สื่อต่างชาติรายงาน กองทัพไทยยอมรับมีนายทหารระดับสูงหาประโยชน์จากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกองทัพ

  • 18 กุมภาพันธ์ 2020
ภาพรอยกระสุน Image copyright Thai News Pix

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทัพบกของไทยเห็นชอบเมื่อวานนี้ (17 ก.พ.) ให้โอนมอบการควบคุมบริหารที่ดินพาณิชย์ 1 ล้านไร่ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้แลโดยตรง ด้านนักวิชาการให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติระบุ คำมั่นสัญญาของผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) เป็นเพียง 'การแสดง' และการขาดความโปร่งใสของกองทัพเปิดโอกาสให้มีการแสวงหาผลประโยชน์

ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า นับจากนี้เป็นต้นไป กองทัพจะส่งมอบโครงการหลายอย่างให้กรมธนารักษ์เป็นผู้พิจารณาว่า จะดำเนินการอย่างไร ตามกฎระเบียบและกฎหมายของกรมธนารักษ์

การโอนโครงการเหล่านี้ จะทำให้รายได้ของกิจการต่าง ๆ ถูกส่งเข้าไปให้รัฐโดยตรง และรายได้บางส่วนจะเป็นสวัสดิการของบุคลากรในกองทัพบก

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวตามการรายงานของรอยเตอร์ว่า ยังไม่สามารถบอกได้ว่า กิจการต่าง ๆ ของกองทัพมีผลกำไรเท่าไหร่ เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ และทางกระทรวงการคลังจะนำมืออาชีพเข้ามาเป็นกรรมการเพื่อให้กิจการเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อสวัสดิการของทหาร และเพิ่มความโปร่งใส

รอยเตอร์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 29 คน และบาดเจ็บ 58 คน ก่อนที่เขาจะถูกยิงเสียชีวิต ได้ทำให้ผู้คนสนใจเรื่องที่ทหารเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจในกองทัพซึ่งยังมีข้อน่าสงสัยหลายประการ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) ได้รับปากจะจัดการแก้ปัญหาการทำธุรกิจต่าง ๆ ในกองทัพ ซึ่งมีรายได้ต่อปีเกือบ 1 พันล้านบาท รวมถึงสนามกอล์ฟ สนามมวย สนามม้า สโมสรกีฬา โรงแรม และสถานีน้ำมัน

'การแสดง'

"มันเป็นแค่การแสดง" หนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ อ้างคำพูดของ ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยเขาเห็นว่า พล.อ.อภิรัชต์ ออกมากล่าวขอโทษเพราะกองทัพบกเผชิญแรงกดดันอย่างมาก หลังจากเกิดเหตุกราดยิง และเขาไม่คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใด ๆ เกิดขึ้น จากการปฏิรูปที่ ผบ.ทบ. รับปาก

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ "อย่าด่าว่ากองทัพบก อย่าว่าทหาร ถ้าจะด่า จะตำหนิ ท่านมาด่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์" ผบ.ทบ.กล่าว

ตามรายงานของ พนมเปญ โพสต์ ดร.ฐิติพล กล่าวว่า การทุจริตไม่ใช่แค่ปัญหาในกองทัพบก แต่ยังเป็นปัญหาในกองทัพเรือและกองทัพอากาศด้วย ประชาชนรู้มานานแล้วว่า เจ้าหน้าที่ที่เกษียณอายุไม่ยอมย้ายออกจากบ้านพักในเขตทหาร และการกระทำนี้ถือเป็นการทุจริตที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินไม่เคยเข้าไปจัดการ

"การปฏิรูปกองทัพเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก แต่รัฐบาลและกองทัพปฏิเสธมาโดยตลอด" ดร.ฐิติพลให้สัมภาษณ์ตามรายงานของ พนมเปญ โพสต์ นอกจากนี้ยังระบุว่า "คำสัญญาต่าง ๆ จะเลือนหายไป เมื่อความสนใจของประชาชนต่อเหตุการณ์นี้ลดลง"

'หาผลประโยชน์จากผู้ใต้บังคับบัญชา'

ทั้งรอยเตอร์, พนมเปญ โพสต์ และเซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ต่างรายงานว่า ทางการไทยยอมรับว่า ความขัดแย้งเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และการหาประโยชน์กับผู้ใต้บังคับบัญชาคือชนวนเหตุสำคัญ

เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า เหตุกราดยิงเกิดจากข้อพิพาทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

พนมเปญ โพสต์ รายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์ ยอมรับว่า มีธุรกิจเอกชนหลายอย่างในกองทัพ ซึ่งมีนายทหารยศระดับสูงเข้าไปหาผลประโยชน์กับผู้ใต้บังคับบัญชา

รอยเตอร์ รายงานโดยอ้างคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า สาเหตุและเหตุผลของคนร้ายในเหตุการณ์นี้ คือ ความไม่ยุติธรรมที่เขาได้รับจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ และรายงานด้วยว่า ผบ.ทบ. ยอมรับว่า มีรายงานเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่หาประโยชน์ส่วนตัวจากโครงการสินเชื่อบ้านของทหาร และโครงการสวัสดิการต่าง ๆ

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวตามรายงานของรอยเตอร์ว่า เขาทราบเรื่องนี้ และต้องการจะรับประกันว่า ในอีก 3 เดือนข้างหน้า นายพลและนายพันหลายคนจะต้องตกงาน

Image copyright THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ รายงานข่าวระบุว่า ทนายที่ก่อเหตุกราดยิง กู้เงินประมาณ 1.5 ล้านบาท จากกองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก เพื่อซื้อบ้านพร้อมที่ดินราคาประมาณ 1.1 ล้านบาท แต่เขากลับไม่ได้รับ 'เงินทอน' ในส่วนที่เกินจากมูลค่าบ้านและที่ดินจำนวน 400,000 บาท จากเจ้าของโครงการ

ทั้งนี้ตามรายงานข่าวของสื่อต่าง ๆ จ.ส.อ.จักรพันธ์ มีความโกรธแค้น พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเขา และนางอนงค์ มิตรจันทร์ แม่ยายของผู้พัน จากกรณีที่เขากู้เงินประมาณ 1.5 ล้านบาท จากกองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก เพื่อซื้อบ้านที่นางอนงค์สร้าง โดยราคาบ้านพร้อมที่ดินดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านบาท แต่เขากลับไม่ได้รับ 'เงินทอน' ในส่วนที่เกินจากมูลค่าบ้านและที่ดินจำนวน 400,000 บาท นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งกรณีไม่ได้รับค่านายหน้าจากการแนะนำให้คนมาซื้อบ้านในโครงการของนางอนงค์อีก 50,000 บาท ด้วย แต่ตามรายงานข่าวระบุด้วยว่า ทั้งนางอนงค์และผู้พัน ต่างปฏิเสธว่าไม่ได้ฮุบเงินกู้ส่วนนี้ แต่ได้มอบให้แก่นายหน้าในการซื้อขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว

'อาณาจักรปิด'

หลังเกิดเหตุ ได้มีผู้ที่อ้างว่าเป็นทหารชั้นผู้น้อยที่ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกโกงจากเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ออกมาจำนวนมากให้รายละเอียดแก่สื่อมวลชนและชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

รอยเตอร์รายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่า มีทหารสังกัดหน่วยงานเดียวกับ จ.ส.อ. จักรพันธ์ อีก 20 นาย ร้องเรียนถึงโครงการเดียวกันนี้ และนอกจากทหารกลุ่มนี้ เขายังได้รับแจ้งว่า มีทหารอีกหลายร้อยนายที่ถูกโกงในเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันด้วย

รศ.ดร.อณุสรณ์ อุณโณ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ว่า "กองทัพบกเป็นอาณาจักรปิด" กองทัพขาดความโปร่งใสมากกว่าองค์กรอื่น ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากระบบได้ง่ายขึ้น ผู้ที่มียศสูงกว่าหาประโยชน์จากการทำธุรกิจภายในระบบที่ปิดนี้

Image copyright KULTIDA SAMABUDDHI/BBC THAI
คำบรรยายภาพ อนงค์ มิตรจันทร์ มีสามีและลูกเขยเป็นทหาร และทำธุรกิจขายบ้านให้ทหาร

เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ระบุว่า การสอบสวนจะช่วยเปิดเผยสภาพแวดล้อมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทหารไทยได้รับเงินเดือนต่ำ และมักจะต้องพึ่งพาการทำธุรกิจเสริม ปกติจะเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยเพื่อที่จะมีรายได้ให้พอประทังชีวิต

'ความไม่พอใจของประชาชนสูงสุดในรอบ 30 ปี'

ด้านโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เขียนบทความสืบเนื่องจากเหตุกราดยิงไว้ว่า สังคมไทยได้ซึมซับธรรมเนียมและค่านิยมของทหารหลายอย่าง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพลเรือนจะทำท่าวันทยหัตถ์เหมือนกับทหาร เจ้าหน้าที่ข้าราชการพลเรือนเข้าร่วมเดินสวนสนามแบบเดียวกับทหาร และไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินติดเครื่องหมายปีกกระโดดร่มสีเงินของหน่วยคอมมานโด นอกจากนี้ช่วงงานวันเด็กในเดือน ม.ค.ของทุกปี ก็จะมีการจัดงานที่ฐานทัพให้เด็กได้เล่นกับปืนและรถถัง

เหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นได้ตอกย้ำถึงความไร้ความสามารถของรัฐบาลที่นำโดยกองทัพ หลังจากที่ล้มเหลวในการจัดการกับปัญหามลพิษในอากาศในช่วงที่ผ่านมา และต่อมาต้องเผชิญกับปัญหาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก รัฐบาลล้มเหลวในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซาตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2014 และทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนเพิ่มมากขึ้น

แม้ว่าคนไทยจำนวนมากยังคงสนับสนุนกองทัพ เพราะกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ขึ้นอีก หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคนเกิดขึ้น แต่พรรคอนาคตใหม่ซึ่งรับปากว่าจะจำกัดบทบาทของกองทัพ ยุติการทำรัฐประหาร ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร และตรวจสอบการซื้ออาวุธ ได้คว้าที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มากเป็นอันดับสาม ในการเลือกตั้งปีที่แล้ว

Image copyright THAI NEWS PIX

โจนาธาน ระบุว่า ขณะนี้ทางพรรคอนาคตใหม่กำลังเผชิญกับคดีความที่เสี่ยงต่อการทำให้ถูกตัดสินยุบพรรคหลายคดี และมีคนไทยเพียงส่วนน้อยที่คิดว่า พรรคอนาคตใหม่จะรอดพ้นจากการถูกยุบพรรค แต่ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อกองทัพก็กำลังกลายเป็นแง่ลบมากขึ้นกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุกราดยิง พล.อ.อภิรัชต์ได้ออกมาขอโทษทั้งน้ำตา และขอร้องให้ประชาชนอย่าตำหนิกองทัพในสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังกล่าวว่า "ณ นาที ณ วินาทีที่ผู้ก่อเหตุได้ลั่นไกสังหารคู่กรณี ณ วันนั้น ณ นาทีนั้น เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว"

โจนาธาน ระบุว่า ชาวไทยจะยอมรับข้อแก้ตัวนี้หรือไม่ อาจจะขึ้นอยู่กับว่า กองทัพตั้งใจอนุญาตให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดมากแค่ไหน และจะตอบสนองต่อความล้มเหลวในการรับมือกับทหารที่ก่อเหตุอย่างไร เรื่องอื้อฉาวต่าง ๆ ในกองทัพ อย่างกรณีการเสียชีวิตอย่างไร้คำอธิบายของพลทหารหลายนาย มีการสอบสวนกันเป็นการภายในมาโดยตลอด และไม่มีทหารคนไหนรับผิดชอบต่อการยิงประชาชนเสียชีวิตหลายสิบคนในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในปี 2010

"คงมีคนไม่กี่คนที่เชื่อว่า ครั้งนี้จะแตกต่าง" โจนาธานระบุ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม