คดีนักท่องเที่ยวสาวอังกฤษ "เคิร์สตี โจนส์" ถูกฆาตกรรมในไทยหมดอายุความแล้ว ฆาตกรยังลอยนวล

Kirsty Jones
คำบรรยายภาพ,

เคิร์สตี โจนส์ แบกเป้ท่องเที่ยวในหลายประเทศหลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ในอังกฤษ

คดีฆาตกรรม น.ส.เคิร์สตี โจนส์ นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษวัย 23 ปี ที่ถูกข่มขืนและฆ่ารัดคอในเกสต์เฮาส์ จ.เชียงใหม่ ระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อปี 2543 หมดอายุความ 20 ปีแล้วเมื่อวานนี้ (9 ส.ค.) ส่งผลให้คดีสิ้นสุดโดยไม่มีใครถูกดำเนินคดีหรือรับโทษ

เคิร์สตีเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ในอังกฤษ ก่อนตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก เธอเพิ่งเริ่มทำตามแผนได้เพียง 3 เดือนก็มาถูกทำร้ายจนเสียชีวิตภายในห้องพักในเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าของเกสต์เฮาส์พบศพของเธอในสภาพนอนคว่ำและมีผ้ารัดที่คอเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2543

นางซู โจนส์ แม่ของเคิร์สตีบอกว่าครอบครัวโศกเศร้าอย่างยิ่งที่เหตุการณ์จบลงเช่นนี้

"ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทางการไทยให้ความสนใจและเร่งสอบสวนคดีของเคิร์สตีเพื่อหาตัวฆาตกร"

"เคิร์สตีจากพวกเราไปแล้ว แต่ฆาตกรที่ฆ่าเธอยังลอยนวล" นางโจนส์กล่าวพร้อมกับพูดถึงลูกของเธอว่าเป็นหญิงสาวที่ "หัวไว ฉลาดเฉลียว รักอิสระ" และประสบความสำเร็จในชีวิต

"แม้ว่าความเศร้าโศกของพวกเราจากการสูญเสียเคิร์สตีไปเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะเยียวยาได้ แต่ถ้าหากว่าฆาตกรถูกจับและดำเนินคดี มันก็จะพอช่วยให้เราหายค้างคาใจได้บ้าง" นางโจนส์กล่าว

"ฉันเชื่อว่าลูกคงจะภูมิใจที่พวกเราได้ต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อตามหาความยุติธรรมให้กับเธอ"

เกิดอะไรขึ้นกับเคิร์สตี

เคิร์สตีเป็นนักท่องเที่ยวแบกเป้ เธอท่องเที่ยวในสิงคโปร์และมาเลเซียก่อนจะเดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงต้นเดือน ส.ค. 2543 โดยเข้าพักที่เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง ระหว่างพักอยู่ที่นี่เธอมักออกไปท่องเที่ยว เดินป่า และสังสรรค์กับผู้คน

คืนวันที่ 9 ส.ค. เคิร์สตีออกไปสังสรรค์และกลับมาถึงห้องพักตอนดึก

นายสตีเวน ทริกก์ ซึ่งเข้าพักที่เดียวกับเธอให้สัมภาษณ์บีบีซีหลังเกิดเหตุไม่นานว่า "ผมได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนว่า 'ออกไป ออกไป ออกไป อย่ายุ่งกับฉัน' "

นายทริกก์กล่าวว่า ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เขาเดินลงไปหาเจ้าของเกสต์เฮาส์ แต่เนื่องจากเสียงนั้นได้เงียบลง เขาและเจ้าของเกสต์เฮาส์จึงแยกย้ายกันกลับไปนอน ส่วนหนึ่งเพราะคิดเสียงคนโต้เถียงกันเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยตามที่พักแบบนี้

รายงานข่าวในช่วงเวลานั้นระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เชียงใหม่ ได้สอบปากคำผู้ต้องสงสัยหลายคน รวมถึงชาวต่างชาติที่พักอยู่ที่เดียวกัน เจ้าของเกสต์เฮาส์ และไกด์นำทางชาวกะเหรี่ยง ก่อนออกหมายจับ นายแอนดรูว์ กิลล์ วัย 36 ปี เจ้าของเกสต์เฮาส์ในเดือนถัดมา

คำบรรยายภาพ,

เคิร์สตีเข้าพักที่เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่เดือนต่อจากนั้น อัยการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าพยานบุคคลของตำรวจไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ซึ่งพบว่าดีเอ็นเอของนายกิลล์ ไม่ตรงกับกับอสุจิที่พบในศพ ซึ่งระบุว่าเป็นของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้การสืบหาตัวคนร้ายต้องดำเนินต่

คดีของ น.ส.โจนส์ ย้ายมาอยู่ในการดูแลของ ดีเอสไอ ในปี 2548 ซึ่งได้ตรวจสอบผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมแต่ก็ยังไม่พบผู้ที่มีดีเอ็นเอตรงกับหลักฐาน ในปีเดียวกันนั้นนายโทนี แบลร์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ หยิบยกคดีนี้ขึ้นมาพูดคุยระหว่างหารือกับทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อขอให้ไทยเร่งติดตามคดี

เมื่อปี 2555 แม่ของ น.ส.โจนส์ ประกาศมอบรางวัล 1 หมื่นปอนด์ (ราว 4 แสนบาท) ให้กับผู้ที่มอบเบาะแสเกี่ยวกับคนร้าย ในปีถัดมากองตำรวจไดเฟด-พาววีส์ (Dyfed-Powys) ของเวลส์ระบุว่าได้รับอนุญาตให้ทบทวนหลักฐานทางนิติเวชและเอกสารที่เจ้าหน้าที่ไทยรวบรวมได้ แต่การสืบสวนอันยาวนานที่รวมถึงการสอบพยานไม่ต่ำกว่า 70 ปาก ก็ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้

"ไม่มีใครถูกจับและดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมเคิร์สตี และขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษของไทยก็ได้ปิดคดีแล้ว นั่นหมายความว่าการสอบสวนได้ยุติลงอย่างถาวรแล้ว" เดท ฟิลลิปส์ เจ้าหน้าที่กองตำรวจไดเฟด-พาววีส์กล่าว

"ผมและเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีมาก่อนหน้านี้ติดต่อกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมาโดยตลอด เราต่างรู้สึกผิดหวังที่ฆาตกรถูกปล่อยให้ลอยนวลเช่นนี้"