โจ ไบเดน ประณามการเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชีย

ไบเดน

ที่มาของภาพ, Reuters

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เรียกร้องชาวอเมริให้กันร่วมต่อต้านความเกลียดชัง โดยเตือนว่า "การเงียบของเราคือการสมรู้ร่วมคิด" ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับปัญหาเหยียดสีผิว

นายไบเดน และนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนรัฐจอร์เจียวานนี้ (19 มี.ค.) เพื่อพบปะกับผู้นำชุมชนอเมริกันเชื้อสายเอเชีย หลังเกิดเหตุกราดยิงในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อวันที่ 16 มี.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงเชื้อสายเอเชีย 6 ราย

แม้ตำรวจยังไม่ได้ว่าสรุปเรื่องแรงจูงใจในการก่อเหตุ แต่การก่ออาชญากรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความเกลียดชังทางเชื้อชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งคนเอเชียถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นตอของการแพร่เชื้อไวรัสชนิดนี้

"การเหยียดสีผิวเป็นยาพิษที่ตามหลอกหลอนและคุกคามประเทศเรามานาน ชาวอเมริกันต้องร่วมกันทำให้มันหมดสิ้นไป" นายไบเดนกล่าว

ไบเดนพูดอะไรอีก

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้สมาชิกสภาคองเกรสเร่งผ่านร่างกฎหมายอาชญากรรมแห่งความเกลียดชังที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เสนอโดย ส.ส. เอเชีย-อเมริกัน 2 คน

นายไบเดนชี้ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยสนับสนุนการทำงานของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงการรายงานเหตุอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง และทำการให้แน่ใจว่าชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียจะเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมจากความเกลียดชังได้มากขึ้น

"ความเกลียดชังต้องไม่มีพื้นที่หลบภัยอีกในอเมริกา มันต้องหมดไป" และ "มันขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนที่จะร่วมกันหยุดมัน" ประธานาธิบดีไบเดนกล่าว

สถานการณ์ล่าสุดของอาชญากรรมในจอร์เจีย

เมื่อวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยแพร่รายชื่อของผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในสปา 3 แห่งในรัฐจอร์เจียทั้ง 8 ราย อีกทั้งยังมีผู้เคราะห์ร้ายอีกรายอยู่ระหว่างเข้ารับผ่าตัดภายในโรงพยาบาลด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ร้านอโรมาเธอราปี สปา เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มือปือก่อเหตุยิงจนมีผู้เสียชีวิต เมื่อ 16 มี.ค.

แม้นายโรเบิร์ต แอรอน ลอง ชาวอเมริกันผิวขาว วัย 21 ปี ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นมือยิง ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ และตั้งข้อหาฆาตกรรมและทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จะให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าแรงจูงใจเกิดจาก "ภาวะเสพติดการมีเพศสัมพันธ์" จนต้องหาทางปลดปล่อย แต่ตำรวจชุดสอบสวนและอีกหลายฝ่ายก็ยังไม่ปักใจเชื่อ และตั้งข้อสันนิษฐานว่าเหตุฆาตกรรมครั้งนี้ อาจมีแรงจูงใจส่วนหนึ่งจากความรู้สึกต่อต้านคนเอเชียที่ทวีความรุนแรงในระยะหลัง