ไฟป่าออสเตรเลียจะเป็น "ภาวะปกติ" ของโลกอนาคตที่อุณหภูมิสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียส

  • 14 มกราคม 2020
fire Image copyright Getty Images

โดย แมตต์ แม็กกราธ

ผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อม

นักวิทยาศาสตร์ในสหราชอาณาจักรชี้วิกฤตไฟป่าออสเตรเลียคือ "ภาวะปกติ" ที่ทั้งโลกต้องเผชิญเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

ศ.ริชาร์ด เบ็ตต์ส จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาแฮดลีย์ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือสัญญาณบ่งชี้ถึงสิ่งที่จะกลายเป็น "ภาวะปกติ" ในอนาคต เมื่อโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียส

แม้ว่ารูปแบบสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติจะเป็นแรงขับให้เกิดวิกฤตไฟป่าในครั้งนี้ แต่นักวิจัยบอกว่า หากใช้เพียง "สามัญสำนึก" ก็จะเข้าใจว่าความร้อนที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง

สภาพอากาศในออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้วร้อนและแห้งแล้งที่สุดเป็นประวัติการณ์

นักวิจัยในสหราชอาณาจักรวิเคราะห์ความเสี่ยงการเกิดไฟป่าทั่วโลกซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยศึกษาจากงานวิจัย 57 ฉบับ ที่เผยแพร่หลังจากมีรายงานเรื่องการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่ในปี 2013

งานวิจัยทุกชิ้นชี้ว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับความถี่และความรุนแรงที่จะเกิดสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการเกิดไฟป่า ซึ่งหมายถึงช่วงที่มีอุณหภูมิสูง มีความชื้นต่ำ ฝนตกน้อย และมีลมแรง

Image copyright Getty Images

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีสัญญาณที่บ่งบอกชัดเจนมากขึ้นว่าภาวะโลกร้อนเป็นผลมาจากการดำเนิน กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วชี้ว่า หากไม่นับความผันแปรโดยธรรมชาติในพื้นที่ 22% ที่พร้อมจะเกิดไฟป่าแล้ว จะพบว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเกิดขึ้น นอกขอบข่ายนี้ด้วย

แมทธิว โจนส์ จากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลียซึ่งเป็นผู้นำในการวิจัยครั้งนี้บอกว่า โดยรวมแล้ว งานวิจัย 57 ชิ้นนี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความร้อนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ได้ส่งผลต่อความถี่และความรุนแรงที่จะเกิดสภาพอากาศที่เหมาะต่อการเกิดไฟป่าทั่วโลก ยกตัวอย่างในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ, แคนาดา, ตอนใต้ของยุโรป, สแกนดิเนเวีย และป่าแอมะซอน

"ความร้อนที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ได้เพิ่มความเสี่ยงไฟป่าในภูมิภาคอื่นอีกด้วย รวมถึงไซบีเรียและออสเตรเลีย"

อย่างไรก็ดี งานวิจัยนี้ระบุว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะวิเคราะห์ว่าวิกฤตไฟป่ารุนแรงที่ออสเตรเลีย มีสาเหตุมาจากอะไร รูปแบบสภาพภูมิอากาศตามธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดสภาพเหมาะสม สำหรับการเกิดไฟป่า และสภาวะที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ก็ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศร้อนจัดและความแห้งแล้งทั่วออสเตรเลีย

ทว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์ก็มีส่วนด้วย ศ.เบ็ตต์ส บอกว่า ถึงอย่างไรไฟป่าในออสเตรเลียจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่ดี แต่มนุษย์ทำให้ความร้อนรุนแรงขึ้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ภัยแล้งและอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ในออสเตรเลียล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงในออสเตรเลีย

เขาบอกด้วยว่า ตอนนี้ออสเตรเลียมีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมอยู่ราว 1.4 องศาเซลเซียส โดยสภาพอากาศร้อนจัดเมื่อเดือน ธ.ค. ถือว่ารุนแรงมากสำหรับปัจจุบัน แต่จะเป็นภาวะปกติเมื่อโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียส

"ดังนั้นเรากำลังเห็นสัญญาณของภาวะปกติของโลกในอนาคตที่อุณหภูมิสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียส"

อุณหภูมิโลกสูงขึ้นราว 1 องศาเซลเซียสนับตั้งแต่ช่วงปี 1850-1859

แม้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ จะมีแผนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่โลกก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นราว 3 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้บอกว่า เรากำลังเห็นสัญญาณของโลกร้อนด้วย "ตาของเราเอง" เมื่อดูวิกฤตไฟป่าและคลื่นความร้อนที่กำลังเกิดขึ้น

ศ.คอร์รีน เลอเคเร จากมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลีย ในเมืองนอริช บอกว่า นี่คือผลกระทบจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียสเท่านั้น หากเราไม่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ให้เหลือศูนย์ เราจะต้องพบกับผลกระทบที่ร้ายแรงกว่าที่เกิดขึ้นในออสเตรเลีย

ผู้อ่านสามารถดูรายละเอียดของงานวิจัยนี้ได้ที่เว็บไซต์ ScienceBrief

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม