โควิด-19 : พักการทดลองทางคลินิกของวัคซีนเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่

Blood samples from coronavirus vaccine trials are handled inside Jenner Institute at Oxford University, June 2020

ที่มาของภาพ, Oxford University / John Cairns

คำบรรยายภาพ,

วัคซีนซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและแอสตราเซเนกา คือหนึ่งในวัคซีนตัวโดดเด่นที่ถูกคาดหวังว่าจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้แก่ชาวโลก

การทดลองทางคลินิกเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ในขั้นสุดท้ายได้ถูกพักโครงการเป็นการชั่วคราว หลังจากผู้เข้าร่วมการทดลองคนหนึ่งเกิดล้มป่วยโดยไม่สามารถอธิบายได้ในระหว่างการทดลอง

นี่อาจฟังดูน่าตกใจ เพราะวัคซีนตัวนี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ได้รับการยอมรับว่าน่าจะประสบความสำเร็จที่สุดตัวหนึ่งในบรรดาวัคซีนหลายสิบตัวที่กำลังถูกคิดค้นทดลองอยู่ทั่วโลก และประสบความสำเร็จในการทดลองในขั้นที่ 1 และ 2 มาแล้ว

แต่ แอสตราเซเนกา ซึ่งเป็นบริษัทยาและชีวเภสัชภัณฑ์ของอังกฤษ-สวีเดน ระบุว่า นี่เป็นการพักการทดลอง "ตามปกติ" และชี้ว่า "อาการป่วยที่ไม่สามารถอธิบายได้" ครั้งนี้ คาดว่าจะเกี่ยวเนื่องกับอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา

แล้วเป็นเรื่องปกติเพียงใดที่จะมีการพักการทดลองเช่นนี้ และกรณีที่เกิดขึ้นจะส่งผลอย่างไรต่อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่คนทั่วโลกกำลังเฝ้ารอ

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการทดลองวัคซีนครั้งนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

การทดลองวัคซีนตัวนี้ได้เข้าสู่การทดลองขั้นที่ 3 โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมราว 30,000 คน ในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร บราซิล และแอฟริกาใต้

วัคซีนของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและแอสตราเซเนกาคือหนึ่งในวัคซีนตัวโดดเด่นที่โลกคาดหวังว่าจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้แก่ชาวโลก

ดังนั้นความล่าช้าของโครงการทดลองนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง

สแต็ต นิวส์ (Stat News) ผู้ให้บริการข่าวสารด้านสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งเปิดเผยข่าวนี้เป็นรายแรกเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า การพักโครงการในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอาสาสมัครผู้ร่วมการทดลองคนหนึ่งในสหราชอาณาจักรแสดง "อาการต้องสงสัยว่าของอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา" ที่เกิดจากวัคซีนตัวนี้ และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของอาการป่วย แต่สแต็ต นิวส์ อ้างคำให้สัมภาษณ์จากแห่งข่าวหลายรายที่คาดว่าคนไข้รายนี้จะหายป่วยและกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

แอสตราเซเนกา ระบุในแถลงการณ์ว่า "กระบวนการทบทวนมาตรฐานของเราทำให้ต้องระงับการให้วัคซีนเพื่อให้มีการพิจารณาข้อมูลความปลอดภัยเสียใหม่"

เฟอร์กัส วอลช์ ผู้สื่อข่าวสายการแพทย์ของบีบีซี บอกว่า กระบวนการที่ว่านี้อาจใช้เวลา "หลายวัน"

การพักโครงการทดลองวัคซีนเป็นเรื่องปกติหรือไม่

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

การพักโครงการในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอาสาสมัครผู้ร่วมการทดลองคนหนึ่งในสหราชอาณาจักรแสดง "อาการต้องสงสัยว่าของอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา"

วอลช์ ระบุว่า การหยุดพักการทดลองวัคซีน "ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น"

"เมื่อใดก็ตามที่อาสาสมัครเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และยังไม่ทราบสาเหตุการป่วยที่แน่ชัด ก็จะทำให้ต้องหยุดพักการศึกษาวิจัยที่ทำอยู่ลง"

ด้านโฆษกมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดระบุว่า "ในการทดลองโครงการใหญ่ ๆ อาจเกิดการเจ็บป่วยขึ้นได้โดยไม่ทราบสาเหตุ และจะต้องมีการทบทวนเพื่อตรวจสอบความเจ็บป่วยนี้อย่างละเอียด"

วอลช์ กล่าวเสริมว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในการทดลองวัคซีนโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและแอสตราเซเนกา

อันที่จริงนี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เกิดขึ้นนับแต่ได้เริ่มทดลองให้วัคซีนแก่อาสาสมัครเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

ดร.มอนเซฟ สลาอุย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ผู้ดูแลโครงการทดลองเพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ให้ได้อย่างรวดเร็ว ระบุว่า คณะผู้เชี่ยวชาญภายนอกทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร กำลัง "ตรวจสอบวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกาอย่างละเอียด ซึ่งเป็นกระบวนการตามมาตรฐานเมื่อมีกรณีอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเกิดขึ้น"

วัคซีนโควิด-19 จะปลอดภัยหรือไม่

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ประธานาธิบดีทรัมป์ บอกว่า อยากให้มีวัคซีนใช้ในสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พ.ย.

หลังมีการเผยแพร่ข่าวนี้ออกมา บริษัทแอสตราเซเนกาและมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดต่างออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็วว่าการพักโครงการทดลองครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนที่จะผลิตออกสู่ตลาดนั้นจะปลอดภัยสำหรับสาธารณชน

เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา บริษัทด้านเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ 9 ราย ที่กำลังพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งรวมถึงแอสตราเซเนกา ได้ลงนามใน "คำปฏิญาณครั้งประวัติศาสตร์" ที่จะยึดเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ตัวแรก ๆ ของโลก

โดยบริษัทเหล่านี้ ซึ่งรวมถึง จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, ไบโอเอ็นเทค, แกล็กโซสมิธไคลน์, ไฟเซอร์, เมอร์ค, โมเดอร์นา, ซาโนฟี่ และโนวาแวกซ์ ต่างสัญญาจะ "ร่วมยึดมั่นต่อวิทยาศาสตร์" ในการค้นคว้าหาวัคซีนป้องกันโรค รวมทั้งให้คำมั่นว่าจะรักษามาตรฐานทางวิทยาศาสตร์และจริยธรรมในการคิดค้นทดลองวัคซีน ตลอดจนผลิตวัคซีนให้เพียงพอต่อความต้องการของโลก

เราใกล้จะได้วัคซีนโควิด-19 หรือยัง

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

รัสเซียพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่นักวิทยาศาสตร์ยังกังขาต่อวัคซีนดังกล่าว

องค์การอนามัยโลก (WHO) บอกว่า ขณะนี้มีการทดลองวัคซีนโควิด-19 เกือบ 180 ตัว แต่ยังไม่มีวัคซีนตัวไหนผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนทางคลินิกอย่างสมบูรณ์ และก็ไม่คิดว่าจะมีวัคซีนตัวไหนที่จะได้รับการอนุมติให้ใช้ได้อย่างปลอดภัยภายในปีนี้

สำหรับวัคซีนของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและแอสตราเซเนกานั้น ซึ่งประสบความสำเร็จในการทดลองในขั้นที่ 1 และ 2 มาแล้ว ได้เข้าสู่การทดลองขั้นที่ 3 เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมราว 30,000 คน ในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร บราซิล และแอฟริกาใต้ แต่ขณะนี้การทดลองทั้งหมดได้ถูกระงับไว้ชั่วคราว

การทดลองวัคซีนในขั้นที่ 3 มักใช้ผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน และอาจต้องใช้เวลานานหลายปี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า อยากให้มีวัคซีนใช้ในสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พ.ย. แต่บางฝ่ายกังวลว่าเขาเห็นเรื่องการเมืองสำคัญกว่าความปลอดภัยในการทดลองวัคซีน ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ก็แสดงความกังขากับวัคซีนของรัสเซียที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน