ไวรัสโคโรนา : เอเชียเผชิญการระบาดระลอกสองของโควิด-19 จากต่างแดน

  • 20 มีนาคม 2020
การระบาดระลอกสองเกิดขึ้น หลังจากหลายประเทศสามารถควบคุมการแพร่เชื้อภายในประเทศได้แล้ว Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การระบาดระลอกสองเกิดขึ้น หลังจากหลายประเทศสามารถควบคุมการแพร่เชื้อภายในประเทศได้แล้ว

จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เป็นส่วนหนึ่งของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่กำลังเผชิญการแพร่ระบาดระลอกสองของโรคโควิด-19 โดยการระบาดครั้งนี้มาจากผู้คนที่เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากต่างแดน กลับเข้ามาในประเทศอีกครั้ง

จีนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของโรคระบาดได้แถลงยืนยันเมื่อวันพุธที่ 18 มี.ค.ว่าไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศเป็นครั้งแรก นับแต่การระบาดเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน จีนกลับพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 34 ราย ในกลุ่มผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

ด้านสิงคโปร์มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 47 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 33 รายมาจากต่างแดนเช่นกัน โดยเป็นผู้พำนักอาศัยในสิงคโปร์ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศถึง 30 ราย

ส่วนเกาหลีใต้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นถึง 152 คน ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศกี่ราย ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่พบในสถานดูแลพยาบาลคนชราเมืองแดกู ซึ่งมีการยืนยันผู้ติดเชื้อถึง 74 ราย

ญี่ปุ่นรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 3 ราย เมื่อวันพุธที่ 18 มี.ค. แต่จังหวัดฮอกไกโดซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดหนักที่สุดโดยมีผู้ติดเชื้อสะสม 154 ราย ได้ยกเลิกภาวะฉุกเฉินที่ประกาศใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังเจ้าหน้าที่ของทางการแถลงว่าการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ดูเหมือนจะยุติลงแล้ว

แม้ทางการจะขอให้ประชาชนยังคงระมัดระวังตัวและอยู่กับบ้านต่อไป แต่ก็ระบุด้วยว่า "จำนวนผู้ติดเชื้อไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ในลักษณะที่จะทำให้สภาพการณ์ทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขล่ม"

นายนาโอมิจิ ซูซูกิ ผู้ว่าราชการจังหวัดฮอกไกโดแถลงว่า "ที่ผ่านมาเราได้ใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพ โดยให้งดเว้นการออกจากเคหสถาน แต่หลังจากนี้เราจะขยับไปสู่ขั้นใช้มาตรการลดความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อ โดยให้มีกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจตามปกติไปด้วย"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มีการติดตั้งแผงกั้นตามบ้านเรือนในเมืองอู่ฮั่น เพื่อป้องกันผู้คนออกมาแพร่เชื้อ แต่ขณะนี้มาตรการควบคุมต่าง ๆ ผ่อนคลายลงแล้ว

กรณีของทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการควบคุมโรคระบาดภายในประเทศ แต่ก็ยังมีความห่วงกังวลกันว่า การแพร่ระบาดในอัตราที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในภูมิภาคอื่นของโลก อาจทำให้ความสำเร็จเบื้องต้นและความคืบหน้าไปสู่การฟื้นฟูสภาพสังคมและเศรษฐกิจต้องพังทลายลง

ก้าวแรกของชัยชนะต่อโรคระบาดจะยั่งยืนหรือไม่ ?

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) แจ้งว่าไม่พบกรณีการแพร่เชื้อภายในประเทศเป็นครั้งแรก นับแต่การระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนธันวาคมของปีที่แล้ว และยังกล่าวด้วยว่าไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งถูกสั่งปิดเมืองไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม แต่กลับมีผู้ติดเชื้อมาจากต่างแดนอีก 34 ราย

ชาวอู่ฮั่นบางส่วนที่ถูกกักกันโรคอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลากว่า 6 สัปดาห์ ได้รับอนุญาตให้เริ่มออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้บ้างแล้ว ตราบใดที่ไม่มีการจับกลุ่มกันในที่สาธารณะ ห้างร้านและกิจการบางแห่งก็สามารถกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติได้แล้ว โดยในเขตที่ทางการประกาศว่า "ปลอดการระบาด" ตลาดแห่งเล็ก ๆ และร้านสะดวกซื้อต่างก็เปิดการค้าขายอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม จีนยังคงมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อรายใหม่จากต่างประเทศอยู่ โดยได้เปิดทำการโรงพยาบาลที่เคยใช้รักษาโรคซาร์ส (SARS) ในกรุงปักกิ่งขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นสถานที่กักกันกลุ่มผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเหล่านี้ ส่วนในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศจะต้องสวมใส่สายรัดข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวหลังเข้าประเทศ

ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของจีนทั้งหมดอยู่ที่ 3,245 ราย แต่ก็ยังคงมีคำถามถึงความน่าเชื่อถือในการเปิดเผยข้อมูลของทางการจีนอยู่

ส่วนเกาหลีใต้ซึ่งได้รับคำชมจากนานาชาติ ในเรื่องการติดตามและกักกันตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งตรวจหาเชื้อไวรัสกับประชากรจำนวนมาก ขณะนี้มีอัตราการติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศชะลอตัวลง หลังผ่านช่วงการระบาดสูงสุดไปแล้วเมื่อต้นเดือนนี้

ก่อนการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พุ่งพรวดขึ้นเป็นร้อยรายในวันพุธที่ 18 มี.ค. เกาหลีใต้มีกรณีผู้ติดเชื้อภายในประเทศต่อวันเป็นตัวเลขสองหลักติดต่อกันมาถึง 4 วัน แต่ก็มีผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศด้วย 3 ราย เป็นนักกีฬาฟันดาบที่เพิ่งเดินทางกลับจากการแข่งขันที่ประเทศฮังการี

สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ทางการเกาหลีใต้ยังคงระมัดระวัง โดยแถลงว่าจะยังไม่มีการผ่อนปรนมาตรการใด ๆ และย้ำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการชุมนุม รวมทั้งสถานที่ซึ่งมีผู้คนแออัด เช่นโบสถ์ประกอบพิธีทางศาสนา บ้านพักคนชรา อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และคาราโอเกะ

"กรุณาอยู่กับบ้าน ปกป้องตนเองและครอบครัว"

ขณะนี้ความกังวลต่อวิกฤตการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้มุ่งเป้าไปยังภูมิภาคยุโรปและสหรัฐอเมริกาแทนเอเชียแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่บ่งชี้ว่าการระบาดยังไม่สิ้นสุดลงในซีกโลกตะวันออก

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มาเลเซียสั่งปิดโรงเรียนและห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะ

มาเลเซียเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อถึง 710 คน ซึ่งนับว่าสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวเลขการติดเชื้อนี้เพิ่งจะเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับงานชุมนุมทางศาสนาอิสลามในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนก.พ.

นายนูร์ ฮิชาม อับดุลลาห์ ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การสุขภาพมาเลเซีย (Health Malaysia) สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาขอร้องให้ผู้คน "กรุณาอยู่กับบ้าน ปกป้องตนเองและครอบครัวด้วย"

"เรามีโอกาสน้อยมากที่จะตัดห่วงโซ่การระบาดของโรคโควิด-19 เราจะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นเราจะต้องเผชิญกับการระบาดระลอกสามของเชื้อไวรัส ซึ่งจะขยายใหญ่และรุนแรงยิ่งกว่าคลื่นยักษ์สึนามิ หากเรายังมีทัศนคติแบบไม่แยแสกันอยู่"

สถิติจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในสหรัฐฯ ระบุว่า ทั่วโลกมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 สะสมรวมกันแล้วทั้งสิ้น 215,955 ราย ทั้งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 8,749 ราย โดยกรณีการติดเชื้อ 80% เกิดขึ้นในยุโรปและภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งรวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม