ไวรัสโคโรนา : เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงติดโรคโควิด-19

  • 25 มีนาคม 2020
09/03/20 of the Prince of Wales and the Duchess of Cornwall greeting guests during the Commonwealth Reception at Marlborough House, London on Commonwealth Day Image copyright PA Media

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ ทรงได้รับการตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

แคลเรนซ์เฮาส์ สำนักงานของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แถลงยืนยันข่าวครั้งนี้ โดยระบุว่า เจ้าชายแห่งเวลส์ พระชนมายุ 71 พรรษา ทรงแสดงอาการไม่รุนแรง และทรงมี "พระพลานามัยแข็งแรง" ขณะนี้ทรงงานอยู่ในวังที่ประทับตามปกติในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ส่วนคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายา ทรงได้รับการตรวจเช่นกัน แต่ผลปรากฏว่าไม่ทรงติดเชื้อ ขณะนี้ทั้งสองพระองค์ทรงอยู่ระหว่างการกักโรคอยู่ในที่ประทับที่พระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ขณะร่วมงานเลี้ยงเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

มีรายงานว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ระบุว่า สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงมี "พระพลานามัยแข็งแรง" ขณะนี้ประทับอยู่ที่พระราชวังวินด์เซอร์ นอกกรุงลอนดอน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แคลเรนซ์เฮาส์ ระบุว่าไม่อาจทราบได้ว่า เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงติดเชื้อจากผู้ใดเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลายงาน (ในภาพ พระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา)

ขณะที่แคลเรนซ์เฮาส์ ระบุว่าไม่อาจทราบได้ว่า เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงติดเชื้อจากผู้ใด เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลายงาน โดยพระองค์เสด็จร่วมงานสาธารณะอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.

สำนักข่าวพีเอรายงานว่าในช่วงที่ผ่านมา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเข้าประชุมและพบปะกับบุคคลต่าง ๆ เป็นการส่วนพระองค์หลายคน ซึ่งขณะนี้บุคคลเหล่านี้ได้รับการติดต่อเพื่อแจ้งให้ทราบเรื่องการติดเชื้อของพระองค์แล้ว

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ขณะปฏิบัติพระราชกรณียกิจเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สาเหตุของโรคโควิด-19 ในสหราชอาณาจักรนั้น ขณะนี้มีผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อแล้วกว่า 8,000 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 422 คน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม