โควิด-19 : พนักงานสวนสัตว์แห่งนี้โดนปลดออกจากงานเพราะวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ก็ยังอาสากลับมาดูแลสัตว์ต่อ

Animal keeper Angelique Oktober with a cheetah
คำบรรยายภาพ,

แอนเจลิคกับเสือชีตาห์

"เหตุผลที่ฉันลืมตาตื่นตอนเช้าก็เพื่อจะได้ไปอยู่กับสัตว์ที่สวยงามเหล่านี้ น่าหนักใจมากเวลาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกมันในอนาคต"

เจนนา โลว์ อายุ 23 ปี เธอทำงานที่สวนสัตว์ แคนโก ไวด์ไลฟ์(Cango Wildlife) มาได้ 2 ปี ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา สวนสัตว์ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองอูดต์ชูร์นในแอฟริกาใต้แห่งนี้ เริ่มจากฟาร์มจระเข้เล็ก ๆ จนมาเป็นสวนสัตว์ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการอนุรักษ์ระดับนานาชาติ เป็นที่อยู่ของสัตว์มากกว่า 90 สายพันธุ์

เมื่อเดือน มี.ค. รัฐบาลประกาศขยายการล็อกดาวน์จาก 3 สัปดาห์ออกไปอย่างไม่มีกำหนด สวนสัตว์แห่งนี้จึงต้องปิดตัวลง และ 2 ใน 3 ของพนักงานทั้งหมด รวมถึงเจนนาด้วย ต้องตกงาน อย่างน้อยก็ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย

หลังทราบข่าวร้าย สิ่งแรกที่เธอคิดคือ จะเกิดอะไรขึ้นกับเสือชีตาห์และตัวลีเมอร์ที่เธอคอยดูแลมา

แอนเจลิค ออคโทเบอร์ เพื่อนร่วมงานเธอ ก็คิดเหมือนกัน

"เราเป็นแม่ของสัตว์เหล่านี้ และแม่จะไม่ทิ้งลูก ๆ ไปในตอนที่พวกมันต้องการแม่ที่สุด" แอนเจลิค ในวัย 25 ปี บอกกับบีบีซี

แม้จะไม่ได้เงินเดือนอีกต่อไป เจนนาและแอนเจลิคก็ยังกลับไปทำงานต่อในวันรุ่งขึ้น และก็เจอเพื่อนพนักงานอีกกว่า 40 คนด้วยที่อาสาสมัครมาทำงานแม้ว่าจะไม่ได้เงิน หลังจากเจ้าของจำเป็นต้องลดพนักงานจาก 78 เหลือ 24 คน เพื่อให้สวนสัตว์ยังประคองกิจการต่อไปได้

คำบรรยายภาพ,

เจนนาและตัวลีเมอร์

"เราทำงานกับสัตว์ที่ทั้งอันตรายและอ่อนไหวมาก มันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย" เครก กุส ผู้จัดการผู้ทำงานที่สวนสัตว์นี้มากว่า 20 ปี กล่าว "ผมรักที่จะทำงานที่นี่มาก และให้ความสำคัญกับงานนี้เหนือสิ่งอื่นใดในชีวิต"

แอนดรูว์ อีริกสัน เจ้าของสวนสัตว์แห่งนี้บอกกับบีบีซีว่า ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เขายังเห็นความหวังอยู่เมื่อได้เห็นพนักงานมาทำงานกันโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เงินเดือน

สวัสดิภาพสัตว์มาก่อน

สวนสัตว์ แคนโก ไวด์ไลฟ์ มีสัตว์มากกว่า 4,000 ตัว และต้องใช้เงินเดือนละ 118,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.6 ล้านบาท สำหรับดูแลสัตว์ ก่อนรัฐบาลจะสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ที่นี่มีผู้เข้าชมปีละราว 1.2 แสนคนต่อปี

แม้ว่าทางการจะค่อย ๆ คลายล็อกดาวน์แล้ว แต่ยังไม่ถึงคิวภาคธุรกิจการท่องเที่ยว

"เป็นเรื่องยากมากที่เราจะอยู่รอดได้" เอริกสัน กล่าว "เราไม่ได้งบจากรัฐบาลเลยและมีรายได้จากบัตรเข้าชมเท่านั้น"

คำบรรยายภาพ,

Working without getting paid has not been easy for the animal keepers

ผลกระทบทั่วโลก

สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วโลกต่างก็ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์รับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สวนสัตว์เชสเตอร์ในอังกฤษออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่าการล็อกดาวน์ทำให้สวนสัตว์ต่าง ๆ "เสี่ยงสูญพันธุ์"

"ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาช่างยากลำบากมากสำหรับสมาชิกสมาคมของเรา" แกฟรีล เคิร์ก-โคเฮน ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก(World Association of Zoos and Aquarium) ระบุ

เขาบอกว่าสวนสัตว์หลายแห่งดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร และต้องพึ่งเงินจากบัตรเข้าชมเพียงอย่างเดียว

"เงินที่เข้ามาไม่ใช่เพียงเพื่อให้อาหารสัตว์ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถดูแลสวัสดิภาพสัตว์ได้อย่างมีมาตรฐานสูงสุด และยังสนับสนุนโครงการเพื่อการอนุรักษ์หลายโครงการทั่วโลกด้วย"

สมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลกมีสมาชิกราว 300 ราย และคาดว่าทั่วโลกมีสวนสัตว์มากกว่า 10,000 แห่ง แต่ก็ไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการยืนยัน

ใกล้ชิดขึ้น

ผู้ดูแลที่กลับไปทำงานที่สวนสัตว์ แคนโก ไวด์ไลฟ์ บอกว่า พฤติกรรมของสัตว์เปลี่ยนไป

"สัตว์พวกนี้สงสัยว่าทำไมไม่มีคนมาเยี่ยม" เจนนา กล่าว "พวกมันยืดคอดูตลอดเวลาว่ามีใครมาหาหรือเปล่า"

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าข้อดีอย่างหนึ่งของการล็อกดาวน์คือสัตว์มีสายสัมพันธ์กับผู้ดูแลของพวกมันดีขึ้น

ไร้เงินเดือน

พนักงานที่สวนสัตว์หลายคนมาอาสาสมัครช่วยงานแม้ว่าจะลำบากเรื่องเงินอยู่แล้ว และก็ต้องพยายามหารายได้ด้วยวิธีอื่นในช่วงนี้

เครก กุส พยายามสร้างธุรกิจขายของไปด้วยขณะมาอาสาช่วยงานที่สวนสัตว์

"ก่อนหน้านี้ ผมไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า และค่าอื่น ๆ อย่างเช่นประกัน" กุส กล่าว

"ผมต้องทำงานอีกถึง 6 ชั่วโมง เพื่อที่จะมีเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้านและอื่น ๆ เพิ่มจาก 10 ถึง 12 ชั่วโมงที่ต้องไปดูแลสัตว์ที่สวนสัตว์อยู่แล้ว"

เจนนาก็บอกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเธอเช่นกัน แต่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์ที่เธอดูแล

"การได้เห็นสัตว์มีความสุขทำให้ฉันมีความหวังว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติ "