รัฐบาลอังกฤษจะยกเลิกการออกวีซ่าให้แรงงานทักษะต่ำหลังพ้นช่วงเปลี่ยนผ่านเบร็กซิท

  • 20 กุมภาพันธ์ 2020
พนักงานเสิร์ฟ Image copyright Getty Images

รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายถิ่นฐานหลังสหราชอาณาจักรพ้นจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิท แรงงานทักษะต่ำจะไม่ได้รับวีซ่าให้เข้ามาทำงาน

รัฐบาลเรียกร้องให้นายจ้างเลิกพึ่งพา "แรงงานราคาถูก" จากยุโรป และลงทุน พัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีอยู่ และพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ

กระทรวงมหาดไทยระบุว่า พลเมืองจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และไม่ใช่อียู ที่เข้ามาในสหราชอาณาจักร จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน หลังจากสิทธิในการเดินทางข้ามแดนอย่างเสรีระหว่างสหราชอาณาจักรและอียู สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค. นี้

ด้านพรรคเลเบอร์ระบุว่า "สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร" เป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดแรงงานให้เข้ามาทำงาน

แต่นางพริที พาเทล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษ พูดในรายการบีบีซี เบรกฟาสต์ (BBC Breakfast) ว่ารัฐบาลต้องการ "ส่งเสริมคนที่มีความสามารถที่เหมาะสม" และ "ลดระดับการเข้ามาในสหราชอาณาจักรของคนที่มีทักษะต่ำ"

นางพาเทลกล่าวอีกว่า ภาคธุรกิจสามารถจ้างงานแรงงานที่มีความสามารถ "แต่ยังไม่ได้รับการว่าจ้าง" จำนวน 8 ล้านคน ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรได้

แต่พรรคเอสเอ็นพี (SNP) เรียกแนวคิดนี้ว่า "ความคิดที่อันตรายและน่าขัน" เพราะคนจำนวนมากในกลุ่มนี้เป็น "ผู้ป่วยหรือไม่ก็ได้รับบาดเจ็บ"

แรงงานแบบไหนที่ถือว่า'มีทักษะ'

ภายใต้แผนการของรัฐบาลนี้ ได้ขยายนิยามของแรงงานมีทักษะให้รวมถึงผู้ที่มีการศึกษาระดับ A-level หรือเทียบเท่ากับระดับ Scottish Highers (เทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของไทย) ไม่ใช่แค่ระดับปริญญาตรีอย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

พนักงานเสิร์ฟและแรงงานในภาคการเกษตรบางส่วนจะไม่ถือเป็นแรงงานมีทักษะใหม่ แต่จะเพิ่มเติมงานประเภท ช่างไม้ ช่างปูน และคนดูแลเด็ก ไว้ในกลุ่มแรงงานมีทักษะใหม่ด้วย

ระบบใหม่เป็นอย่างไร

รัฐบาลต้องการนำระบบการโยกย้ายถิ่นฐาน "โดยการให้คะแนน" มาใช้ ตามที่พรรคคอนเซอร์เวทีฟรับปากไว้ในช่วงหาเสียง

ตามระบบนี้พลเมืองต่างชาติจะต้องได้คะแนน 70 คะแนน จึงจะสามารถทำงานในสหราชอาณาจักรได้

Image copyright PA Media

ผู้ที่พูดภาษาอังกฤษได้ และได้รับการเสนองานประเภทที่ต้องใช้ทักษะจากนายจ้างที่ได้รับอนุญาตให้ว่าจ้าง แรงงานต่างชาติได้ จะทำให้ได้ 50 คะแนน

คะแนนส่วนอื่น ๆ จะมาจากคุณสมบัติที่มี เงินเดือน และการทำงานในภาคที่ขาดแคลนแรงงาน


ปัจจุบันแรงงานจากประเทศในเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area) จะได้รับสิทธิ์ในการใช้ชีวิตและทำงานในสหราชอาณาจักรโดยอัตโนมัติ โดยไม่คำนึงถึงระดับทักษะและรายได้

แต่รัฐบาลระบุว่าสิทธิ์นี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค. ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่การเปลี่ยนผ่านหลังเบร็กซิทนาน 11 เดือนมีกำหนดยุติลง

ระดับรายได้

จะมีการปรับลดระดับรายได้ขั้นต่ำต่อปีของแรงงานมีทักษะที่ต้องการมาทำงานในสหราชอาณาจักรจาก 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) ลงมาอยู่ที่ 25,600 ปอนด์ (ประมาณ 1 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลระบุว่าระดับรายได้ขั้นต่ำนี้อาจจะปรับลดลงเหลือเพียง 20,480 ปอนด์ (ประมาณ 830,000 บาท) สำหรับคนที่ทำงานใน "อาชีพที่ขาดแคลนเฉพาะประเภท" ซึ่งปัจจุบันรวมถึงสาขาพยาบาล วิศวกรรมโยธา จิตวิทยา และการเต้นบัลเลต์คลาสสิก หรือผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานบางชนิด

แต่จะไม่มีการจำกัดจำนวนรวมแรงงานมีทักษะที่ต้องการเข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักรอีกต่อไป

ปัญหาที่รออยู่ข้างหน้าในงานด้านดูแลผู้สูงอายุ

บทวิเคราะห์โดย นิก ทริกเกิล ผู้สื่อข่าวสายสุขภาพ

แผนการโยกย้ายถิ่นฐานนี้ จะทำให้เกิดปัญหาด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ

คนส่วนใหญ่ที่ได้รับการว่าจ้างในกลุ่มนี้ เป็นแรงงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำ คนเหล่านี้มีหน้าที่ดูแลผู้ใหญ่ที่พิการหรือผู้สูงอายุทั้งที่อยู่ในชุมชนหรือตามสถานดูแล

ปัจจุบันอังกฤษขาดแคลนแรงงานกลุ่มนี้อย่างหนักอยู่แล้ว โดยตำแหน่งงาน 1 ในทุก ๆ 11 ตำแหน่ง ยังไม่มีคนทำ

แรงงานต่างชาติมีสัดส่วนราว 1 ใน 6 ของแรงงาน 840,000 คนที่ทำงานประเภทนี้ในอังกฤษ แต่โอกาสที่แรงงานเหล่านี้จะผ่านคุณสมบัติตามที่กำหนดใหม่คงเป็นเรื่องยาก

แม้ว่างานประเภทนี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มงานมีทักษะ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอน เพราะแรงงานจำนวนมากที่ทำงานนี้ ไม่ได้มาโดยใช้วุฒิการศึกษาระดับ A-level และการมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 20,000 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 800,000 บาท) ก็ถือว่าต่ำเกินไปที่จะทำให้พวกเขาจะได้คะแนน นอกจากนี้งานเหล่านี้ก็ไม่ถูกจัดอยู่ในสาขาอาชีพที่ขาดแคลนด้วย

ดังนั้นดูจะมีความเป็นไปได้ว่าคนที่ต้องการสมัครทำงานเหล่านี้จะมีคะแนนไม่ถึง 70 คะแนน ตามที่กำหนด

แล้วงานในภาคที่มีค่าแรงต่ำกว่านี้ล่ะ

รัฐบาลระบุว่า จะไม่เปิดทางให้กับแรงงานที่มีรายได้ต่อปีต่ำกว่านี้ หรือแรงงานที่มีทักษะต่ำกว่านี้ และเรียกร้องให้ธุรกิจต่าง ๆ "ปรับตัวและปรับเปลี่ยน" หลังจากสิทธิในการเดินทางข้ามแดนอย่างเสรีระหว่างสหราชอาณาจักรและอียู สิ้นสุดลง

รัฐบาลเห็นว่าพลเมืองสหภาพยุโรป 3.2 ล้านคน ที่สมัครขออยู่ในสหราชอาณาจักรจะตอบสนองความต้องการส่วนนี้ได้

อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เป็นตัวแทนภาคการเกษตร อาหาร และการพยาบาล ออกมาเตือนว่า การหาคนมาทำงานภายใต้ระบบใหม่จะเป็นเรื่องยาก

สหภาพการพยาบาล (Royal College of Nursing) ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ข้อเสนอเหล่านี้ "จะไม่ตอบสนองต่อความต้องการของประชากรในด้านการดูแลและสุขภาพ"

มีเนตต์ แบตเทอร์ส ประธานสหภาพเกษตรกรแห่งชาติ (National Farmers' Union) แสดง "ความกังวลอย่างยิ่ง" ที่รัฐบาล "ไม่ตระหนักถึงความต้องการในภาคการเกษตรและอาหารของอังกฤษ"

ด้านสมาพันธ์อาหารและเครื่องดื่ม (Food and Drink Federation) เห็นว่า พนักงานอบขนม คนแล่เนื้อ และคนทำอาหารอย่างชีสและพาสต้า จะไม่ผ่านคุณสมบัติภายใต้ระบบใหม่

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชี้ว่าการเพิ่มจำนวนแรงงานตามฤดูกาลเป็น 4 เท่า หรือ 10,000 คนในภาคการเกษตร รวมถึงการทำ "ข้อตกลงเคลื่อนย้ายเยาวชน" จะทำให้คนหนุ่มสาว 20,000 คน เดินทางมาทำงานสหราชอาณาจักรในแต่ละปี

บทวิเคราะห์โดย แดนนี ชอว์ ผู้สื่อข่าวกระทรวงมหาดไทย

ระบบโยกย้ายถิ่นฐานที่รัฐบาลเสนอมีทั้งการขยายฐานของแรงงานมีทักษะ แต่ขณะเดียวกันก็จำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะต่ำ

คนที่ต้องการเดินทางมาสหราชอาณาจักรจากนอกสหภาพยุโรป จะรู้สึกว่ากฎเกณฑ์ผ่อนคลายลง เช่น การขยายขอบข่ายของแรงงานมีทักษะ หรือการปรับลดรายได้ต่อปีลง

แต่สำหรับผู้อพยพจากสหภาพยุโรปที่คุ้นชินกับการเดินทางอย่างเสรีระหว่างอังกฤษและภาคพื้นยุโรป ระบบที่กำหนดใหม่นี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล

ผู้เดินทางเข้ามาเยือนสามารถอยู่ได้ 6 เดือนโดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่จะไม่สามารถทำงานได้ ผู้ที่มีทักษะต้องได้รับการเสนองานและต้องได้คะแนนมากกว่า 70 คะแนน และจะไม่มีการให้ใบอนุญาตทำงานแก่ผู้อพยพที่ต้องการทำงานทักษะต่ำ เช่น งานในร้านอาหาร โรงแรม สถานดูแล และโรงงานแปรรูปอาหาร

แม้โครงสร้างของแผนใหม่นี้จะมีความยืดหยุ่นอยู่บ้าง แต่คำถามก็คือ จะเพียงพอหรือไม่ในการป้องกันการขาดแคลนแรงงาน และจะทำให้บริษัทต่าง ๆ จะย้ายกิจการไปที่อื่นหรือไม่

สิทธิ์ในการรับผลประโยชน์

ภายใต้แผนการนี้ ผู้อพยพทุกคนจะมีสิทธิ์เข้าถึงผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับรายได้ ก็ต่อเมื่อได้รับสิทธิ์ให้อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักรโดยไม่จำกัดระยะเวลา (indefinite leave to remain) ซึ่งปกติใช้เวลา 5 ปี

ปัจจุบันพลเมืองของสหภาพยุโรปในสหราชอาณาจักร สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ถ้าพวกเขา "มีงานทำ" ส่วนพลเมืองนอกสหภาพยุโรป จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เมื่อพวกเขาได้อยู่อาศัยถาวร ซึ่งต้องอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรอย่างถูกกฎหมายนาน 5 ปี

ปฏิกิริยาทางการเมือง

สำหรับพรรคเลเบอร์ ไดแอน แอบบ็อตต์ รัฐมนตรีเงากระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาล "ดูจะไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบของนโยบายนี้ที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวม และสิ่งที่ต้องการสื่อไปยังผู้อพยพที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่นี่อยู่แล้ว"

คริสติน จาร์ดีน จากพรรคลิเบอรัล เดโมแครต กล่าวว่า ข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ อยู่บนพื้นฐานของ "ความเกลียดกลัวชาวต่างชาติ" (xenophobia)

ส่วนนางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ และหัวหน้าพรรคเอสเอ็นพี กล่าวว่า แผนการนี้ จะ "ทำลาย" เศรษฐกิจของสกอตแลนด์

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม