ไวรัสโคโรนา : WeChat เซ็นเซอร์ถ้อยคำเกี่ยวกับโควิด-19 นาน 3 สัปดาห์ ก่อนหน้าคำแถลงจากประธานาธิบดี

โซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีนเซ็นเซอร์ประโยคเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาตั้งแต่ 1 ม.ค. นานหลายสัปดาห์ก่อน สี จิ้นผิง ออกมาแถลงถึงความรุนแรงเมื่อ 20 ม.ค.

wechat

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

วีแชท แอปพลิเคชั่นที่เปรียบดั่งหัวใจหลักของชาวจีน แม้แต่รัฐบาลก็ออกแถลงการณ์ผ่านแอปฯ นี้เช่นกัน

จีนเซ็นเซอร์อะไรบ้าง

ศูนย์วิจัยซิติเซนแล็บ (Citizen Lab) จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ประเทศแคนาดา เผยแพร่รายงานว่า วีแชท (WeChat) แอปพลิเคชันติดต่อสื่อสารอันดับ 1 ของจีน และบริการสตรีมมิง วายวาย (YY) ได้เซ็นเซอร์กลุ่มคำจำนวนมากระหว่างการระบาดของไวรัสโคโรนา

ซิติเซนแล็บพบว่าแพลตฟอร์มวายวายได้เพิ่มคำศัพท์ 45 คำ เข้าสู่คลังคำที่จำเป็นต้องเซ็นเซอร์เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.

ตัวอย่างคำศัพท์เหล่านั้น ได้แก่ "โรคปอดอักเสบอู่ฮั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ" และ "การระบาดของโรคซาร์ส (SARS) ในอู่ฮั่น" เป็นต้น

สำหรับวีแชท ผลการวิจัยรายงานว่ากลุ่มคำกว่า 132 รูปแบบ ถูกปิดกั้นระหว่างวันที่ 1 - 31 ม.ค.

เมื่อการระบาดเริ่มแพร่กระจายมากขึ้น วีแชทขึ้นบัญชีวลีและประโยคต้องห้ามเพิ่มเติมอีก 384 รูปแบบ ในระหว่างวันที่ 1 - 15 ก.พ.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ทั้งนี้ ประโยคที่ถูกแบนเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และ นโยบายรับมือการระบาดของไวรัส รวมไปถึงการรับมือโรคนี้ของฮ่องกง ไต้หวัน และมาเก๊า

ตัวอย่างกลุ่มคำที่วีแชทเซ็นเซอร์ เช่น "เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น + การระบาด + รัฐบาล + ปกปิด" และ "อู่ฮั่น + แน่นอน + ไวรัส + การระบาดจากคนสู่คน"

นอกจากนี้ การกล่าวพาดพิงถึง นพ. หลี่ เหวินเลี่ยง ก็ถูกปิดกั้นเช่นกัน เขาเป็นหนึ่งในบุคลากรกลุ่มแรกที่ออกมาเตือนถึงไวรัสครั้งนี้ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่วีแชทและวายวายจะยกเลิกการเซ็นเซอร์คำบางคำแล้ว หลังจากการระบาดเริ่มกระจายวงกว้างมากขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

ปิดบังข้อมูลหลายสัปดาห์

รายงานจากซิติเซนแล็บยังชี้ว่าจีนเริ่มเซ็นเซอร์บทสนทนาเกี่ยวกับไวรัสตั้งแต่ 1 ม.ค. หรือราว 3 อาทิตย์ก่อนเจ้าหน้าที่จะออกมายอมรับถึงความรุนแรงของการระบาดในครั้งนี้

เนื่องจาก 31 ธ.ค. 2019 เป็นวันแรกที่จีนแจ้งเรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไปยังองค์การอนามัยโลก (WHO)

แต่ทางการจีนปิดบังข่าวสารจากสาธารณชน โดยรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยกว่าความเป็นจริง ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป และล้มเหลวในการรายงานข้อมูลอย่างทันท่วงที

จนกระทั่งเมื่อ 20 ม.ค. 2020 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ต้องออกมากล่าวย้ำถึงประเด็นนี้ต่อสาธารณชนว่า "จำเป็นต้องได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด"

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่า การเซ็นเซอร์กลุ่มคำเบื้องต้นเป็นผลจากคำสั่งของรัฐบาลจีนหรือ ทางบริษัทเป็นผู้ตัดสินใจเอง

แต่ผลวิจัยจากซิติเซนแล็บชี้ว่า อาจเป็นทางบริษัทวีแชทและวายวายเองที่ "เซ็นเซอร์ตัวเองมากจนเกินไปเพื่อเลี่ยงบทลงโทษจากทางรัฐบาลจีน"

การเซ็นเซอร์เบื้องต้นนับว่าสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง เนื่องจากแอปพลิเคชันวีแชทกลายเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมากในจีนแล้ว เรียกได้วีแชทได้รวมประโยชน์ใช้สอยของแอปฯ ยอดนิยมของโลกตะวันตกไว้ด้วยกัน เช่น วอตส์แอปป์ เฟซบุ๊ก แอปเปิลเพย์

"น่าตกใจมากครับที่ได้เห็นประโยคหลากหลายรูปแบบถูกเซ็นเซอร์ บางอันก็ไม่ใช่เรื่องละเอียดอ่อนด้วย" แพทริก พูน นักวิจัยจากองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ให้ความเห็น

"มันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจีนหมกมุ่นและกังวลมากแค่ไหนในการพยายามควบคุมบทสนทนาต่าง ๆ ที่ผิดแผกไปจากมุมมองของทางการ" พูนกล่าว "ทั้งหมดนี่คือการควบคุมทางสังคม และลิดรอนสิทธิเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสารและการแสดงออกของประชาชน"

ทั้งนี้ การเซ็นเซอร์เป็นสิ่งที่กระทำกันอย่างแพร่หลายในประเทศจีน เว็บไซต์ชื่อดังอย่างกูเกิล (Google) และ วิกิพีเดีย (Wikipedia) ก็ถูกแบนเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องธรรมดาที่บริษัทโซเชียลมีเดียเซ็นเซอร์ตัวเองด้วยการนำเนื้อหาที่กระทบความมั่นคงของรัฐและพรรคคอมมิวนิสต์ออกจากแพลตฟอร์ม