กราดยิงฮาเนา : เยอรมนีรับมือภัยก่อการร้ายจากกลุ่มขวาจัดได้หรือไม่

  • 22 กุมภาพันธ์ 2020
คนชูรูปผู้เสียชีวิต Image copyright Getty Images

เจ้าหน้าที่สอบสวนของเยอรมนีกำลังสอบสวนเหตุกราดยิงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คนที่บาร์ชิชา (บาร์บริการยาสูบบารากุ) ในเมืองฮาเนา ว่าเป็นการกระทำที่มาจากแนวคิดก่อการร้ายฝ่ายขวาจัดหรือไม่

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกตะลึงและกังวลมากขึ้นว่า ตำรวจเยอรมนีอาจจะไม่มีเบาะแสสำคัญใด ๆ เลยเกี่ยวกับกลุ่มเหยียดเชื้อชาติและเครือข่ายที่นิยมความรุนแรง

กลุ่มเหยียดเชื้อชาติที่นิยมใช้ความรุนแรงในเยอรมนีรอดพ้นจากการตรวจจับของตำรวจมาเป็นเวลานาน เห็นได้จากการดำเนินคดีกับกลุ่มสังคมนิยมใต้ดินแห่งชาติ (National Socialist Underground--NSU) ในช่วงปี 2000-2007เครือข่ายของกลุ่มนีโอนาซี (ฟื้นคืนค่านิยมแบบนาซี) นี้ได้สังหารผู้คนไป 10 คน 9 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้อพยพ ขณะที่ตำรวจไม่สามารถเชื่อมโยงการโจมตีเหล่านี้เข้าด้วยกันได้

คดีของกลุ่มสังคมนิยมใต้ดินแห่งชาติ เป็นการส่งสัญญาณเตือนทางการเยอรมนีซึ่งมุ่งเน้นจัดการกับภัยคุกคาม จากกลุ่มอิสลามสุดโต่งให้ระวัง โดยคนบางส่วนกล่าวหาทางการว่าประเมินภัยคุกคามของฝ่ายขวาจัดต่ำเกินไป

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สื่อท้องถิ่นระบุตัวมือปืนต้องสงสัยก่อเหตุในเมืองฮาเนาว่าเป็น นายโทเบียส อาร์

มีการชี้ตัวนายโทเบียส อาร์ อายุ 43 ปีว่าเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุในเมืองฮาเนาเพียงลำพัง และถูกพบเป็นศพ อยู่ในบ้านของตัวเองข้างกับศพของแม่ เขาเป็นเจ้าของปืนที่มีใบอนุญาต และไม่เคยถูกสืบสวนมาก่อนหน้านี้

การโจมตีจุดชนวนถกเถียงในเยอรมนีอีกครั้งเกี่ยวกับสำนวนโวหารที่ฝ่ายขวาจัดกล่าว โดยถูกมองว่าอาจทำให้ความรุนแรงปะทุขึ้นได้

พรรคอัลเทอร์เนทีฟ ฟอร์ เยอรมนี (Alternative for Germany--AfD) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา และเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักในปัจจุบัน ถูกกล่าวหาหลายครั้งว่าใช้ถ้อยคำที่ยั่วยุ รวมถึงในรัฐสภาด้วย

มีผู้สนับสนุนของ AfD เพิ่มมากขึ้น หลังจากผู้อพยพนอกสหภาพยุโรปเกือบ 1 ล้านคน เดินทางเข้ามาในเยอรมนีในปี 2015 โดยกลุ่มชาตินิยมเห็นว่า ผู้อพยพกลุ่มนี้เป็นภัยคุกคามจากฝั่งอิสลามที่มีต่อวัฒนธรรมเยอรมนี

ซาสเกีย เอสเคน หัวหน้าพรรคโซเชียลเดโมแครต (Social Democrats--SPD) มองเหตุที่เกิดขึ้นในเมืองฮาเนาว่าเป็น "การก่อการร้าย" ของพวกฝ่ายขวา และกล่าวว่า "เราเลี่ยงที่จะไม่เอ่ยชื่อกลุ่มนี้ชัด ๆ มานานเกินไปแล้ว"

อลิซ ไวเดล ผู้นำในสภาของพรรค AfD ประณามการโจมตีที่เมืองฮาเนาว่า "เป็นการกระทำที่เลวร้าย"

แต่บียอร์น ฮ็อกเกอ นักการเมืองที่มีชื่อเสียงอื้อฉาวที่สุดของพรรค AfD ได้ใช้ถ้อยคำที่กล่าวถึง ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดเหยียดเชื้อชาติที่กลุ่มนีโอนาซีนำมาเผยแพร่ รวมถึงคำว่า "การแทนที่ครั้งใหญ่" (great replacement) ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างว่าฝ่ายยิวและฝ่ายเสรีนิยมต้องการให้เชื้อชาติ "ที่ด้อยกว่า" มาแทนที่คนผิวขาว

Image copyright Getty Images

เขายังได้พูดถึง "การส่งกลับสู่ถิ่นเดิม" ซึ่งเป็นการเหยียดเชื้อชาติด้วยการผลักดันผู้ที่ไม่ใช่คนผิวขาวให้ออกไป เพียงเพราะคนเหล่านี้ไม่ใช่ชาวยุโรป

นายฮ็อกเกอ ยังเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในรัฐทีรินเจีย (Thuringia) ในเดือนนี้ จากกรณีที่นักการเมืองฝ่ายเสรีนิยมคนหนึ่งได้รับเลือกตั้งให้เป็นมุขมนตรีแห่งรัฐเพราะได้คะแนนเสียงจากพรรคฝ่ายขวา AfD การทำข้อตกลงทางการเมืองในลักษณะนี้เป็นเรื่องต้องห้ามตั้งแต่ยุคหลังสงคราม

ขณะที่นายมิคาเอล โรธ รัฐมนตรีกระทรวงยุโรปจากพรรคโซเชียลเดโมแครต กล่าวว่า การโจมตีอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองฮาเนาเป็นผลพวงของ "การฟูมฟักทางอุดมการณ์ จากพวกฟาสซิสต์อย่างนายฮ็อกเกอ"

การโจมตีโดยกลุ่มขวาจัดในเยอรมนี

  • ต.ค. 2019: ในเมืองฮัลเลอ ประชาชน 2 คนถูกฆ่า ผู้ก่อเหตุพยายามบุกเข้าไปในโบสถ์ของชาวยิว เป็นการลงมือพร้อมไลฟ์สด ผู้ลงมือยอมรับว่าได้รับแรงจูงใจจากกลุ่มต่อต้านชาวยิวและฝ่ายขวาจัด
  • มิ.ย. 2019: วาลเทอร์ ลุบเกอ นักการเมืองที่สนับสนุนผู้อพยพ ถูกยิงที่ศีรษะในระยะประชิด เสียชีวิตที่สวนในบ้านพัก ผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายขวาจัด รับสารภาพว่าก่อเหตุ
  • ก.ค. 2016: ชายวัย 18 ปี ยิงคนเสียชีวิต 9 คน ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในนครมิวนิก ก่อนที่จะยิงตัวเองเสียชีวิต ทางการของรัฐบาวาเรีย ระบุว่า เหตุโจมตีนี้ "มีแรงจูงใจทางการเมือง" และวัยรุ่นที่ก่อเหตุ "มีทัศนะเหยียดเชื้อชาติและเป็นฝ่ายขวาที่สุดโต่ง"

การโจมตีโดยฝีมือของฝ่ายขวาจัดในระยะหลังนี้ ก่อให้เกิดคำถามว่าเยอรมนีจะรอดพ้นเงื้อมมือของกลุ่มนีโอนาซี และกลุ่มเหยียดเชื้อชาติอื่น ๆ ได้อย่างไร ในขณะที่การโฆษณาชวนเชื่อในอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ เป็นข้อพิสูจน์ว่า กลุ่มขวาจัดสามารถระดมพลผู้สนับสนุนผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างรวดเร็ว

เหตุร้ายที่โบสถ์ชาวยิวในเมืองฮัลเลอเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ทำให้คนออกมาเรียกร้องให้ตำรวจเพิ่มความเข้มงวด มากขึ้นตามสถานที่ที่มีชาวยิวอาศัยอยู่ แต่สิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้น

การสังหารหมู่ชาวยิวอย่างสยดสยองในช่วงทศวรรษ 1940 ในยุคที่นาซีปกครองโดยฮิตเลอร์ยังเป็นเหตุการณ์ที่หลอกหลอนเยอรมนีอยู่จนถึงปัจจุบัน

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ มือปืนก่อเหตุกราดยิงที่บาร์ชิชาแห่งหนึ่งในเมืองฮาเนา

ความรุนแรงจากน้ำมือของฝ่ายขวาจัดก่อให้เกิดความไม่พอใจในเยอรมนี ซึ่งกำหนดให้สัญลักษณ์และการโฆษณาชวนเชื่อของนาซีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

รัฐบาลเยอรมนีประเมินว่า มีผู้มีแนวคิดขวาสุดโต่งที่นิยมความรุนแรงอยู่ในประเทศราว 13,000 คน การติดตามคนกลุ่มนี้เป็นเรื่องท้าทาย เพราะเยอรมนีมีกฎหมายต่อต้านการละเมิดความเป็นส่วนตัวเข้มงวด

ศ.ปีเตอร์ นิวแมนน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้ายที่ คิงส์ คอลเลจ (King's College) ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ทวีตข้อความว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุในเมืองฮาเนาได้เผยแพร่แถลงการณ์ 24 หน้า เป็นภาษาเยอรมัน ซึ่งเขียนโดยไม่มีจุดผิดพลาดทางไวยากรณ์เลยแม้แต่จุดเดียว

แถลงการณ์นี้ให้ข้อมูลว่า "เขาเกลียดชาวต่างชาติและคนที่ไม่ใช่คนผิวขาว" ศ.นิวแมนน์ กล่าวว่า "แม้ว่า เขาไม่ได้เน้นย้ำเรื่องอิสลาม แต่เขาก็เรียกร้องให้มีการทำลายล้างหลายประเทศในแอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง (ซึ่งต่างก็เป็นประเทศที่ชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่)"

แถลงการณ์นี้ ยังคล้ายคลึงกับของนายสเตฟาน บาลเลียต ผู้ต้องสงสัยที่ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมจากการโจมตี ในเมืองฮัลเลอ ซึ่งเปิดเผยว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากเบรนตัน ทาร์แรนต์ ผู้ก่อเหตุโจมตีมัสยิดในนิวซีแลนด์ ซึ่งถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมจากการสังหารคน 51 คน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม