หัวเว่ย: กรรมาธิการกลาโหมอังกฤษชี้มี “หลักฐานชัดเจนหัวเว่ยสมรู้ร่วมคิดกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน”

Huawei UK

ที่มาของภาพ, Getty Images

การไต่สวนของรัฐสภาสหราชอาณาจักรได้ข้อสรุปว่า "มีหลักฐานชัดเจนของการสมรู้ร่วมคิดระหว่างบริษัทหัวเว่ยกับหน่วยงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีน"

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักรชี้ว่า รัฐบาลอาจต้องขยับเส้นตายในการถอดอุปกรณ์ 5G ของหัวเว่ยที่ติดตั้งไปแล้วทั้งหมดออกจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของประเทศให้เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2027 เป็นภายในปี 2025

ด้านหัวเว่ยออกมาตอบโต้ว่า "รายงานฉบับนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะทำขึ้นจากความคิดเห็นมากกว่าข้อเท็จจริง"

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาครั้งล่าสุดนี้ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมสัญชาติจีนรายนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจเพิ่มขึ้น

เพราะแม้โอกาสการทำธุรกิจในสหราชอาณาจักรของหัวเว่ยในปัจจุบันจะมีอยู่อย่างจำกัด แต่บริษัทยังพยายามขายอุปกรณ์เครือข่ายระบบสื่อสารแบบ 5G ให้แก่ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และในภูมิภาคอื่น

"เรามั่นใจว่าผู้คนจะมองทะลุข้อกล่าวหาเรื่องการสมรู้ร่วมคิดที่ว่านี้ แล้วจดจำเทคโนโลยีที่หัวเว่ยมอบให้อังกฤษในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา" โฆษกหัวเว่ยระบุ

"ความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์"

คณะกรรมาธิการกลาโหมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักร จัดทำรายงานฉบับนี้ขึ้นโดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการให้การของหลายฝ่าย อาทิ กลุ่มนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม ตลอดจนกลุ่มผู้วิจารณ์หัวเว่ยมายาวนาน

อย่างไรก็ดี คณะผู้บริหารหัวเว่ยไม่ได้ร่วมให้ปากคำในการไต่สวนครั้งนี้ แม้พวกเขาจะเคยเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาในการไต่สวนครั้งก่อนหน้าเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

รายงานฉบับล่าสุดนี้ อ้างข้อมูลนักลงทุนในกิจการร่วมทุนรายหนึ่งที่ระบุว่ารัฐบาลจีน "ได้สนับสนุนเงินทุนให้หัวเว่ยราว 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2.32 ล้านล้านบาท ) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา" ซึ่งช่วยให้หัวเว่ยสามารถจำหน่ายอุปกรณ์การสื่อสารได้ในราคาถูกกว่าปกติ

นอกจากนี้ รายงานยังหยิบยกคำให้การของนักวิจัยรายหนึ่งที่ศึกษาเรื่องความไม่ชอบมาพากลของบริษัทในจีน ซึ่งกล่าวหาว่าหัวเว่ย "เกี่ยวข้องในการกระทำที่ไม่ชอบต่าง ๆ เช่น ข่าวกรอง ความมั่นคง และทรัพย์สินทางปัญญา แม้บริษัทจะปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้มาตลอดก็ตาม

"ชัดเจนว่าหัวเว่ยมีความเชื่อมโยงอย่างเหนียวแน่นกับรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์จีน" คณะกรรมาธิการสรุป

"นี่แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างเจ้าของบริษัทและเงินช่วยเหลือที่บริษัทได้รับ"

ให้ระวังจีนเข้าไปลงทุนในภาคอุตสาหกรรมสำคัญ

รายงานฉบับนี้ระบุว่า ชาติตะวันตกไม่ควรหลงเชื่อข้อมูลที่มีเนื้อหาเกลียดกลัวและต่อต้านจีนที่ไม่น่าเชื่อถือ แต่แนะว่าอาจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่าง

เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้สั่งห้ามบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศซื้ออุปกรณ์เครือข่ายระบบสื่อสารแบบ 5G จากหัวเว่ย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า

รัฐบาลยังสั่งให้บริษัทเหล่านี้ถอดอุปกรณ์ 5G ของหัวเว่ยที่ติดตั้งไปแล้วทั้งหมดออกจากเครือข่ายภายในปี 2027 แต่คณะกรรมาธิการแนะนำให้รัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องพิจารณาขยับเส้นตายดังกล่าวขึ้นมาเป็นปี 2025 หากความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับจีนเลวร้ายลง หรือมีแรงกดดันให้ดำเนินการที่จำเป็นจากสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตรอื่น

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังเตือนให้รัฐบาล "พิจารณาอย่างถี่ถ้วนเรื่องให้จีนเข้ามาเกี่ยวข้องในภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ" ซึ่งรวมถึงการป้องกันจีนเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของประเทศ

ขณะเดียวกันก็แนะให้รัฐบาลทำงานร่วมกับชาติพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศจะสามารถซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมได้จากผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น