โรฮิงญา: ชะตากรรมที่ไม่แน่นอนของเด็กในค่ายผู้ลี้ภัยใหญ่ที่สุดในโลก

โรฮิงญา: ชะตากรรมที่ไม่แน่นอนของเด็กในค่ายผู้ลี้ภัยใหญ่ที่สุดในโลก

เหตุการณ์ที่ทหารเมียนมาเข้าปราบปรามชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญาอย่างรุนแรงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 25,000 คน และทำให้คลื่นผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาหลั่งไหลเข้าไปในบังกลาเทศ

ที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ในเมืองคอกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ เป็นค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีโรฮิงญาอาศัยอยู่กว่า 1 ล้านคน และแต่ละปีมีเด็กถือกำเนิดที่นี่ราว 20,000 คน เด็กเหล่านี้มีความหวังอย่างริบหรี่ที่จะได้กลับไปยังเมียนมา ซึ่งพวกเขาไม่เป็นที่ยอมรับและไม่ได้รับสิทธิในการเป็นพลเมือง

ทีมข่าวบีบีซีเดินทางไปยังค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง และได้พบกับ ด.ช.นายีม วัย 3 ขวบ ชาวโรฮิงญาที่เกิดและเติบโตขึ้นมาในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้ เนื่องจากแม่ของเขาหลบหนีออกจากเมียนมาขณะกำลังตั้งครรภ์เขาอยู่

"ผมอยากออกไปข้างนอก ผมจะออกไปจากค่ายนี้ได้เมื่อผมโตขึ้น...ผมอยากเข้าไปในเมือง และอยากเห็นมหาสมุทร ผมจะพาทุกคนไปขับรถเล่น" ด.ช.นายีม บอกความฝันที่เขามีให้ทีมข่าวบีบีซีฟัง

อย่างไรก็ตาม นายคาเลด ฮอสเซน พ่อของ ด.ช.นายีม บอกว่าแม้เขาและครอบครัวจะมีชีวิตที่ปลอดภัยอยู่ในค่ายแห่งนี้ แต่อนาคตลูกหลานของเขากลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

"มันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะได้รับการศึกษามากแค่ไหน หรือเราจะมีอาหารมากเพียงใดที่นี่ พวกเราไม่สามารถออกจากค่ายได้ ถ้าเราสามารถกลับบ้านในเมียนมาได้ และให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่นั่น เราจะสามารถให้อนาคตที่สดใสกว่ากับพวกเขาได้"