วันสหประชาชาติ : ครบรอบ 75 ปี สหประชาชาติ ความขัดแย้งสหรัฐฯ-จีน จะทำให้เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่หรือเปล่า

Trump and Xi

ที่มาของภาพ, Getty Images

สหประชาชาติฉลองครบรอบ 75 ปีในปีนี้ แต่องค์กรที่ก่อตั้งเพื่อเสถียรภาพโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนเสียแล้ว

บัน คี มูน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ระบุในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่าระบบพหุภาคีกำลังเผชิญกับอุปสรรค

นโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ขณะที่จีนขยับฐานะตัวเองมาเป็นผู้สนับสนุนสหประชาชาติที่สำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่อิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมกับ "ราคา" ที่ต้องจ่าย หากพวกเขาให้เงินสหประชาชาติมากขึ้นเหมือนกับที่ให้องค์การอนามัยโลก จีนก็คงต้องการมีอำนาจตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติคนปัจจุบัน บอกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญในเชิงโครงสร้าง เขาบอกว่าสมาชิกที่ก่อตั้งองค์กรนี้กันมารู้ดีว่าการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสำคัญเพียงใด เมื่อพวกเขาเผชิญสงครามและการระบาดใหญ่ครั้งก่อนด้วยกันมา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

นี่นับเป็นการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติผ่านช่องทางออนไลน์ครั้งแรก

เห็นได้ชัดว่ามีหลายฝ่ายวิตกกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส บอกผ่านวิดีโอว่า ไม่อาจปล่อยให้โลกได้รับผลกระทบจากการแข่งขันแย่งชิงระหว่างจีนและสหรัฐฯ ได้

ทั้งสองประเทศไม่ลงรอยกันทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการค้าไปจนถึงเรื่องเทคโนโลยี และดูจะขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอ ประธานาธิบดีทรัมป์ยิ่งเติมเชื้อไฟด้วยการโจมตีจีนว่าเป็นที่มาของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

อีกไม่ถึง 40 วันจะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการต่อว่าจีนเป็นหัวใจสำคัญของแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ ซึ่งบางฝ่ายมองว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบเรื่องการรับมือกับวิกฤตของตนไปให้จีนในฐานะ "ผู้ส่งออก" ไวรัสแทน

เลขาธิการสหประชาชาติเตือนว่า อาจจะเกิด "สงครามเย็น" ครั้งใหม่ก็เป็นได้

"เรากำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่อันตรายมาก" นายกูเตอร์เรสกล่าว "โลกเราไม่อาจรับอนาคตที่สองชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดแบ่งโลกทั้งใบเป็นสองฝ่าย แต่ละฝ่ายมีกฎเกณฑ์ทางการค้าและการเงิน และศักยภาพด้านอินเทอร์เน็ตและปัญญาประดิษฐ์ เป็นของตัวเอง การแบ่งแยกด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจเสี่ยงนำไปสู่การแบ่งแยกด้านยุทธศาสตร์เชิงภูมิศาสตร์และการทหาร เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะเลี่ยงสิ่งนี้"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

บัน คี มูน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ บอกว่า ระบบพหุภาคีกำลังเผชิญกับอุปสรรค

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ถึงกับกล่าวในการประชุมทั่วไปผ่านวิดีโอว่า "จีนไม่มีความตั้งใจที่จะต่อสู้กับประเทศไหน ไม่ว่าจะเป็นสงครามเย็นหรือร้อน"

เลขาธิการสหประชาชาติบอกว่า การระบาดใหญ่ยิ่งส่งกระทบร้ายแรงเพราะความไม่เท่าเทียมในโลก ผู้คนกำลังเจ็บปวด โลกกำลังลุกไหม้ เขาวอนขอให้ผู้นำโลกเอาโควิด-19 เป็นเครื่องเตือนสติ เป็นการซักซ้อมครั้งใหญ่ก่อนจะเจออุปสรรคอื่น ๆ อีกในภายภาคหน้า

แต่หลังจากเลขาธิการสหประชาชาติกล่าวจบไม่นาน ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ประกาศว่าผู้นำโลกควรทำตามเขาโดยการยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศตัวเองไว้ก่อน

หากทรัมป์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีก ความคิดแนวเอกภาคนิยม หรือการยึดตัวเองฝ่ายเดียว จะยิ่งแข็งแรงขึ้น และสหรัฐฯ คงจะยิ่งผลักสหประชาชาติออกไปไกลอีก

หากเป็นเช่นนั้น สหรัฐฯ จะลดระดับพันธสัญญาที่มีต่อองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หรือไม่ หากโจ ไบเดน ได้รับเลือก สหรัฐฯ และจีน คงปะทะกันน้อยลง แต่ก็คงไม่ได้เลิกแข่งขันแย่งชิงกันไปโดยสิ้นเชิง

โลกกำลังเปลี่ยนไป คำถามคือระบบพหุภาคีแบบเก่าจะปรับตัวอย่างไร และใครจะเป็นผู้นำ