โควิด-19 : วิกฤตโรคระบาดในบราซิลถูกทำให้กลายเป็นเรื่องการเมืองได้อย่างไร

Supporters of Brazil's President Jair Bolsonaro take part in a protest in front of the Superior Electoral Tribunal (TSE), amid the Coronavirus (COVID-19) outbreak, in Brasilia Brazil June 9, 2020

ที่มาของภาพ, Getty Images

บราซิลได้กลายเป็นประเทศที่เผชิญการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รุนแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ หลังจากมียอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41,828 ราย และมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 828,810 ราย

ทว่าเรื่องการรับมือการแพร่ระบาดของโรคนี้กลับกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งในเกมต่อสู้ทางการเมืองในบราซิล

แม้บราซิล ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา และได้กลายเป็นศูนย์กลางการระบาดในภูมิภาค แต่ดูเหมือนว่าผู้นำประเทศอย่างประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร จะไม่แยแสต่อวิกฤตการณ์ที่ประชาชนของเขากำลังเผชิญอยู่เท่าใดนัก

"ไข้หวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ"

ตั้งแต่โรคเริ่มระบาดช่วงแรก ๆ นายโบลโซนาโร ไม่ยอมรับถึงความร้ายแรงของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์หลายครั้งเขาเปรียบโรคนี้ว่าเป็นเพียง "ไข้หวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ"เท่านั้น

เขาบอกว่า "คนที่เคยเป็นนักกีฬาอย่างผม" จะไม่รู้สึกอะไรเลยหากติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อย่างแย่ที่สุดก็อาจรู้สึกเป็นไข้อ่อน ๆ เท่านั้น พร้อมกับตำหนิสื่อมวลชนว่าหวาดผวาเกินกว่าเหตุ

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

ประชาชนร่วมพิธีฝังศพหมู่ในเมืองมาเนาส์ ของบราซิล

ตอนที่ผู้สื่อข่าวถาม นายโบลโซนาโร เมื่อปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในประเทศที่พุ่งทะลุ 5,000 คนแซงหน้าจีนต้นกำเนิดของโรคนั้น ประธานาธิบดีผู้นี้ได้ตอบว่า

"แล้วยังไงล่ะ ? ผมเสียใจ แล้วคุณจะให้ผมทำอะไรละครับ ? ผมสร้างปาฏิหาริย์ไม่ได้"

ถ้อยคำดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้แก่คนบราซิลอย่างมาก ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้เคยให้การสนับสนุนเขาด้วย

นอกจากนี้ ผู้นำบราซิลยังมักแสดงพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎระเบียบของผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ ที่กำหนดให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม เช่น การออกไปพบปะประชาชนตามพื้นที่สาธารณะ พร้อมจับมือทักทายและถ่ายรูปคู่กับฝูงชนโดยไม่มีมาตรการป้องกันการติดโรคใด ๆ

ที่มาของภาพ, Reuters

ประมาทเลินเล่อ

นายกิลยามี โรลิม ทันตแพทย์ วัย 36 ปี เล่าว่าเขาเคยลงคะแนนให้นายโบลโซนาโร ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2018 เพราะต้องการให้เกิด "ความเปลี่ยนแปลง" ขึ้นในประเทศ

นายโรลิม บอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีในบราซิลว่า การสูญเสียพ่อของเขาไปด้วยโรคโควิด-19 ทำให้เขารู้สึกผิดหวังต่อการจัดการกับสถานการณ์โรคระบาดของรัฐบาล

"โบลโซนาโร เป็นคนประมาทเลินเล่อ คำพูดนี้แสดงถึงความไม่รับผิดชอบ และการกระทำที่อันตราย ท่านประธานาธิบดีกำลังเล่นกับเรื่องที่อันตรายมาก" นายโรลิม กล่าว

"ในฐานะลูกชายที่สูญเสียผู้เป็นพ่อไปด้วยไวรัสชนิดนี้ ผมรู้สึกกลัวกับคำพูดของท่านประธานาธิบดี บางทีท่านพูดแบบนั้นเพราะไม่ได้สูญเสียบุคคลใกล้ชิดผู้เป็นที่รักไป ท่านจึงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น"

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ภาพกราฟฟิตี้ แสดงให้เห็น ปธน.โบลโซนาโร ยื้อยุดเชือกกับบุคลากรการแพทย์ พร้อมคำถามว่า "คุณอยู่ฝ่ายไหน?"

เศรษฐกิจมาก่อนสุขภาพ

ข้อความที่นายโบลโซนาโรสื่อสารออกมายังคงเดิมตลอดมา นั่นคือการตำหนิบรรดาผู้ว่าการรัฐต่าง ๆ ที่ดำเนินมาตรการควบคุมโรคจนก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเลวร้ายกว่าผลกระทบจากเชื้อไวรัสเสียอีก

ศาสตราจารย์ โอลิเวอร์ สตูเอนเคล ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก Getulio Vargas Foundation สถาบันอุดมศึกษาในนครเซาเปาโล กล่าวว่า "กลยุทธ์ทั้งหมดของเขามีความชัดเจนมาก"

"เขาไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นผู้ต้องรับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของบราซิลที่อาจจะเกิดขึ้น เขาจึงตัดสินใจไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ เพราะมองว่านี่คือโอกาสดีที่สุดที่จะทำให้เขาได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป"

ในขณะที่ชาวบราซิลกำลังเผชิญกับยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่มีถึงวันละกว่า 1,000 ราย แต่บรรดานักการเมืองกลับกำลังเปิดประเทศ และดำเนินมาตรการที่สร้างความสับสนให้แก่ประชาชน

ในนครรีโอเดจาเนโร ชายหาดต่าง ๆ เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับร้านค้า และห้างสรรพสินค้า ทว่าฝ่ายบริหารของเมืองกลับขยายมาตรการกักโรคไปจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

นายโบลโซนาโร วิจารณ์ฝ่ายบริหารระดับรัฐที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์จนก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด

การเมือง กับ โรคระบาด

ในขณะที่บราซิลจำเป็นต้องทุ่มเทความพยายามทั้งหมดไปในการต่อสู้กับวิกฤตโรคระบาดที่เกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดีอย่างนายโบลโซนาโร กลับไม่ได้ทำเรื่องที่ว่านี้เลย

เขามัวยุ่งอยู่กับการต่อสู้ในเกมการเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีผู้มีแนวคิดขวาจัดผู้นี้กับฝ่ายตุลาการของบราซิลกำลังอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก

ศาลสูงสุดกำลังสอบสวนกลุ่มผู้สนับสนุนเขาในข้อกล่าวหาเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและการข่มขู่คุกคาม ในขณะที่ตัวของนายโบลโซนาโรเองก็กำลังถูกสอบสวนเรื่องเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตำรวจ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้ดูเหมือนว่า เรื่องการเมืองจะใหญ่โตกว่าเรื่องของโรคระบาด

กลุ่มผู้ต่อต้านนายโบลโซนาโร ต่างเป็นกังวลกับสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของเขากับกองทัพ ซึ่งที่ผ่านมาผู้นำบราซิลได้กล่าวชื่นชมการปกครองระบอบเผด็จการทหารของบราซิลที่ยาวนาน 2 ทศวรรษ นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้ทหารเข้าไปแทรกแซง และให้ยุติการทำงานของรัฐสภาและศาลสูงสุด

คำบรรยายวิดีโอ,

พนักงานเก็บศพเหยื่อโควิด-19 ในบราซิล : "พวกเขาคิดว่านี่เป็นสงครามการเมือง แต่มันไม่ใช่นะ นี่มันเรื่องจริงเลย"

ไม่มีใครล่วงรู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตโรคระบาดของบราซิลในครั้งนี้จะออกมาในรูปไหน แม้จะเป็นการยากที่จะทราบถึงภาพรวมที่แท้จริงของสถานการณ์นี้ แต่ทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าสภาพที่แท้จริงนั้นเลวร้ายกว่าข้อมูลที่ทางการเปิดเผยออกมาอย่างแน่นอน โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ายังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าที่ประเทศจะถึงจุดสูงสุดในการระบาด

ขณะเดียวกันก็คงจะไม่มีใครทราบเช่นกันว่าอนาคตของบราซิลจะมุ่งไปในทิศทางใด และสำหรับหลายคนนี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าโรคระบาดเสียอีก