โจ ไบเดน อดีตรอง ปธน. สมัยโอบามา จะเอาชนะทรัมป์ และเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนต่อไปได้ไหม

  • โดย ปีเตอร์ บอลล์
  • บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
Joe Biden looks into the distance with US flags behind him.

ที่มาของภาพ, Getty

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะได้อยู่ทำเนียบขาวต่อไปอีก 4 ปีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสมัยบารัค โอบามา

พรรคเดโมแครตมีมติอย่างเป็นทางการให้นายโจ ไบเดน เป็นตัวแทนพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ย.นี้ โดยมีวุฒิสมาชิกคอมมาลา แฮร์ริส ลงสมัครคู่กันในตำแหน่งรองประธานาธิบดี

ในสายตาผู้สนับสนุน เขาเป็นผู้มีประสบการณ์ในเกมการเมืองมาหลายทศวรรษ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ แต่ในสายตาผู้วิพากษ์วิจารณ์ เขาคือผู้มีประวัติประพฤติไม่เหมาะสมกับผู้หญิงหลายต่อหลายครั้ง

ชายวัย 77 ปีผู้นี้มีศักยภาพที่จะเอาชนะทรัมป์ได้หรือไม่

นักพูด

ที่มาของภาพ, Getty

คำบรรยายภาพ,

ไบเดน เริ่มเล่นการเมืองตั้งแต่คนมีสิทธิ์เลือกตั้งหลายคนยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ

ไบเดนมีประสบการณ์หาเสียงยาวนาน ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 1973 และลงสมัครเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อปี 1987

อย่างไรก็ดี เวลาปราศรัยหาเสียงเขามัก "ติดลม" จนพูดออกนอกบทบ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งเขาเคยพูดว่าบรรพบุรุษเขาเป็นคนงานเหมือง และเขาก็รู้สึกโกรธที่พวกเขาไม่ได้รับโอกาสในชีวิตอย่างที่สมควร

อย่างไรก็ดี บรรพบุรุษเขาไม่ได้เป็นคนงานเหมืองจริง และเขาไปขโมยคำปราศรัยนั้นมาจากนักการเมืองอังกฤษอีกที

ที่มาของภาพ, Reuters

เมื่อปี 2009 ช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสมัย ปธน.โอบามา เขาทำให้ประชาชนตกใจด้วยการบอกว่า มีโอกาส 30 เปอร์เซ็นต์ ที่รัฐบาลจะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจผิดพลาด

อาจเรียกได้ว่าเขาโชคดีที่ได้รับเลือกให้เป็นรองประธานาธิบดี แม้ก่อนหน้านั้นจะเคยพูดถึงนายโอบามาว่าเป็น "ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันในกระแสหลักคนแรกที่พูดจาฉะฉาน ฉลาด สะอาด และเป็นผู้ชายที่ดูดี"

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ,

ไบเดน ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอยู่ 8 ปี

อย่างไรก็ดี เขาก็ยังได้คะแนนนิยมค่อนข้างสูงจากชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ในรายการวิทยุที่จัดโดยพิธีกรผิวดำชื่อ ชาร์ลามาจ์น ธา ก็อด ไบเดนจะแพ้ภัยคำพูดของตนเองที่ว่า "ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะสนับสนุนผมหรือทรัมป์ ก็แปลว่าคุณก็ไม่ใช่คนผิวดำ"

ที่มาของภาพ, THE BREAKFAST CLUB ON POWER 105.1/Via Reuters

คำบรรยายภาพ,

รายการวิทยุนี้จัดโดยพิธีกรผิวดำชื่อ ชาร์ลามาจ์น ธา ก็อด

ประโยคข้างต้นทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย จนทำให้ทีมงานของเขาต้องรีบออกมาย้ำว่าไบเดนเห็นค่าของคะแนนเสียงจากชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน

นักหาเสียง

ที่มาของภาพ, Reuters

ต่างจากนักการเมืองจำนวนมากที่พูดปราศรัยราวกับเป็นหุ่นยนต์ ไบเดน ดู "จริง" มากกว่าเวลาพูดกับประชาชน เขาบอกว่าการเป็นคนติดอ่างตอนเด็ก ๆ ทำให้เขาไม่ชอบอ่านบทจากเครื่องบอกบท หรือ autocue และเลือกที่จะพูดจากใจแทน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ไบเดนชนะการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา 7 ครั้ง

การพูดนอกบทของเขาจับใจชนชั้นแรงงานอเมริกัน และก็มักจะมุ่งเข้าไปทักทายคน จับมือ ตบหลัง ให้ถ่ายเซลฟี่ด้วยราวกับเขาเป็นร็อกสตาร์

แต่แล้วการถึงเนื้อถึงตัวมากเกินไปก็นำมาซึ่งปัญหาในเวลาต่อมา

ข้อกล่าวหา

ที่มาของภาพ, Getty Images

มีผู้หญิง 8 คนแล้วที่ออกมากล่าวหาว่าไบเดน สัมผัส กอด และจูบ พวกเธออย่างไม่เหมาะสม และรายการข่าวต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ก็แสดงคลิปวิดีโอตอนเขาถึงเนื้อถึงตัวผู้หญิงเวลาออกงานสังคม ซึ่งรวมไปถึงการชอบดมผมผู้หญิงด้วย

ไบเดนบอกว่า เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะระมัดระวังในการปฏิสัมพันธ์มากขึ้น

อย่างไรก็ดี เมื่อเดือน มี.ค. ทารา รีด อดีตผู้ช่วยเขา ออกมากล่าวหาว่าไบเดนล่วงละเมิดทางเพศเธอเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แต่ไบเดนปฏิเสธว่าเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มาของภาพ, Getty Images

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่มีกระแสรณรงค์ #MeToo นักการเมืองพรรคเดโมแครต รวมถึงตัวไบเดนเอง ออกมาย้ำว่าสังคมควรจะเชื่อคำบอกเล่าของผู้หญิง และการออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของไบเดนก็ทำให้นักเคลื่อนไหวรู้สึกไม่สบายใจนัก

ประสบการณ์ช่วยได้ไหม

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ฮิลลารี คลินตัน มีประสบการณ์มากกว่าแต่ก็พ่ายแพ้ผู้ท้าชิงจากพรรคริพับลิกัน

เขามีประสบการณ์งานการเมืองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมากกว่าสามทศวรรษในฐานะสมาชิกวุฒิสภา และ 8 ปีในฐานะรองประธานาธิบดีสมัยโอบามา

แต่ประสบการณ์เยอะก็ไม่ได้ช่วยเสมอไป เห็นได้จากกรณีของอัล กอร์, จอห์น เคอร์รี, และฮิลลารี คลินตัน ที่พ่ายแพ้ผู้ท้าชิงจากพรรคริพับลิกัน

ที่มาของภาพ, EPA

ที่ผ่านมา มีมากกว่าหนึ่งครั้งที่ชาวอเมริกันลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครที่บอกว่าไม่ได้มีประสบการณ์ในระบบการเมืองในกรุงวอชิงตันดีซี และในศึกครั้งนี้ การมีประสบการณ์เยอะอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับเขาก็ได้

คำวิจารณ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

เขาลงสมัครเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อปี 1987

ท่าทีและการสนับสนุนนโยบายของไบเดนในอดีตได้กลับมาหลอกหลอนเขาในตอนนี้ ในช่วงทศวรรษ 70 เขาเข้าข้างผู้เคลื่อนไหวแบ่งแยกเชื้อชาติในรัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการให้เด็กนั่งรถบัสไปโรงเรียนในละแวกอื่น ๆ เพื่อเป็นการให้เด็กผิวขาวและผิวดำไปโรงเรียนรัฐเดียวกัน

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ถูกยกนำกลับมาโจมตีเขาบ่อยครั้ง และคาดว่าจะมีการวิจารณ์โจมตีในลักษณะนี้ต่อไป

โศกนาฏกรรมครอบครัว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ภรรยาคนแรกของไบเดนเสียชีวิตพร้อมลูกสาวจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรู้สึกว่าเข้าถึงและเห็นใจไบเดนได้คือโศกนาฏกรรมในครอบครัวเขา ช่วงที่เขากำลังจะได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาสมัยแรก ภรรยาและลูกสาวเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกชายสองคนของเขาได้รับบาดเจ็บ

โบ ลูกชายผู้รอดชีวิตคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยอาการเนื้องอกในสมอง ในวัย 46 ปี ส่วนลูกชายอีกคน หรือ ฮันเตอร์ ตกเป็นข่าวกรณีอื้อฉาวมากมาย

การถอดถอน ปธน.ทรัมป์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ฮันเตอร์ ทำให้เกิดข่าวอื้อฉาวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกินเหล้า ใช้ยาเสพติด และการพัวพันกรณีทุจริตกับมหาเศรษฐีด้านพลังงานชาวจีน

นอกจากฮันเตอร์ ลูกชายไบเดนอีกคนหนึ่ง จะทำให้เกิดข่าวอื้อฉาวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกินเหล้า ใช้ยาเสพติด และการพัวพันกรณีทุจริตกับมหาเศรษฐีด้านพลังงานชาวจีน เขายังเป็นที่มาของกรณีการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ทรัมป์รอดจากการถูกถอดถอนหลังวุฒิสภาลงมติว่า ปธน.สหรัฐฯ ไม่มีความผิด

ฮันเตอร์ ทำงานได้เงินเดือนสูงในยูเครน ซึ่งในเวลาต่อมา มีการกล่าวหาว่านายทรัมป์โทรไปหาประธานาธิบดียูเครน และขอให้เขาช่วยสอบสวนโจ ไบเดน รวมถึงตัวฮันเตอร์ว่าไปพัวพันในข้อหาทุจริตหรือไม่ โดนัลด์ ทรัมป์รอดจากการถูกถอดถอนหลังวุฒิสภาลงมติว่า ปธน.สหรัฐฯ ไม่มีความผิด

การต่างประเทศ

ที่มาของภาพ, Getty Images

แม้ว่าไบเดน จะบอกว่าเขามีประสบการณ์ด้านการเมืองต่างประเทศมาก แต่บางฝ่ายก็บอกว่าผลงานเขาไม่ได้โดดเด่นเท่าไรนัก

เขาลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมสงครามอ่าว (Gulf War) เมื่อปี 1991 แต่เห็นด้วยกับการนำกองกำลังบุกอิรักในปี 2003 และในเวลาต่อมากลับมาวิพากษ์วิจารณ์การเข้าไปแทรกแซงของสหรัฐฯ

เขาแนะนำไม่ให้ ปธน.โอบามา ส่งกองกำลังพิเศษซึ่งไปสังหารโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลไคดา ได้สำเร็จ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

สงครามอ่าวครั้งแรก

นักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่สังกัดพรรคเดโมแครต ซึ่งมีความคิดต่อต้านสงคราม ไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของไบเดนนัก และชอบเบอร์นีย์ แซนเดอร์ส และเอลิซาเบธ วอร์เรน มากกว่า

แม้ว่าแนวความคิดเขาไม่ได้ทำให้นักเคลื่อนไหวฝ่ายพรรคเดโมแครตตื่นเต้นนัก แต่เขาก็หวังว่านั่นจะดีพอสำหรับคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครให้หันมาเลือกเขา

โค้งสุดท้าย

ที่มาของภาพ, Getty Images

โพลสำรวจความคิดให้ไบเดนได้คะแนนนำทรัมป์มา 10 แต้มอย่างสม่ำเสมอ แต่เส้นทางสู่การเลือกตั้งเดือน พ.ย. ยังอีกยาวไกล

ทรัมป์และไบเดนปะทะกันอยู่เสมอ ทั้งเรื่องการประท้วงเพื่อความเท่าเทียมของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน และการรับมือกับวิกฤตโควิด-19

หากไบเดนชนะการเลือกตั้ง นี่จะเป็นความสำเร็จสูงสุดในเส้นทางการเมืองอันยาวนาน หากแพ้ เขาจะให้เวลาอีกสี่ปีกับชายที่เขาคิดว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้

ย้อนไปเมื่อปี 2016 ตอนที่เขาคิดว่าจะลงสมัครเป็นผู้ท้าชิงประธานาธิบดีหรือไม่ เขาบอกว่า "ผมสามารถตายได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องเป็นประธานาธิบดี"

เขาอาจจะไม่ได้คิดเช่นนั้นอีกแล้ว