ทูตสันถวไมตรี UNHCR ของปากีสถาน ระบุ "พระเอกต้องไม่ใช่ผู้ใช้ความรุนแรง"

ทูตสันถวไมตรี UNHCR ของปากีสถาน ระบุ "พระเอกต้องไม่ใช่ผู้ใช้ความรุนแรง"

มาฮิรา ข่าน ไม่ใช่นักแสดงหญิงทั่วไป เธอพูดถึงโครงการต่อต้านครีมปรับสีผิวให้ขาวขึ้นของเธอ และเหตุผลที่เธอต้องการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่สื่อในภาพยนต์รักหลายเรื่อง

มาฮิรี ข่าน เป็นนักแสดงจากปากีสถาน นอกจากนี้ยังเป็นทูตสันถวไมตรี ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees—UNHCR) ให้กับปากีสถานด้วย

มาฮิรา ปฏิเสธการเป็นแบบโฆษณาผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวให้ขาวขึ้น

"ฉันได้รับการติดต่อตั้งแต่ช่วงเข้าสู่วงการแรก ๆ ไม่ใช่เมื่อเป็นนักแสดงแล้ว แม้แต่ตอนที่ฉันเป็นวีเจด้วย มีคนติดต่อให้ฉันรับงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวให้ขาวขึ้นหลายชิ้น และผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวให้ขาวขึ้นอื่น ๆ" เธอเล่า

"มันไม่สมเหตุสมผลเลยสำหรับฉัน ไม่เลยค่ะ เท่ากับว่า ฉันยอมรับความคิดที่ว่าเด็กสาว ชายหนุ่ม หรือใครก็ตามที่ผิวเข้มกว่าไม่น่าดึงดูดใจ เท่ากับเด็กสาวที่ผิวขาวกว่า อย่างนั้นเหรอ เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลสำหรับฉันเลย" เธอกล่าวถึงเหตุผลที่ปฏิเสธ

เธอคว้ารางวัลนักแสดงหญิงละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ในการประกาศรางวัลลักซ์สไตล์จากบทบาทที่ประสบความสำเร็จในละครโทรทัศน์ของปากีสถานเรื่อง Humsafar

"นี่คือรางวัลแรกของฉันในฐานะนักแสดง สำหรับละครเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกของฉัน เป็นละครแจ้งเกิดฉัน ในปีนั้นที่ฉันเริ่มงานแสดง ฉันได้รับรางวัลอื่น ๆ อีกหลายรางวัลหลังจากนั้น แต่นี่ยังคงเป็นรางวัลพิเศษสำหรับฉัน" มาฮิรี เล่าด้วยความภาคภูมิใจต่อรางวัลที่ได้รับครั้งแรก

แต่นอกจากงานด้านการแสดงแล้ว อีกบทบาทหนึ่งของเธอคือ การร่วมงานกับสหประชาชาติเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ลี้ภัย

"ฉันขอเล่าให้พวกคุณฟังเกี่ยวกับรูปนี้หน่อย นี่คือครั้งแรกที่ฉันเดินทางไปค่ายแห่งหนึ่งในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UNHCR ค่ายนี้อยู่ในการาจี" เธอเล่าถึงภาพขณะเดินทางไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย

"เรามีข้อวิจารณ์มากมายต่อผู้ลี้ภัยเช่น ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันในปากีสถาน มีคนคิดทำนองว่า ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันสร้างเรื่องอะไรให้กับปากีสถานบ้าง มีหลายครั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ เราจึงเข้ามาเพื่อเพิ่มความเข้าอกเข้าใจในเรื่องนี้"

นอกจากนี้ มาฮิรียังออกมาพูดต่อต้านความรุนแรงทางเพศ

"เวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นและมีคนมากมายพูดถึง ทุกคนพากันออกมาบนถนน ทุกคนพูดถึงในสื่อ จากนั้นแล้วไงต่อ เรื่องก็เงียบหายไป มีเรื่องใหม่เกิดขึ้น มีข่าวใหม่เกิดขึ้นแล้วก็มีคดีข่มขืนขึ้นอีกราย จากนั้นก็จะมีชื่อ หรือแฮชแท็กสำหรับพูดถึงเรื่องนี้" มาฮิรี กล่าว

เธอกล่าวว่า ปัญหาคือการไม่พร้อมที่จะให้การศึกษาสังคม เพื่อให้คิดโครงการให้การศึกษาแก่เด็ก ๆ ผู้คนไม่พร้อมที่จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย

"ฉันคิดว่า เราจำเป็นต้องปรับเนื้อหาที่ต้องการสื่อ ฉันก็มีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้เพราะว่า ฉันมีส่วนสำคัญในธุรกิจสื่อของประเทศนี้" เธอกล่าว

มาฮิรีกล่าวต่อว่า "ฉันรู้สึกว่า หนังของเรา ซีรีส์ในโทรทัศน์ของเราเราต้องเปลี่ยนแปลงการเล่าเรื่อง เราต้องไม่เล่าว่า ผู้หญิงที่ถูกทำร้ายกลับมาตกหลุมรักผู้ทำร้ายเธอ แล้วบอกว่าชายผู้นั้นคือพระเอก พระเอกต้องไม่ใช่ผู้ใช้ความรุนแรง ดังนั้น ฉันคิดว่า เราต้องริเริ่มอะไรใหม่ ๆ"

เธอยังได้นำสมุดที่เธอได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับลูกชายของเธอมาให้ดูด้วย

"ฉันเขียนเกี่ยวกับ อัซลาน ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเกิด เต็มไปด้วยเรื่องราวต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ มากมายที่อัซลาน มอบให้ฉัน ยังมีดอกไม้และดอกกุหลาบเล็ก ๆ ด้วย คุณคงเห็นได้ว่า ฉันค่อนข้างอ่อนไหวเกี่ยวกับ เรื่องเหล่านี้ ใช่ค่ะ" เธอกล่าว