กษัตริย์ : จับกุม 3 สมาชิกระดับสูงของราชวงศ์สะท้อนอะไรในซาอุดีอาระเบีย

Crown Prince Mohammed bin Salman

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ทรงก้าวขึ้นมามีบทบาทเป็น "ผู้ปกครองสูงสุดในทางพฤตินัย" ของซาอุดีอาระเบีย

สมาชิกระดับสูง 3 พระองค์ของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียถูกควบคุมตัวโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลใด ๆ

เจ้าชายสองในสามพระองค์ที่ถูกจับกุม อยู่ในกลุ่มบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในซาอุดีอาระเบีย

หลายฝ่ายมองว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามรวบอำนาจของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นนับแต่พระองค์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ซาอุดีอาระเบียเมื่อราว 3 ปีก่อน

เมื่อปี 2017 เจ้าชายโมฮัมเหม็ดได้มีพระราชบัณฑูร (สั่ง) ให้ควบคุมตัวเจ้าชาย รวมทั้งรัฐมนตรี และนักธุรกิจหลายสิบคน ไว้ที่โรงแรมหรู "ริทซ์-คาร์ลตัน" ในกรุงริยาด เพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

ปัจจุบัน เจ้าชายโมฮัมเหม็ด พระชนมายุ 34 พรรษา ทรงก้าวขึ้นมามีบทบาทเป็น "ผู้ปกครองสูงสุดในทางพฤตินัย" ของซาอุดีอาระเบีย และทรงพยายามแผ่ขยายอิทธิพลในเวทีโลก

การจับกุมครั้งล่าสุดเกิดขึ้นอย่างไร

ข่าวการจับกุมสมาชิกระดับสูงของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยครั้งแรกโดยหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ซึ่งระบุว่า การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ (ขวา) และ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (ซ้าย) ในปี 2015

บุคคลที่ถูกจับกุมได้แก่ เจ้าชายอาเหม็ด บิน อับดุลอาซิซ พระราชอนุชา (น้องชาย) ในสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ อดีตมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพระราชนัดดา (หลาน) ในกษัตริย์ซัลมาน รวมทั้งเจ้าชายนาวาฟ บิน นาเยฟ

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย ผู้ทรงถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ก่อนที่จะทรงถูกปลดจากตำแหน่ง และถูกมกุฎราชกุมารพระองค์ปัจจุบันสั่งการให้ควบคุมตัวไว้ในวังที่ประทับเมื่อปี 2017

ขณะที่เจ้าชายอาเหม็ด บิน อับดุลอาซิซ พระชันษา 78 ปี เป็นพระราชอนุชาแท้ ๆ เพียงพระองค์เดียวที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ของกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย

ทั้งสองพระองค์ล้วนถูกมองว่าอาจเป็นคู่แข่งสำคัญของมกุฎราชกุมารพระองค์ปัจจุบัน

วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ขณะเกิดเหตุ มีการส่งทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ไปยังวังที่ประทับของเจ้าชายทั้ง 3 พระองค์ โดยทหารที่แต่งกายด้วยชุดสีดำและสวมหน้ากาก ได้เข้าตรวจค้นวังก่อนที่จะควบคุมทั้ง 3 พระองค์ออกไป

บทวิเคราะห์โดย แฟรงค์ การ์ดเนอร์ ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง บีบีซี

นี่คือความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ในการสร้างความแข็งแกร่งมั่นคงในตำแหน่งของพระองค์

เจ้าชายอาเหม็ด บิน อับดุลอาซิซ คือหนึ่งในพระราชโอรสที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ของกษัตริย์อับเดลอาซิซ ผู้ก่อตั้งประเทศ อีกทั้งยังทรงได้รับความเคารพนับถืออย่างกว้างขวางจากบรรดาสมาชิกอาวุโสของราชวงศ์

ส่วนสมาชิกระดับสูงอีกพระองค์ คือ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ ทรงเคยได้รับการวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ก่อนที่จะทรงถูกปลดเมื่อราว 3 ปีก่อน โดยในช่วงที่ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย พระองค์ทรงได้รับคำยกย่องจากความสำเร็จในการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธอัลกออิดะห์ที่เคลื่อนไหวอยู่ในซาอุดีอาระเบียช่วงปี 2000

จนถึงบัดนี้ทางการซาอุดีอาระเบียยังไม่ออกมายืนยันหรือปฏิเสธข่าวการจับกุมเจ้าชายทั้ง 3 พระองค์ที่สื่ออเมริกันนำมาตีแผ่ในครั้งนี้

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ทรงได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติจากการที่พระองค์ทรงให้คำมั่นจะปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมครั้งใหญ่ในประเทศอนุรักษ์นิยมอย่างซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ตาม มกุฎราชกุมารผู้ทรงเป็นที่รู้จักในพระนามย่อ MBS กลับทรงเผชิญข่าวเชิงลบมากมายในรอบปีที่แล้ว จากกรณีอื้อฉาวการฆาตกรรม นายจามาล คาชูจกิ นักข่าวและนักวิจารณ์รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกสายลับของซาอุดีอาระเบียสังหารในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูล ของตุรกี เมื่อเดือนตุลาคมปี 2018

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้บงการให้สังหารนายคาชูจกิ โดยในเวลาต่อมา เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงปฏิเสธไม่ได้ออกคำสั่งให้สังหาร นายคาชูจกิ อย่างไรก็ตาม ทรงขอรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นในฐานะผู้นำประเทศ

นอกจากนี้ยังทรงตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสนับสนุนสงครามในเยเมน ซึ่งซาอุดีอาระเบียให้การหนุนหลังกองกำลังฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งเรื่องการละเมิดสิทธิสตรี แม้ว่าในระยะหลัง ๆ จะเริ่มมีการผ่อนปรนกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ต่อผู้หญิงลงบ้างแล้วก็ตาม