังพลของไออาร์จีซีอีก 20,000 นาย ซึ่งทำหน้าที่ใช้เรือรบลาดตระเวนในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดการเผชิญหน้ากับเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติหลายครั้งในปี 2019

ไออาร์จีซี ยังควบคุมหน่วยบาซีจ (Basij) ซึ่งเป็นกองกำลังอาสาที่ช่วยปราบปรามความไม่สงบในประเทศ อิหร่านสามารถระดมพลจากกองกำลังนี้ได้หลายแสนคนเลยทีเดียว

สำหรับไออาร์จีซีนั้น ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อน เพื่อพิทักษ์ระบอบอิสลามในอิหร่าน และได้กลายเป็นกองทัพขนาดใหญ่ ขั้วอำนาจการเมือง และผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของอิหร่าน

แม้ว่าไออาร์จีซีมีกำลังพลน้อยกว่ากองทัพหลักของอิหร่าน แต่ถือว่าเป็นกองกำลังทหารที่มีอำนาจเด็ดขาดมากที่สุดในประเทศ

แสนยานุภาพในต่างแดน

หน่วยรบพิเศษคุดส์ ที่นำโดยพลตรีสุเลมานี ได้ดำเนินปฏิบัติการลับในต่างประเทศให้กับไออาร์จีซี และขึ้นตรงต่อผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี โดยเชื่อว่าหน่วยคุดส์มีกองกำลังมากถึง 5,000 นาย

Image copyright AFP/Getty
คำบรรยายภาพ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศว่า "การล้างแค้นอย่างสาสม" กำลังรอเหล่าผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารนายพลคาเซ็ม สุเลมานี

หน่วยพิเศษคุดส์ถูกส่งไปปฏิบัติการในซีเรีย ให้คำแนะนำทางการสู้รบกับกองกำลังที่ภักดีกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดของซีเรีย และกองกำลังติดอาวุธชาวมุสลิมชีอะห์

ส่วนในอิรัก หน่วยคุดส์ได้สนับสนุนกองกำลังกึ่งทหารชาวชีอะห์ ที่ช่วยรบมีชัยเหนือกลุ่มไอเอส หรือรัฐอิสลาม

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า หน่วยรบพิเศษคุดส์มีบทบาทมากกว่านั้น ทั้งการสนับสนุนเงินทุน การฝึกฝน อาวุธ และยุทโธปกรณ์ให้กับองค์กรในตะวันออกกลางที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และกลุ่มฮามาสในดินแดนปาเลสไตน์

แต่ปัญหาเศรษฐกิจและมาตรการคว่ำบาตร เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้าอาวุธ ทำให้อิหร่านมีอาวุธยุทโธปกรณ์น้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กองกำลังไออาร์จีซีของอิหร่านควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซ ปี 2019

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์มของสวีเดนชี้ว่า อิหร่านนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ ช่วงปี 2009 ถึง 2018 มีมูลค่าเพียง 3.5% ของการนำเข้าอาวุธของซาอุดีอาระเบียในช่วงเวลาเดียวกัน

อิหร่านนำเข้าอาวุธส่วนใหญ่จากรัสเซีย ที่เหลือนั้นมาจากประเทศจีน

อิหร่านมีขีปนาวุธหรือไม่

คำตอบคือ 'มี' และขีปนาวุธถือเป็นแสนยานุภาพทางทหารที่สำคัญ เพราะอิหร่านขาดแคลนแสนยานุภาพทางอากาศ เมื่อเทียบกับชาติคู่อริอย่างอิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย

รายงานฉบับหนึ่งของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านมีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธมากที่สุดในตะวันออกกลาง ขีปนาวุธที่อิหร่านมีส่วนใหญ่เป็นแบบพิสัยใกล้ และพิสัยกลาง รายงานยังชี้ว่า อิหร่านดำเนินการทดสอบเทคโนโลยีอวกาศ เป็นฉากหน้า เพียงเพื่อพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลขึ้น

แต่สถาบันรอยัลยูไนเต็ดเซอร์วิส หรือรูซิ (RUSI) ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยอิสระระดับโลก ระบุว่า โครงการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านต้องชะงักลง ตามข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2015 กับนานาชาติ แต่ก็เสริมว่า โครงการอาจกลับมาเดินหน้าต่อ เพราะข้อตกลงนิวเคลียร์ขาดความชัดเจน

ไม่ว่าอย่างไร ขีปนาวุธพิสัยใกล้และพิสัยกลางของอิหร่าน สามารถโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียและชาติในแถบอ่าวอาหรับ รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่จะโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึงอิสราเอล

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แสนยานุภาพขีปนาวุธของอิหร่านเป็นกุญแจสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานว่าพันธมิตรในภูมิภาคของอิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธและระบบนำวิถีที่อิหร่านสนับสนุน เพื่อโจมตีเป้าหมายในอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย

เมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว สหรัฐฯ ได้ส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตไปยังตะวันออกกลาง หลังความตึงเครียดกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยระบบแพทริออตมีจุดประสงค์เพื่อต้านทานขีปนาวุธนำวิถี ขีปนาวุธนำวิถีแบบความเร็วคงที่ และอากาศยานระดับสูง

อาวุธอื่น ๆ ที่มี

แม้เผชิญมาตรการคว่ำบาตรหนักหน่วงหลายปี แต่อิหร่านประสบความสำเร็จในการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน

ข้อมูลจากรูซิระบุว่า อิหร่านได้ใช้โดรนในอิรักมานับแต่ปี 2016 เพื่อต่อสู้กับกลุ่มไอเอส อิหร่านยังบังคับโดรนติดอาวุธจากฐานทัพในซีเรียเข้าไปในน่านฟ้าอิสราเอล

ในเดือน มิ.ย. 2019 อิหร่านยิงโจมตีโดรนสังเกตการณ์ของสหรัฐฯ โดยอ้างว่า ล่วงล้ำน่านฟ้าอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าสนับสนุนอาวุธให้กลุ่มกบฏในเยเมน

โจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวสายกลาโหมและการทูตของบีบีซี วิเคราะห์ว่า สิ่งที่น่าพิจารณา สำหรับโครงการโดรนของอิหร่าน คือ ความยินยอมพร้อมใจที่จะขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีโดรนให้กับพันธมิตร และกองกำลังตัวแทนของอิหร่านในภูมิภาค

ในปี 2019 เกิดการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ สร้างความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างในโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบีย ทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียเชื่อมโยงการโจมตีดังกล่าวกับอิหร่าน แม้ว่าอิหร่านปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และชี้ว่ากลุ่มกบฏในเยเมนเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

แสนยานุภาพด้านไซเบอร์เป็นอย่างไร

นับแต่สำนักงานโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในปี 2010 อิหร่านได้ยกระดับความสามารถในโลกไซเบอร์มากขึ้น

เชื่อกันว่า ไออาร์จีซี มีศูนย์ปฏิบัติการไซเบอร์ของตนเอง เพื่อใช้ในการจารกรรมทางการพาณิชย์และการทหาร

รายงานฉบับหนึ่งของกองทัพสหรัฐฯ ในปี 2019 ระบุว่า อิหร่านได้พุ่งเป้าจารกรรมทางไซเบอร์ไปยังบริษัทด้านอากาศยาน ผู้รับเหมาทางกลาโหม บริษัทด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงบริษัทโทรคมนาคม ทั่วโลก

บริษัท ไมโครซอฟต์ ในปี 2019 ยังระบุว่า กลุ่มแฮคเกอร์ที่ "มาจากอิหร่านและมีส่วนเชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่าน" ได้พุ่งเป้าโจมตีการรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และพยายามเจาะบัญชีส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่อเมริกันหลายคน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม