โควิด-19: ไอเวอร์เม็กติน ยาฆ่าพยาธิในสัตว์ที่แพทย์แอฟริกาใต้ใช้รักษาคนป่วย

เจ้าหน้าที่การแพทย์แสดงกล่องใส่ยาไอเวอร์เม็กติน

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ,

ยาไอเวอร์เม็กติน เคยถูกใช้รักษาโรคโควิดในทวีปอเมริกาใต้ แต่ยังไม่เคยมีการทดสอบทางการแพทย์กับยาตัวนี้

คนบางส่วนบอกว่า ยาไอเวอร์เม็กติน (Ivermectin) ใช้ได้ผลในการรักษาอาการป่วยโควิด-19 แม้ว่ายานี้ยังไม่ได้รับการทดสอบทางการแพทย์ ทำให้ในขณะนี้ มีการต่อสู้กันทางกฎหมายในแอฟริกาเกี่ยวกับยาตัวนี้ เนื่องจากแพทย์บางส่วนต้องการให้มีการรับรองการใช้งานยาตัวนี้กับมนุษย์ได้ พุมซา ฟีห์ลานี รายงาน

ชาวแอฟริกาใต้จำนวนมากกำลังรู้สึกหมดหวังกับกับการหาทางบรรเทาผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะมีการระบาดระลอกที่ 3 ขึ้น

เมื่อโครงการฉีดวัคซีนยังไม่สามารถครอบคลุมประชากรโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางส่วนใหญ่ในประเทศ ทำให้เกิดความกังวลหลายอย่างว่า ประเทศซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดอยู่แล้วในทวีปแอฟริกา อาจจะมีสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงไปอีก จากสภาพอากาศเริ่มมีอุณหภูมิเริ่มเย็นลงเมื่อกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว

ณ ตอนนี้ โรคโควิด-19 คร่าชีวิตคนในแอฟริกาใต้แล้วมากกว่า 52,000 คน แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะอยู่ในระดับต่ำก็ตาม แต่ก็ยังพบการติดเชื้ออยู่

นั่นจึงเป็นเหตุให้มีความสนใจในการใช้ยาไอเวอร์เม็กติน ซึ่งใช้ในการรักษาพยาธิ มากขึ้น แพทย์บางส่วนได้สั่งจ่ายยาตัวนี้ให้แก่ผู้ป่วยโควิดหลายคนแล้ว โดยระบุว่า มีหลักฐานจากการบอกเล่าว่า มันสามารถช่วยบรรเทาอาการรุนแรงที่สุดบางอย่างของโควิด-19 ได้

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลด้านการแพทย์ของแอฟริกาใต้ บริษัทผลิตยา และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดบางส่วนของประเทศต่างออกให้คำเตือนในการใช้ยานี้เพื่อการรักษาโควิด

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ชาวแอฟริกาใต้บางส่วน เรียกร้องให้ทางการอนุญาตให้มีการใช้งานยาไอเวอร์เม็กตินได้

ชาวแอฟริกาใต้บางส่วน เรียกร้องให้ทางการอนุญาตให้มีการใช้งานยาไอเวอร์เม็กตินได้

ปัจจุบันยาตัวนี้ได้รับความนิยมในตลาดมืด นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการยึดยานี้ได้แล้วหลายล้านเม็ดในแอฟริกาใต้ โดยพบว่าเครือข่ายผิดกฎหมายนี้ไปไกลถึงจีนและอินเดีย

ก่อนที่จะถูกนำเข้ามาเกี่ยวข้องกับการรักษาโควิด ยาไอเวอร์เม็กติน 10 เม็ด มีราคา 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 120 บาท) แต่ตอนนี้ราคาปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15 เท่าตัว

ชาวแอฟริกาใต้ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันต่อการใช้ยาไอเวอร์เม็กตินเพื่อรักษาโควิด

ปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพของแอฟริกาใต้ (South African Health Products Regulatory Authority--Sahpra) ยังไม่อนุญาตให้ใช้ยานี้กับมนุษย์ มันถูกขึ้นทะเบียนให้ใช้รักษาพยาธิในสัตว์เท่านั้น

กระนั้น แพทย์บางคนก็ได้เริ่มใช้ยานี้แล้วในช่วงที่การระบาดระลอกแรกรุนแรงที่สุดในเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว

"ผู้คนกำลังล้มตาย"

ศ.นาทิ มัดลาดลา หัวหน้าหน่วยรักษาพยาบาลผู้ป่วยหนักที่โรงพยาบาลจอร์จ มูคารี อะคาเดมิก (George Mukhari Academic Hospital) ในเมืองเดอร์บัน เป็นหนึ่งในแพทย์ไม่กี่คนที่เรียกร้องให้มีการใช้ยาไอเวอร์เม็กตินในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

"ในช่วงที่ระลอกแรกระบาดหนักที่สุด โรงพยาบาลจำนวนมากทั้งของรัฐและเอกชน และคลินิกแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปในแอฟริกาใต้ต่างก็ใช้ไอเวอร์เม็กติน" ดร.มัดลาดลา กล่าวกับบีบีซี

"ผู้คนกำลังล้มตายและแพทย์กำลังหาทางเลือกในการรักษาเพื่อพยายามช่วยชีวิตคน ไอเวอร์เม็กตินเป็นหนึ่งในยาที่แพทย์ได้นำมาปรับใช้แล้ว"

แนวคิดนี้มาจากลาตินอเมริกาซึ่งแพทย์ในบางประเทศได้ใช้ยานี้อยู่ เมื่อไม่นานนี้ การศึกษาบางแห่งระบุว่า ยานี้อาจได้ผลแต่จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม

ดร.มัดลาดลา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดการระบาดระลอกที่สองในช่วงปลายปีที่แล้วขึ้น เจ้าหน้าที่ทางการจึงรู้เรื่องการใช้ยานี้และเริ่มมีการควบคุมการใช้ ทำให้แพทย์ที่สั่งจ่ายยานี้ต้องหยุดสั่งจ่าย เพราะเกรงว่าจะถูกลงโทษจากทางการ

เขาเชื่อว่า การทำเช่นนี้ไม่ได้ช่วยอะไร โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาในทางเลือกอื่นที่ราคาสูงกว่านี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

แอฟริกาใต้เริ่มให้วัคซีนแก่ประชาชนในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน กลุ่มรณรงค์ต่าง ๆ แพทย์ทั้งสองฝั่งและ Sahpra จะต้องแสดงจุดยืนของตัวเอง ก่อนที่ศาลสูงเคาเทง (Gauteng) มีกำหนดจะไต่สวนเรื่องนี้ในอีกไม่นานนี้

"เป็นการถกเถียงกันเกี่ยวกับคุณภาพของการศึกษาที่ได้ทำมาถึงตอนนี้ สิ่งที่เรากำลังพูดคือ ในช่วงการระบาดใหญ่ คุณไม่อาจอยู่ในจุดที่สามารถทำการศึกษาที่ใช้เวลายาวนานและอยู่ในระดับสูงได้ เพราะนั่นหมายความว่า คุณกำลังดูคนล้มตายลง" ดร.มัดลาดลา กล่าว

แพทย์ที่สนับสนุนให้ใช้ยานี้เพื่อการรักษาโควิดในแอฟริกาใต้ กล่าวว่า ยานี้ไม่ได้ทำให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญใด ๆ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) ของสหรัฐฯ ระบุว่า ผลข้างเคียงทั่วไปบางอย่างรวมถึง เวียนศีรษะ, คลื่นไส้, ท้องเสีย, ปวดท้อง และเกิดผื่นตามผิวหนัง

ในแอฟริกาใต้ มีการใช้ยานี้ในสัตว์ แต่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization—WHO) แนะนำให้ใช้ยานี้ในมนุษย์เฉพาะการรักษาโรคพยาธิตาบอด หรือที่รู้จักอีกชื่อว่า โรคตาบอดแถบแม่น้ำ (river blindness) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Sahpra กังวลว่า ขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยเพียงพอเกี่ยวกับผลกระทบต่อคนไข้ที่ป่วยเป็นโควิด ดังนั้นจึงยังระมัดระวังเกี่ยวกับการอนุมัติให้มีการใช้ยานี้อย่างกว้างขวางอยู่

ในเดือน ธ.ค. ทางหน่วยงานได้ห้ามการใช้ยานี้ในคน หากแพทย์ไม่ให้การรับรองผ่านการสมัคร "ขอใช้เพื่อความเห็นใจ" เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น กระบวนการนี้จะเปิดโอกาสให้มีการสั่งจ่ายยาที่ไม่ได้รับการรับรองในกรณีที่เลวร้ายมากเท่านั้น

คำบรรยายวิดีโอ,

โควิด-19 : เชื้อกลายพันธุ์เกิดขึ้นได้อย่างไร วัคซีนจะป้องกันได้ไหม

ถ้ามีการใช้ยาในกรณีเหล่านี้ แพทย์จำเป็นต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการตอบสนองที่อาจเกิดขึ้นกับคนไข้ด้วย

ทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับเหตุผลที่ทำให้ยานี้ดูเหมือนจะใช้ได้ผลในผู้ป่วยโควิดระบุว่า จริง ๆ แล้ว มันอาจจะกำจัดปรสิตทุกตัวที่อยู่ในตัวคนไข้ ทำให้คนไข้รู้สึกแข็งแรงขึ้น ที่จริงแล้วไม่ได้มีการกำจัดไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 แต่อย่างใด

แต่ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลด้านการแพทย์ของแอฟริกาใต้ เตือนว่า "มีหลักฐานที่ไม่เพียงพอทั้งในแง่สนับสนุนและต่อต้านการใช้ยาไอเวอร์เม็กตินเพื่อป้องกันหรือรักษาโควิด-19"

Sahpra ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ยาไอเวอร์เม็กตินที่มีที่มาจากตลาดผิดกฎหมายด้วย โดยระบุว่า "ไม่มีการรับรองคุณภาพ"

เมอร์ค (Merck) บริษัทผู้ผลิตยาชนิดนี้ ได้เตือนใช้ยานี้ในการรักษาโควิดเช่นกัน โดยระบุว่า "เราไม่เชื่อว่า ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาไอเวอร์เม็กติน หากใช้เกินกว่าปริมาณและนอกเหนือกลุ่มประชากรที่ระบุไว้ในข้อมูลแนะนำการใช้ยาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล"

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ศ.อับดูล คาริม หนึ่งในแพทย์ที่เป็นผู้นำด้านการรับมือกับโควิดของแอฟริกาใต้ ได้เน้นย้ำเช่นกัน

เขากล่าวว่า ปริมาณที่ให้กับคนอาจจะเป็นพิษ

"ต้องมีการระบุชัดเจนว่า ยาไอเวอร์เม็กตินในปริมาณที่มนุษย์สามารถรับไหว ไม่ได้ฆ่าไวรัส ปริมาณยาที่จำเป็นต้องใช้ในการฆ่าไวรัส เป็นพิษต่อมนุษย์ ไม่ว่ายานี้จะทำอะไรอยู่ก็ตาม มันไม่ได้ฆ่าไวรัส" เว็บไซต์ไทมส์ไลฟ์ รายงานโดยอ้างคำพูดของศ.อับดูล

"จำเป็นต้องมีการทดสอบไอเวอร์เม็กติน"

ศ.ไรตซ์ ร็อดเซธ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤตซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับยาไอเวอร์เม็กตินมากกว่านี้ และมีหลายคำถามที่ไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้

"ผมค่อนข้างแปลกใจที่มีการร้องเรียนและพูดถึงความมหัศจรรย์ของยานี้ หลักฐานและคุณภาพของการศึกษาที่ได้ทำมาจนถึงขณะนี้ยังอ่อนมาก เราไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพูดได้ว่า 'ใช่ มันได้ผล'" เขากล่าวกับ บีบีซี

"เพียงเพราะคุณรู้จักยา ไม่ได้หมายความว่า มันจะเอาไปใช้ได้เลย มันจะต้องมีการทดสอบก่อน" เขากล่าวเพิ่มเติม

ขณะนี้ขึ้นอยู่กับว่าศาลจะตัดสินอย่างไร แต่แม้ว่าในทางกฎหมายจะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ผู้คนก็น่าที่จะพยายามเสาะหายานี้ในตลาดมืดต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงระดับความกังวลใจของประชาชน