โควิด-19 : ผู้นำประเทศหญิงจัดการกับการระบาดไวรัสโคโรนาได้ดีกว่าผู้นำชายจริงหรือ

  • โดย พาโบล อูชัว
  • บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
These female leaders have acted quickly and based on scientific considerations

ประเทศที่มีผู้นำสตรี ได้แก่ นิวซีแลนด์ เยอรมนี ไต้หวัน และนอร์เวย์ มีผู้เสียชีวิตจากโรควิด-19 น้อยกว่า

พวกเธอได้รับคำชมทั้งเรื่องทัศนคติ และมาตรการที่ประกาศใช้เพื่อรับมือกับวิกฤต บทความในนิตยสารฟอร์บสเมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่าพวกเธอเป็น "ผู้นำตัวอย่างที่แท้จริง"

นักวิเคราะห์มองว่า เห็นได้ชัดเลยว่าผู้นำที่สอบผ่านบททดสอบวิกฤตไวรัสโคโรนามักเป็นผู้หญิง ทั้งที่ทั่วโลก ผู้หญิงเป็นผู้นำประเทศแค่ร้อยละ 7 เท่านั้น

ปัจจัยอะไรที่ทำให้ผู้นำหญิงดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในการต่อสู้โควิด-19 มากกว่า

แก้ปัญหาเร็ว

แม้ไอซ์แลนด์มีประชากรแค่ 3.6 แสนคน แคทรีน ยาคอบส์ดอทตรี นายกรัฐมนตรี ได้ออกนโยบายให้ตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นวงกว้าง ห้ามการรวมตัวของประชาชนตั้งแต่ 20 คน ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ม.ค. แม้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเลยด้วยซ้ำ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ไอซ์แลนด์ ห้ามไม่ให้คน 20 คน หรือมากกว่า รวมตัวกัน ตั้งแต่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเลยด้วยซ้ำ

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ตั้งศูนย์ควบคุมโรคระบาดอย่างรวดเร็ว และออกมาตรการควบคุมและติดตามผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังเร่งผลิตอุปกรณ์ป้องกันอย่างหน้ากากอนามัยด้วย ถึงตอนนี้ ไต้หวันมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพียง 6 รายจากประชากรทั้งหมด 24 ล้านคน

แทนที่จะพยายามลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่แบบที่หลายประเทศทำ จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ตั้งใจจะหยุดการแพร่ระบาดโดยสิ้นเชิง ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ตอนที่ผู้เสียชีวิตในประเทศมีแค่ 6 ราย

ที่มาของภาพ, SAM YEH/AFP

คำบรรยายภาพ,

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน เริ่มตั้งศูนย์ควบคุมโรคระบาดอย่างรวดเร็ว และออกมาตรการควบคุมและติดตามผู้ติดเชื้อ

ถึงวันที่ 20 เม.ย. นิวซีแลนด์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 12 ราย

แต่นอกจากการมีผู้นำเป็นผู้หญิงแล้ว สิ่งที่ประเทศเหล่านี้มีเหมือนกันคือระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว มีระบบสวัสดิการที่ดี และนอกจากนี้ ประเทศเหล่านี้ก็มักจะมีระบบสาธารณสุขที่ดีกว่าในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย

ที่มาของภาพ, ODD ANDERSEN/AFP

คำบรรยายภาพ,

อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ออกมายอมรับอย่างรวดเร็วว่าโรคโควิด-19 เป็นภัยที่ร้ายแรงมาก

ความหลากหลาย

นักวิเคราะห์มองว่าวิธีการดำเนินงานการเมืองของผู้นำหญิงก็มีส่วนด้วย

ดร.กีตา เรา กุปตา ผู้อำนวยการบริหารโครงการเพื่อเด็กและผู้หญิง 3D Programs for Girls and Women และสมาชิกอาวุโสของมูลนิธิสหประชาชาติ บอกว่า เธอไม่คิดว่าผู้หญิงมีสไตล์การบริหารที่แตกต่างจากผู้ชาย แต่ผู้นำสตรีจะตัดสินใจอะไรอย่างเปิดรับความหลากหลายมากกว่า

นี่แตกต่างจากผู้นำชายบางคนอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล ที่มักปฏิเสธไม่เชื่อหลักการวิทยาศาสตร์และมีท่าทียะโสอวดดี

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ปธน.ชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิล บอกบ่อยครั้งว่าโรคโควิด-19 เป็นแค่หวัดเล็กน้อย

การเมืองแบบลูกผู้ชาย

โรซี แคมป์เบลล์ ผู้อำนวยการสถาบันความเป็นผู้นำของผู้หญิง (Global Institute for Women's Leadership) ที่คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน บอกว่า ผู้นำแนวประชานิยมมักจะพึ่ง "สารง่าย ๆ" ในการเรียกเสียงสนับสนุนจากประชาชน

ในบางครั้ง ผู้นำชาย เช่นผู้นำของ สหรัฐฯ บราซิล อิสราเอล และฮังการี เลือกการโทษ "ปัจจัยภายนอก" เช่นบอกว่าชาวต่างชาติเป็นผู้เอาเชื้อไวรัสเข้ามา แทนที่จะยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดตัวเอง

"ทรัมป์และโบลโซนาโรเลือกที่จะใช้บุคลิกแบบลูกผู้ชายเข้มแข็ง มันไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในพันธุกรรม แต่พวกเขาเลือกที่จะมีพฤติกรรมแบบนั้น"

ศ.แคมป์เบลล์ บอกว่า นอกจากมารีน เลอ เปน จากพรรคแนวร่วมแห่งชาติของฝรั่งเศสแล้ว ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีความคิดขวาจัดน้อยกว่ามาก

"โดยรวมแล้ว มันเกี่ยวข้องกับสไตล์การเล่นการเมืองแบบลูกผู้ชาย แบบเฉพาะตัว"

ที่มาของภาพ, Clemens Bilan - Pool/Getty Images

คำบรรยายภาพ,

เยอรมนีมีการตรวจหาเชื้อ ติดตาม และกักตัวผู้ติดเชื้อ มากกว่าประเทศไหนในยุโรป

แต่ในบางกรณี เพศของผู้นำก็ไม่ได้เป็นปัจจัย เหตุผลหนึ่งที่แต่ละประเทศรับมือกับโควิด-19 ไม่เหมือนกันเป็นเพราะสถานะทางสังคมการเมืองและทรัพยากรที่มีต่างกันไป

ด้วยเหตุนี้ ผู้นำชายในประเทศเหล่านี้ก็ไม่ได้ตรงตามแบบแผนอย่างเหมารวมที่ ศ.แคมป์เบลล์ว่าไว้

ที่เกาหลีใต้ การจัดการวิกฤตของประธานาธิบดีมุน เจ อิน ช่วยให้พรรคของเขาชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อวันที่ 15 เม.ย.

คีรีอาคอส มิตโซทาคิส นายกรัฐมนตรีกรีซ ได้รับคำชมว่าจัดการวิกฤตได้ดี มีผู้เสียชีวิตค่อนข้างน้อยที่ 114 ราย (ถึงวันที่ 20 เม.ย.) จากจำนวนประชากร 11 ล้านราย

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

ผู้หญิงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากกว่า

การตัดสินใจที่ยากลำบาก

มาตรการรับมือที่เด็ดขาดอย่างเช่นการปิดประเทศ ทำให้ระบบเศรษฐกิจชะงักงัน จะทำให้ผู้นำสูญเสียแรงสนับสนุนทางการเมืองในระยะสั้น ซึ่ง ศ.แคมป์เบลล์บอกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้นำแบบประชานิยมต้องการเลย

ในทางกลับกัน ผู้นำหญิงบางคนชนะใจประชาชนด้วยการพูดคุยอย่างเปิดเผยว่าประเทศชาติกำลังเผชิญความท้าทายอะไรอยู่

อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ออกมายอมรับอย่างรวดเร็วว่าโรคโควิด-19 เป็นภัยที่ร้ายแรงมาก เธอรีบจัดให้มีการตรวจหาเชื้อ ติดตาม และกักตัวผู้ติดเชื้อ มากกว่าประเทศไหนในยุโรป มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 4.6 พันรายในเยอรมนีซึ่งมีประชากร 83 ล้านคน

ยังมีอีกหลายท่าทีที่ทำให้ผู้นำหญิงแตกต่างจากผู้นำชาย เช่น เออร์นา โซลเบิร์กของนอร์เวย์ และเมตต์ เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก จัดให้มีการแถลงข่าวสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ห้ามผู้ใหญ่เข้าร่วม

คำบรรยายภาพ,

เออร์นา โซลเบิร์กของนอร์เวย์ (ซ้าย) และเมตต์ เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก จัดให้มีการแถลงข่าวสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ห้ามผู้ใหญ่เข้าร่วม

ตัดสินใจดีกว่า

70 เปอร์เซ็นต์ของคนทำงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกเป็นผู้หญิง แต่ข้อมูลโดยสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union) ชี้ว่า ในปี 2018 มีผู้นำหญิงเพียง 10 คน จากผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง 153 ประเทศ ทั่วโลกมีผู้หญิงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น

ดร.กีตา เรา กุปตา ซึ่งเป็นประธานโครงการ WomenLift Health ของมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ด้วย เรียกร้องให้ผู้หญิงได้รับเลือกให้เป็นผู้นำมากขึ้น เพราะจะช่วยให้มีกระบวนการในการตัดสินใจที่ดีกว่า

เธออธิบายว่า ในฐานะผู้หญิง ผู้นำประเทศเคยผ่านหน้าที่และมีความรับผิดชอบซึ่งสังคมกำหนดไว้ว่าเป็นของผู้หญิงมาแล้ว ดังนั้นทัศนคติและกระบวนการตัดสินใจก็มีแนวโน้มจะได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์นั้น ๆ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

70 เปอร์เซ็นต์ของคนทำงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกเป็นผู้หญิง

ดร.กุปตาเตือนว่า วิกฤตโควิด-19 จะสร้างผลกระทบด้านสังคมและเศรษฐกิจต่อผู้ชายและผู้หญิงอย่างแตกต่างกัน มีความรุนแรงในบ้านมากขึ้น คนยากจนมากขึ้น และปัญหาเรื่องช่องว่างรายได้ระหว่างเพศที่เริ่มดีขึ้นจะถดถอย

ดร.กุปตาบอกว่า ปัญหาที่มีอยู่เหล่านี้จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ หากไม่รับมือกับวิกฤตโดยพิจารณาถึงประเด็นเหล่านี้ด้วย