ม. 112 : แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล วิจารณ์ไทยลงโทษจำคุกคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

ป้ายประท้วง

ที่มาของภาพ, Getty Images

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุ การลงโทษในคดี 112 สะท้อนถึงความพยายามต้องการปิดปากผู้เห็นต่างของทางการไทย หลังล่าสุดศาลตัดสินจำคุกจำเลยในคดีนี้ 87 ปี สูงสุดเท่าที่เคยมีมา

แถลงการณ์แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า สืบเนื่องจากการที่ศาลไทยสั่งลงโทษจำคุกสูงถึง 87 ปี ต่อ อัญชัญ ปรีเลิศ หลังพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ศาลเห็นว่า อัญชัญมีความผิดฐานแชร์และอัปโหลดคลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นคลิปรายการพูดทางออนไลน์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อัญชัญรับสารภาพตามข้อกล่าวหา และได้รับโทษจำคุกกรรมละ 3 ปี สำหรับความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้ง 29 กรรม หรือรวมกัน 87 ปี นับเป็นบทลงโทษรุนแรงสุดตามมาตรา 112 จนถึงปัจจุบัน ศาลได้ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 43 ปี ครึ่ง เนื่องจากคำให้การรับสารภาพของอัญชัญ

มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญากำหนดระวางโทษจำคุกระหว่าง 3-15 ปี

นางอัญชัญ ปรีเลิศ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการ ถูกจับเมื่อเดือน ม.ค. 2558 และถูกควบคุมตัวเป็นเวลาสี่ปี จนกระทั่งเดือน พ.ย. 2561 จึงได้รับการประกันตัวออกมา

"การหมิ่นประมาทไม่ควรนำไปสู่การลงโทษอาญา"

ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่าคดีที่น่าตกใจเช่นนี้ นับเป็นการคุกคามอย่างร้ายแรงอีกครั้งต่อพื้นที่ของสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก ที่กำลังหดหายไปในประเทศไทย

"จำนวนบุคคลที่ถูกดำเนินคดีซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งที่ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สะท้อนให้เห็นความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งของทางการไทยที่จะปิดปากผู้เห็นต่าง บทลงโทษที่รุนแรงอย่างมากในวันนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว และแสดงให้เห็นว่ากฎหมายนี้ไม่สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ" มิชรา ระบุในแถลงการณ์

เธอระบุว่า"การหมิ่นประมาทไม่ควรนำไปสู่การลงโทษอาญาอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นการจำคุกเป็นเวลานานมาก ดังเช่นคำตัดสิน(นี้)"

ที่มาของภาพ, EPA

ในแถลงการณ์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุด้วยว่า อัญชัญได้รับการปฏิบัติที่เลวร้ายตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อปี 2558 รวมทั้งการถูกควบคุมตัวระหว่างรอการพิจารณาเป็นเวลาหลายปี โดยในบางช่วงมีการห้ามไม่ให้ติดต่อกับโลกภายนอกด้วย

"ลักษณะการกำหนดโทษยังเป็นสิ่งที่น่าตกใจ เนื่องจากทางการพยายามลงโทษให้หนักสุด โดยการคูณจำนวนกรรมของการกระทำความผิดกับโทษจำคุกแต่ละกรรม ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเป็นการป้องปราม ข่มขู่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 50 ล้านคนในประเทศไทย" มิชรา ระบุในแถลงการณ์

"ไทยต้องยุติการปราบปรามผู้แสดงความเห็นต่างอย่างสงบ"

ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ทางการไทยต้องยุติการปราบปรามผู้แสดงความเห็นต่างอย่างสงบ รัฐบาลต้องยกเลิกหรือแก้ไขเนื้อหาสาระสำคัญของกฎหมายที่จำกัดสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก ทั้งในชีวิตจริงและในพื้นที่ออนไลน์ รวมทั้งความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการตัดสินเมื่อวานนี้ (19 ม.ค.)

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ท่ามกลางการประท้วงอย่างสงบที่เพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี 2563 ทางการไทยได้เริ่มกลับมาใช้ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อเดือน พ.ย. ในปีที่แล้ว หลังจากไม่มีการแจ้งข้อหาตามกฎหมายนี้มาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2561

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า มีบุคคลกว่า 220 คนรวมทั้งเยาวชน ที่ถูกดำเนินคดีอาญาจากการเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงอย่างสงบตลอดทั้งปี 2563 โดยในจำนวนนี้ มีอยู่หลายสิบคนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหายุยงปลุกปั่นและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ที่มาของภาพ, ปฏิภัทร จันทร์ทอง/Thai News Pix

คำบรรยายภาพ,

พริษฐ์ ชิวารักษ์ (ที่ 3 จากขวา), ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (ที่ 4 จากขวา), ภานุพงศ์ จาดนอก (ที่ 2 จากซ้าย), เบญจา อะปัญ (ที่ 2 จากขวา) และเยาวชนอีก 2 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกคดี ม. 112 ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน วันนี้ (20 ม.ค.) กรณีแต่งชุดคร็อปท็อปเดินศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อเรียกร้องยกเลิก ม. 112 เมื่อ 20 ธ.ค. 2563

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งคุ้มครองสิทธิที่จะมีเสรีภาพด้านการแสดงออก ตามข้อ 19 ของกติกา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติซึ่งเป็นหน่วยงานตามสนธิสัญญา และรับผิดชอบการตีความกติกา ICCPR ได้กล่าวว่า "การจำคุกไม่ควรเป็นการลงโทษที่เหมาะสม" ของความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท รวมทั้งความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ไอลอว์เผย 5 คดี 112 ที่ได้รับโทษจำคุกสูงสุด

นอกจากคดีของนางอัญชัญ ตามรายละเอียดข้างต้นแล้ว ตามข้อมูลที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หรือ ไอลอว์ ระบุว่า เป็น "สถิติคดี #112 สูงสุดเท่าที่ทราบ" ยังมีอีก 4 คดีคือ

  • วิชัย โพสต์เฟซบุ๊กปลอม 70 ปี ลดครึ่งหนึ่ง (10 กรรม)

วิชัย อายุ 33 ปี ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์, แอบอ้างสร้างชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก และนำภาพถ่ายไปใช้รูปประจำโปรไฟล์ในเพจปลอม และโพสต์ข้อความและภาพถ่ายรวมทั้งแชร์ข้อมูลในลักษณะหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ 6 ครั้ง ในช่วงเดือน ต.ค. 2558 ก่อนถูกจับกุมในช่วงเดือน ธ.ค. 2558

เบื้องต้นวิชัยให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี แต่ต่อมากลับคำให้การเป็นรับสารภาพ เพราะเห็นว่า การต่อสู้คดีใช้เวลานานเกินไป ศาลทหารกรุงเทพพิพากษาลงโทษจำคุก 30 ปี 60 เดือน

คำบรรยายวิดีโอ,

หน่วยงานสิทธิมนุษยชนยูเอ็น "ตกใจ" และ "กังวล" ที่ไทยใช้ ม.112 กับเด็ก

  • พงษ์ศักดิ์ โพสต์เฟซบุ๊ก 60 ปี ลดครึ่งหนึ่ง (6 กรรม)

พงษ์ศักดิ์เป็นหนึ่งในผู้ที่มีรายชื่อประกาศเรียกให้ไปรายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ตามคำสั่งฉบับที่ 58/2557 แต่พงษ์ศักดิ์ไม่ได้ไปรายงานตัวตามคำสั่งดังกล่าว

พงษ์ศักดิ์ ถูกจับกุมตัววันที่ 30 ธ.ค. 2557 ที่สถานีขนส่งพิษณุโลก และถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เผยแพร่รูปภาพและข้อความที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ บนเฟซบุ๊กชื่อ "Sam parr" จำนวน 6 ข้อความ ซึ่งถือเป็นความผิดจำนวน 6 กรรม ตามความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

ศาลทหารกรุงเทพพิพากษาจำคุกพงษ์ศักดิ์ 60 ปี แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงโทษจำคุก 30 ปี

  • ศศิวิมล โพสต์เฟซบุ๊กปลอม 56 ปี ลดครึ่งหนึ่ง (7 กรรม)

ศศิวิมลเป็นพนักงานของโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ถูกกล่าวหาว่าใช้เฟซบุ๊กชื่อ "รุ่งนภา คำภิชัย" โพสต์ข้อความที่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ รวม 7 ข้อความ

7 ส.ค. 2558 ศศิวิมลรับสารภาพ ศาลทหารเชียงใหม่พิพากษาจำคุกกรรมละ 8 ปี รวมเป็น 56 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 28 ปี

  • เธียรสุธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก 50 ปี ลดครึ่งหนึ่ง (5 กรรม)

เธียรสุธรรม อายุ 58 ปี ถูกตำรวจจับกุมที่บ้านเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2557 ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ใหญ่ แดงเดือด" โพสต์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงการพาดพิงสถาบันกษัตริย์ฯ ทั้งหมด 5 โพสต์

ศาลทหารพิพากษาว่า เขามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ลงโทษจำคุกรวม 25 ปี ส่วนที่จำเลยถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกเป็นเวลา 7 วัน ไม่นับเป็นวันที่จำเลยถูกควบคุมตัวระหว่างการดำเนินคดี

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix

ตั้ง "พรรคไทยภักดี" ปกป้องสถาบันฯ

ขณะที่ วันนี้ (20 ม.ค.) ที่ สำนักงานไทยภักดี พระราม 5 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แถลงข่าวจัดตั้งพรรคไทยภักดี โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และอุดมการเพื่อประชาชน และเพื่อต่อสู้กับ 3 กลุ่ม คือ พรรคก้าวไกล กลุ่มก้าวหน้าและม็อบสามนิ้ว ซึ่งเขาระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าว มีการจัดกิจกรรมเพื่อล้มเลิกมาตรา 112 และเพื่อนำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สุด

ในคำแถลงจัดตั้งพรรคไทยภักดี ระบุว่า "คนเหล่านี้ใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ยกระดับการโจมตีสถาบันฯ ผ่านคำว่าปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสามารถยั่วยุ ปลุกปั่นเยาวชนให้เกลียดชังสถาบันพระมหากษัตริย์ ในปัจจุบันนี้ กลุ่มดังกล่าว ได้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มุ่งเป้าไปสู่การล้มเลิกมาตรา 112 เพื่อไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สุด"