จอร์จ ฟลอยด์ : ชาวอเมริกันออกชุมนุมประท้วงใหญ่ทั่วประเทศต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ

Protesters march past the Lincoln Memorial in Washington DC (6 June 2020)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความบอกว่าการชุมนุมที่กรุงวอชิงตันดีซี "เล็กกว่าที่คาดไว้มาก"

เข้าวันที่ 12 ของการประท้วง หลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันออกชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและการใช้ความรุนแรงของตำรวจ

ที่กรุงวอชิงตันดีซี คนนับหมื่นออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยมีกองกำลังด้านความมั่นคงคอยป้องกันไม่ให้ผู้ประท้วงเข้าไปใกล้ทำเนียบขาวได้

ที่นิวยอร์ก ชิคาโก ลอสแอนเจลิส และซานฟรานซิสโก ก็มีการประท้วงเช่นกัน ส่วนที่นอร์ธแคโรไลนา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายฟลอยด์ คนออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงความรำลึกถึงเขา

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

ที่นอร์ธแคโรไลนา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายฟลอยด์ คนออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงความรำลึกถึงเขา

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายฟลอยด์ ชายอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน เสียชีวิตขณะถูกตำรวจเมืองมินนีแอโปลิสจับกุมรุนแรง โดยวิดีโอบันทึกเหตุการณ์แสดงภาพเขาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดทับลำคอเขาลงกับพื้นถนน ซึ่งในเวลาต่อมา ตำรวจคนดังกล่าว นายเดเร็ค เชาวิน ถูกไล่ออกและตั้งข้อหาฆาตกรรมแล้ว

เมื่อวานนี้ ที่อังกฤษก็มีผู้ออกมาร่วมการรณรงค์เคลื่อนไหว 'Black Lives Matter' เช่นกัน โดยที่จัตุรัสรัฐสภา ใจกลางกรุงลอนดอน มีผู้ประท้วงออกมาหลายพันคน แม้ว่าทางการจะเตือนว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยิ่งแย่เข้าไปอีก

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ที่จัตุรัสรัฐสภาบริเวณใจกลางกรุงลอนดอนมีผู้ประท้วงไปรวมตัวกันหลายพันคนแล้ว

ที่ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสเปน ก็มีการจัดชุมนุมประท้วงเช่นกัน รวมถึงที่ออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นที่ซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน โดยมีการยกประเด็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อชนพื้นเมืองออสเตรเลียมาร่วมด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ที่ออสเตรเลีย มีการยกประเด็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อชนพื้นเมืองออสเตรเลียมาร่วมด้วย

เกิดอะไรขึ้น

ดูเหมือนว่าการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นที่กรุงวอชิงตันดีซี โดยผู้คนมารวมตัวกันอย่างสันติ โดยมูเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ออกมาต้อนรับผู้ชุมนุมโดยบอกว่า พวกเขาได้ส่งสารไปถึงประธานาธิบดีแล้ว

เมื่อวันจันทร์ กองกำลังรักษากฎหมายของรัฐบาลกลางได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปที่โบสถ์แห่งหนึ่ง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

การประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ที่กรุงวอชิงตันดีซี

"หากเขา(ปธน.ทรัมป์)สามารถยึดกรุงวอชิงตันดีซีได้ เขาก็สามารถไปทุก ๆ รัฐได้ และจะไม่มีใครสักคนที่ปลอดภัย" นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน กล่าว "ทหารของเราไม่ควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ ไม่ควรถูกขอให้จัดการกับพลเมืองอเมริกันด้วยกัน"

บาวเซอร์ ได้เรียกร้องให้ถอนกองกำลังรักษากฎหมายของรัฐบาลกลางและกองกำลังพิทักษ์ชาติออกจากเมือง โดยบอกว่าไม่มีความจำเป็น

ในหลายเมือง มีการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ซึ่งทำให้มีการจับกุมผู้ชุมนุมลดน้อยไปด้วย ที่นิวยอร์ก ผู้ชุมนุมเดินข้ามสะพานบรูกลิน ส่วนที่ซานฟรานซิสโก ผู้ประท้วงรวมตัวกันปิดกั้นสะพานโกล์เด็นเกตเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ส่วนที่ชิคาโก มีผู้ประท้วงราว 30,000 รวมตัวกันที่สวนยูเนียน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ที่ซานฟรานซิสโก ผู้ประท้วงรวมตัวกันปิดกั้นสะพานโกล์เด็นเกตเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ

ที่เมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย มีการโค่นรูปปั้นของนายพลฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกาซึ่งสนับสนุนการค้าทาสในยุคสงครามกลางเมือง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความขอบคุณตำรวจ หน่วยสืบราชการลับ และกองกำลังพิทักษ์ชาติ สำหรับ "การทำงานที่ยอดเยี่ยม" และบอกว่าการชุมนุมที่กรุงวอชิงตันดีซี "เล็กกว่าที่คาดไว้มาก"

ผู้ประท้วงต้องการอะไร

บนโซเชียลมีเดีย และบนท้องถนน ผู้ประท้วงต้องการให้ทางการจัดการกับการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน การปฏิบัติรุนแรงของตำรวจ และความไม่เท่าเทียมต่าง ๆ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ผู้ประท้วงที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส

ข้อมูลโดยสมาคมเพื่อความก้าวหน้าของคนผิวสีแห่งชาติ (National Association for the Advancement of Colored People) ระบุว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันโดนจำคุกมากกว่าชาวอเมริกันผิวขาวถึง 5 เท่า แม้ว่าอัตราการใช้ยาเสพติดจะเท่า ๆ กัน

นอกจากนี้ แม่ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันยังมีอัตราการเสียชีวิตขณะคลอดสูงกว่าแม่ชาวอเมริกันผิวขาวสองเท่าด้วย และระบบการแบ่งแยกสีผิวในอดีตยังส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมในระบบการศึกษา ที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงทรัพยากรสาธารณะอื่น ๆ อีก