องค์การอนามัยโลกเตือนเด็กยุคใหม่เสี่ยงมีอนาคตอันยากลำบาก

  • 19 กุมภาพันธ์ 2020
malnourished child Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แม่ชาวซูดานใต้กำลังให้นมลูก แม้ซูดานใต้จะมีอันดับในดัชนีความยั่งยืนอยู่ที่ 13 แต่อันดับ "ความรุ่งโรจน์ของเด็ก" กลับอยู่ที่ 173 จากทั้งหมด 180 ประเทศ

องค์การอนามัยโลกชี้ไม่มีประเทศใดในโลกที่มีทั้งสุขภาวะที่เหมาะสม และสภาพแวดล้อมที่ดีพอ ให้เยาวชนเติบโตได้อย่างมีอนาคตที่สดใส

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โฆษณาที่กระตุ้นการบริโภคอาหารจานด่วน และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยยังไม่ถึงวัยอันควร ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออนาคตเด็ก

อนาคตอันน่าหวาดหวั่น

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ร่วมกับกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ (UNICEF) และวารสารการแพทย์แลนเซ็ท (The Lancet) เผยแพร่ผลวิจัยล่าสุดในหัวข้ออนาคตของเยาวชนโลก? โดยจัดอันดับความเป็นไปได้ที่ประเทศต่าง ๆ 180 ประเทศทั่วโลก จะเป็นสถานที่ที่เติบโตขึ้นอย่างมีอนาคตที่สดใส

การจัดอันดับพิจารณาจากปัจจัยเกี่ยวกับภาวะสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี อย่างการศึกษา ภาวะโภชนาการ และอัตราการเสียชีวิตของเด็ก และยังใช้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม อย่างอัตราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มาเป็นตัวกำหนดอีกด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แม้กระทั่งในกรุงเทพฯ เด็ก ๆ หลายคนยังขาดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตอย่างมั่นคง

ในการจัดอันดับ "ความรุ่งโรจน์ของเด็ก" นั้น ประเทศที่ครองอันดับหนึ่ง คือนอร์เวย์ รองลงมาคือเกาหลีใต้ และเนเธอร์แลนด์ ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 64 จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก เป็นรองเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ตามลำดับ โดยสามประเทศรั้งท้ายได้แก่ โซมาเลีย สาธารณรัฐชาด และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

สำหรับอันดับ "ดัชนีความยั่งยืน" ซึ่งพิจารณาตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกินเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกที่กำหนดสำหรับปี 2030 ปรากฏว่าประเทศอย่างกาตาร์ถือว่าย่ำแย่ที่สุด เพราะปล่อยก๊าซดังกล่าวสูงเกินเป้าถึง 1,716 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือตรินิแดดและโตเบโก ตามด้วยประเทศอื่น ๆ อย่างสหรัฐฯ แคนาดา สิงคโปร์ จีน และอังกฤษ ส่วนไทยอยู่อันดับ 122 โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกินกำหนด 77 เปอร์เซ็นต์

Image copyright THE LANCET
คำบรรยายภาพ ตารางด้านซ้ายคืออันดับประเทศที่เด็กมีแนวโน้มจะมีอนาคตรุ่งโรจน์ ด้านขวาคือดัชนีความยั่งยืน

ข้อสังเกตที่พบคือ ประเทศที่มีอันดับความยั่งยืนต่ำเพราะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณมาก นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศรายได้สูง ในทางตรงกันข้ามประเทศที่มีอันดับความยั่งยืนสูง ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มี รายได้ปานกลางจนถึงต่ำ และมีอันดับความเจริญรุ่งโรจน์ของเด็กต่ำตามไปด้วย เช่น บุรุนดี เอธิโอเปีย ลาว และอินโดนีเซีย

สำหรับประเทศที่ควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้และในเวลาเดียวกันก็มีสุขภาวะที่ถือได้ว่าพอควรต่อการเติบโตของเด็ก ได้แก่ แอลเบเนีย อาร์เมเนีย จอร์แดน ศรีลังกา อุรุกวัย และเวียดนาม

ทั้งนี้ เป้าหมายที่ข้อตกลงการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ระหว่างประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (UN) เคยตั้งไว้เมื่อปี 2015 คือ ต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จาก 39.7 พันล้านตัน ให้เหลือ 22.8 พันล้านตัน ภายในปี 2030 เพื่อให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เด็ก ๆ และเยาวชนในสกอตแลนด์ออกเดินประท้วงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ จัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

โฆษณาตัวร้าย

รายงานชิ้นนี้ยังเน้นย้ำถึงอันตรายจากการทำการตลาดของภาคธุรกิจในปัจจุบัน โดยในแต่ละปีเยาวชนมีโอกาสจะได้เห็นโฆษณามากกว่า 30,000 ชิ้นต่อปี ซึ่งมีเนื้อหาส่งเสริมการดื่มแอลกอฮอล์ อาหารจานด่วน และน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลเป็นปริมาณมาก

เคยมีงานวิจัยในปี 2019 ชี้ว่าเด็กเกือบ 2.3 พันล้านคนทั่วโลกมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และอีก 150 ล้านคน เจริญเติบโตอย่างไม่สมบูรณ์ตามเกณฑ์

แอนโทนี คอสเตลโล ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความยั่งยืนของโลก แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน (UCL) เตือนว่า การที่เด็กและวัยรุ่นเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์มากเพียงใดก็ยิ่งเสี่ยงที่จะได้พบเห็นโฆษณา ทางการตลาดที่มุ่งแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคมากขึ้นเท่านั้น

Image copyright Getty Images

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเด็กกว่า 40 คน เตือนว่าหากรัฐบาลทั่วโลกไม่ลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาอาจเป็นสิ่งสูญเปล่า

"เด็กทุกคนในโลกกำลังเผชิญภัยคุกคามต่อชีวิตและความเป็นอยู่ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแรงกดดันจากภาคธุรกิจการค้า" เฮเลน คลาร์ก หนึ่งในผู้จัดทำรายงาน และอดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เกรียตา ทุนแบร์ย เด็กสาวนักรณรงค์แก้ปัญหาโลกร้อน ผู้จุดประกายให้เด็ก ๆ ทั่วโลกหลายคนมีส่วนร่วมในการปกป้องอนาคตของตัวเอง

องค์กรอนามัยโลกเรียกร้องให้ทุกประเทศหยุดยั้งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเร็วที่สุด เพื่อรับประกันว่าเด็ก ๆ จะมีอนาคตต่อไปได้บนโลกใบนี้

นอกจากนี้ ยังต้องกำหนดนโยบายใหม่ ๆ และมีการลงทุนในทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องสุขภาพและสิทธิของเยาวชน โดยนำความคิดเห็นของเด็กมาประกอบการตัดสินใจ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม